นี่คือนิสิตไทย ที่เปลี่ยนงานวิจัยในมหาลัย ให้กลายเป็นโปรดักท์ส่งออกไปขายต่างประเทศ 

เพราะความร้อนของอากาศในเมืองไทย ไม่ได้แค่ทำให้ยอดขายแอร์เพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ซัมเมอร์เท่านั้น แต่ความร้อนนี้ก็ยังกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโปรดักท์ใหม่อย่าง ‘ละอองเย็น’

ภายนอกมันคือสเปรย์ขวดเล็กที่บรรจุน้ำใส ๆ สำหรับไว้ฉีดคลายร้อนได้นานถึง 2 ชั่วโมง

แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่าภายในมันคือโปรดักท์ที่บรรจุความคิดและผลวิจัยที่ทำมายาวนานถึง 1 ปี ของนิสิตปริญญาเอกอย่าง ภีร์ ลิมปิทีป ที่ร่วมกับอีก 3 Co-Founder อย่าง โภ ลิมปิทีป, ก้อง ก้องเกียรติ สุขุมคัมภีร์ และจารวี บุญสิริ

จนกลายมาเป็นโปรดักท์ที่ไม่ใช่เอาไว้คลายร้อนในเมืองไทย แต่ยังส่งออกไปขายตามประเทศแนวเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อนเหมือนกับบ้านเรา

ส่วนที่มาที่ไปของละอองเย็นคืออะไร

ทำไมแค่น้ำใส ๆ ถึงทำให้ร่างกายของเราเย็นได้นานถึง 2 ชั่วโมง

ด้านล่างนี้ คือคำตอบ

จากสมุนไพรในวัยเด็กของคุณตา สู่โปรดักท์คลายร้อนอย่างละอองเย็น

“ผมต้องคอยรับผิดแทนเพื่อนตลอด เพื่อนไม่ค่อยโดนเลยนะ แต่ผมนี่โดนมันทำร้ายทุกวัน” นี่คือคำพูดของภีร์ ที่เล่าให้เราฟังถึงชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของละอองเย็นที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

เพราะเป็นนักเรียนชาย ภีร์เลยต้องใส่กางเกงขาสั้นตามระเบียบ และนั่นก็ทำให้เขาต้องรับผิดแทนเพื่อนด้วยการถูกยุงกัดมาโดยตลอด เมื่อกลับบ้านแล้วเห็นว่ามีร่องรอยของการถูกยุงกัด คุณตาของภีร์จึงใช้ความรู้แบบภูมิปัญญา นำสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอย่างพวกสะระแหน่มาตำใส่ครกโม่ แล้วเอาผ้าขาวบางมาห่อเพื่อเอาไปวางไว้บนรอยกัดของยุง

กลิ่นจากสมุนไพรที่ได้ ทำให้ยุงไม่มายุ่งกับเขาอีกต่อไป ผลที่ได้คือภีร์ไม่มีรอยเกาที่ขา

แต่ผลที่ได้มากกว่านั้น คือความเย็นจากสมุนไพรที่ถูกผ้าขาวบางห่อหุ้มเอาไว้

และความเย็นในวัยเด็กก็ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เมื่อถึงตอนที่ภีร์ต้องค้นคว้างานวิจัยส่งอาจารย์ ในฐานะนิสิตในหลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่เขาได้คิดต่อยอดไปว่า จะเป็นไปได้ไหมที่จะยืดระยะเวลาความเย็นของสมุนไพรของคุณตาให้อยู่ได้นานกว่าเดิม

น้ำใส ๆ ที่เหมือนไม่มีอะไร แต่ภายในบรรจุงานวิจัยที่ใช้เวลาทำ 1 ปีเต็ม

จากความสงสัยที่อยากจะยืดระยะเวลาความเย็นของสมุนไพรให้นานมากยิ่งขึ้น นำมาสู่คำตอบของการเอาเซลลูโลสมาใช้

เจอคำว่าเซลลูโลสเข้าไปก็อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นเรื่องยากแล้วปิดบทความนี้ทิ้ง เพราะภีร์ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องของเซลลูโลสให้เด็กที่สอบตกวิทยาศาสตร์ทุกเทอมอย่างเราให้เข้าใจได้แบบง่าย ๆ

เซลลูโลสคืออะไร ? มันคือสารที่อยู่ในพืชและผักทุกชนิดที่ถูกการสังเคราะห์แสง มีความเป็นเส้นใย และมีคุณสมบัติในการกักเก็บ

ภีร์จึงได้เอาความเป็นเซลลูโลสนี้มาทำให้มันอยู่ในระดับนาโน ซึ่งเป็นระดับที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แล้วนำมันมาผสมกับตัวยาสมุนไพร จนกลายเป็นสเปรย์ใส ๆ อย่างที่เราได้เห็นกัน

พูดให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือเซลลูโลสถูกนำมาใช้แทนผ้าขาวบางในวัยเด็กของคุณตา แต่เป็นผ้าขาวบางที่มองไม่เห็น และสามารถเก็บความเย็นของสมุนไพรได้นานถึง 2 ชั่วโมง

เจ๋งเนอะ

แต่กว่าจะสามารถเก็บความเย็นได้ 2  ชั่วโมงแบบนี้ ทั้งภีร์และก้องต้องใช้เวลาในการวิจัยนานถึง 1 ปีเต็มเลยทีเดียว

เป็นโปรดักท์ที่ อย. ไม่รับจดทะเบียน

ด้วยความใหม่ของโปรดักท์ นอกจากการ Educate ตลาดให้เข้าใจว่าละอองเย็นคืออะไรแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทั้งภีร์และก้องได้ทำเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโปรดักท์ที่ใหม่นี้ นั่นก็คือการไปจดทะเบียนกับทางอย.

ที่แม้จะผ่านการวิจัยมามากเท่าไหร่ หรือได้รับการยอมรับมากขนาดไหน แต่อย.กลับไม่รับจดทะเบียนให้กับละอองเย็น

ด้วยเหตุผลที่ภีร์และก้องเล่าให้เราฟังว่า

“ตอนเอาไปอย. เขาบอกว่าโปรดักท์ของผมมันไม่ได้ใช้แล้วสวยขึ้น หรือใช้แล้วหายขาดจากโรค ที่อย.ไม่รับจดทะเบียนเป็นเพราะของ ๆ เราไม่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่ว่ามันไม่ได้มาตรฐาน

ละอองเย็นก็เลยถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของสินค้าทั่วไป”

เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ไซส์ของขวด

ด้วยความที่พื้นฐานมาในสาย engineering มาโดยตลอด ทำให้ทั้งภีร์และก้องไม่ค่อยถนัดในเรื่องของ Design หรือการใช้งานที่ Friendly กับผู้ใช้งานมากสักเท่าไหร่

ละอองเย็นในช่วงแรก จึงมาในรูปแบบของขวดสเปรย์ขนาดเท่าที่เอาไว้ฉีดกระจก เพียงแค่ฉีดแล้วผู้ใช้รู้สึกเย็น เพียงเท่านี้เขาทั้งสองก็รู้สึกดีใจแล้ว

จนกระทั่งได้มาเห็นภาพของเพื่อนคนนึง ที่พกละอองเย็นเท่าขนาดสเปรย์ฉีดกระจกไว้ในกระเป๋า

“เห้ยยยย มันใช่หรอวะ” เป็นประโยคที่ภีร์อุทานออกมาหลังจากเห็นภาพของการพกขวดที่ใหญ่เทอะทะ และนั่นก็นำมาสู่การรีแพ็กเกจจิ้งใหม่ ที่คนภายนอกอาจจะเห็นว่ามันเป็นแค่การลดขนาด

แต่ความจริงแล้ว มันคือการรีแพ็กเกจจิ้งที่ถูกคิดมาได้อย่างละเอียด ละเอียดขนาดที่ว่าการกดสเปรย์หนึ่งครั้งจะต้องมีละอองน้ำออกมากี่ไมโครลิตร ละอองน้ำจะต้องกระจายตัวได้กว้างเท่าไหร่ เพื่อทำให้ความเย็นจับพื้นที่ได้มากเท่าไหร่

และถึงจะลดขนาดไซส์ลง แต่ในเรื่อง Function ยังคงต้องอยู่เท่าเดิม เท่ากับตอนที่เป็นสเปรย์เช็ดกระจกขวดใหญ่

ละเอียดกว่าละอองน้ำที่ออกมา ก็วิธีคิดของพวกเขานี่แหละ !

ส่งออกไปขาย ในประเทศที่มีอากาศร้อนเหมือนกัน

เพราะความร้อนไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่ยังรวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน และนี่ก็กลายมาเป็นโอกาสในการทำตลาดของละอองเย็น ทั้งในประเทศสิงคโปร์ จีน มาเลเซีย และลาว รวมถึงกับประเทศที่วางแพลนไว้ในอนาคตอย่างกัมพูชา เวียดนาม และฮ่องกง

เพราะไม่ใช่ความร้อนของอากาศที่เหมือนกันเท่านั้น แต่ในด้านของวัฒนธรรม ภูมิภาค การเสพย์สื่อ ประเทศกลุ่มเหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากบ้านเราสักเท่าไหร่

และถึงจะส่งออกมาเพียงใด แต่ยอดขายส่วนใหญ่ของละอองเย็นก็ยังอยู่ที่ประเทศไทย ในสัดส่วน 85%

ภาคเหนือคือโลเคชั่นที่ขายดีสุดในไทย แถมหลายคนก็นิยมซื้อไปแจกเป็นของชำร่วยในงาน

หากลองเดากันเล่น ๆ หลายคนคงจะคิดว่าในภูมิภาคที่ละอองเย็นทำยอดขายได้ดีที่สุดคงจะเป็นใต้หรือไม่ก็อีสาน

แต่ผิดคาด เพราะกว่า 45% ของยอดขายในประเทศทั้งหมดกลับมาจากคนเหนือทั้งนั้น เมื่อถามว่าแล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ไปกระจุกกันอยู่ที่ภาคเหนือ

ภีร์จึงได้ตอบกลับเรามาว่า

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดมาก่อน มันก็คงจะเหมือนกับการที่ลูกค้าของเราซื้อทีเป็นพัน ๆ ชิ้นละมั้ง ตอนนั้นผมสงสัยว่าเขาไปซื้อทำอะไรเยอะจัง ก็เลยถามเขาไป

คำตอบที่ได้กลับมาเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก เพราะอยู่ดี ๆ ละอองเย็นก็กลายเป็นของชำร่วยในงานบวช งานแต่งกลางแจ้งที่แดดร้อน ๆ จากที่เคยซื้อใช้ส่วนตัว ก็ซื้อมาแจกแขกในงาน

หลายคนเวลาทำธุรกิจ จะชอบไป Lead ผู้บริโภคว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเป็นแบบโน้นแบบนี้ ซึ่งก็เป็นอะไรที่ดีนะ แต่ผมว่ามันไม่มีอะไรเป็นแบบที่เราคิดไว้ 100% หรอก สิ่งที่เราทำจึงเป็นจากการ Lead มาเป็นการ Follow แทน ตามเขาให้ทันว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นแบบไหน แล้วค่อยตอบสนองความต้องการนั้นแทน ผมคิดแบบนี้นะ

จากที่พูดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยอดขายหลายแสนขวด เป็นหนึ่งในโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม Project ที่ไม่ได้เข้ารอบกันไปง่าย ๆ  หรือการส่งออกไปต่างประเทศ คุณคิดว่าละอองเย็นขายมานานแล้วเท่าไหร่ หนึ่งปี หรือมากกว่านั้น?

เปล่าเลย เพราะมันกินระยะเวลาไปเพียงแค่ 5-6 เดือนเท่านั้น และไม่ใช่แค่กับตัวละอองเย็น แต่สิ่งที่ภีร์และก้องตั้งใจจะพัฒนาต่อไปก็คือนาโนเซลลูโลส ผ้าขาวบางที่มองไม่เห็น ที่เราได้อธิบายไปในข้างต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใส่ได้ในหลาย ๆ อุตสาหกรรม

และเมื่ออยู่ได้ในหลายอุตสาหกรรม คงไม่ต้องบอกว่ามันจะสามารถสร้างรายได้ให้มากได้ขนาดไหน