แม้ส่งออกไม่เป็นไปตามเป้า แต่ “คูโบต้า” ยังขอโต 10% ในปีนี้

คูโบต้า ตั้งเป้าโต 10% ในปี 2561 จาก 3 ปัจจัยหลัก เช่น ราคาพืชผลที่เพิ่มขึ้น, การจัดการน้ำที่ดีขึ้น และ การทำตลาดของคุโบต้า พร้อมเผยว่า ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร ยังคงเติบโตที่ 4-5%

ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร โตด้วยแทรคเตอร์

หากกล่าวถึงเกษตรกรรมของไทยสิ่งที่คาดไม่ได้เลยคือ เครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กสำหรับเกษตรกรรายย่อยจนถึงเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ สำหรับรายใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพความแม่นยำสูง

สำหรับตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร ปัจจุบันมีมูลค่า 50,000 ล้านบาท เติบโต 4-5% โดยสินค้าหลักคือแทรคเตอร์ และรถเกี่ยวนวดข้าว

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดโต มาจาก ราคาพืชผลที่สูงขึ้นส่งผลให้เกษตรกรจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวและต้องการประสิทธิภาพเครื่องจัรที่เพิ่มขึ้น ต่อมาคือในปีนี้เองมีการจัดการน้ำที่ดีขึ้นทำให้น้ำไม่ท่วม เกษจรกรมีกำลังใจในการเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้น และรวมถึงการทำกิจกรรมการตลาดต่างๆ ของแบรนด์ที่ผลิตเครื่องจักรกลทางการเกษตร

ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร

ส่งต่างประเทศไม่ดีไม่เป็นผลต่อเป้าที่ตั้งไว้

สำหรับ แบรนด์ คูโบต้า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เติบโต 2% มียอดขาย 25,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนได้เป็น ในประเทศ 60% (14,500 ล้านบาท) และต่างประเทศ 40% (10,500 ล้านบาท)

ฮิโรโตะ คิมุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า

“ตลาดในประเทศไทบนับว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่ในต่างประเทศที่ส่งออกไปไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากราคาพืชผลใน ลาว กัมพูชา เขตอาเซียน และอินเดีย ราคาลดลง”

ในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดต่างประเทศ จะกลับมาดีขึ้นเนื่องจากราคาพืชผลในประเทศอย่างเขตอาเซียน และอินเดีย จะกลับมาเท่าประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้

ด้านเป้าทั้งปีของ คูโบต้า คือ 56,000 ล้านบาท เติบโตจาก ปี 2560 10% หรือจาก 51,000 ล้านบาท สามารถแบ่งสัดส่วนได้เป็น ในประเทศ 55% และต่างประเทศ 45% และสำหรับปี 2562 ได้ตั้งเป้าสัดส่วนไว้เท่าเดิม

และสำหรับในอีก 5 ปี ข้างหน้า คูโบต้า ตั้งเป้ามีสัดส่วนยอดขาย ในประเทศ 50% และ ต่างประเทศ 50% โดยสินค้าของคูโบต้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ แทรคเตอร์ 35,000 คัน และรถเกี่ยวและนวดข้าว 3,500 คัน

ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร

เปิด 4 หลักการทางธุรกิจ ของคูโบต้า

ขณะเดียวกันด้านทิศทางธุรกิจของคูโบต้า เพื่อเป้า 10% จะประกอบไปด้วย 4 หลักการทางธุรกิจ ได้แก่

  • Leader เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในอาเซียน โดยมุ่งสู่การเป็นผู้นำนวัตกรมเครื่องจักรกลการเกษตรชั้นนำระดับโลก
  • Innovation ยกระดับภาคเกษตรกรรมให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลการทำเกษตร BIG DATA เพื่อช่วยเกษตรกรบริหารจัดการการเกษตรได้อย่างแม่นยำ
  • Seamless Life ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อระหว่างองค์กร พนักงาน ผู้แทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ ในการสร้างสรรค์เครื่องจักรกลการเกษตร ผสานองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่ช่วยสร้างผลผลิตทางการเกษตร เพื่อนำไปสู่สังคมและประชากรทั่วโลกให้มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสุดท้าย คือ
  • Sustainability มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมเกษตรเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณ ในการสร้างอาหารให้เพียงพอและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชากรในวันข้างหน้าสามารถดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้อต่อการเพาะปลูก

เปิด KUBOTA Farm แห่งแรกในไทย

นอกจากนี้เพื่อเกษตรกรไทย คูโบต้า ได้ทุ่ม 150 ล้านบาท เพื่อก่อสร้าง KUBOTA Farm ที่ จ.ชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 220 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์จริงในการเพาะปลูกพืชด้วยวิธีการเกษตรสมัยใหม่ และเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตรแขนงต่างๆ เพื่อถ่ายทอดให้กับเกษตรกร

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาในเฟสแรก คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยตั้งเป้าที่จะเป็นฟาร์มที่ให้ความรู้และเน้นการปฏิบัติจริงในการทำเกษตรเต็มรูปแบบแห่งแรกในอาเซียน ที่ดำเนินการโดยภาคเอกชน

“เหตุผลที่เราเปิด KUBOTA Farm ที่ไทยเป็นที่แรก เนื่องจากไทยเป็นฐานหลักของคูโบต้าและมีความพร้อมในเกษตร 4.0 และสำหรับการเปิดในต่างประเทศนั้นตอนนี้เรายังไม่มีแผนที่จะไปเปิด”ฮิโรโตะ คิมุระ กล่าวเพิ่มเติม


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer