คุยกับ “โซวบักท้ง” ตำนาน SEO ตัวทอปเมืองไทย กับความท้าทายครั้งใหญ่ CEO YDM Thailand

หลังจากตัดสินใจนำ ADYIM บริษัทเอเจนซีโฆษณาออนไลน์ที่ปั้นมากับมือ ผนึกกำลังรวมกับ Yello Digital Marketing ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งจากเกาหลีมาตั้งแต่สองปีก่อน แน่นอนว่าสปอร์ตไลต์ก็ยิ่งส่องมาที่ ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น กับบทบาทประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด และความท้าทายที่คุ้นเคย…ครั้งใหม่

ที่บอกว่าคุ้นเคยก็เพราะปลายทางของงานคือการสร้างความสำเร็จให้กับลูกค้าเหมือนเดิม แต่ที่ใหม่เพิ่มเติมก็คือไซส์ที่ใหญ่ขึ้น เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เพียงเกาหลีเท่านั้น ยังมีอีก 3 องค์กรยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา ได้แก่ 1. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยโครงการ InVent  2. บริษัทเอ็น-เวสต์ เวนเจอร์ จำกัด และ  บริษัท พรีเมียร์ แอ็ดไวซ์เซอรี่ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการ กองทรัสต์ SME Private Equity Trust Fund โดยธนาคารออมสิน และ 3. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เข้ามาจับมือผนึกกำลังล่าสุดอีกด้วย!

วันนี้ได้นั่งพูดคุยกับ CEO กูรู Digital Marketing ที่หลายคนในโลกออนไลน์รู้จักกันดีกับเทพ “โซวบักท้ง” เซียน SEO อันดับทอปเมืองไทย ที่มาแชร์มุมมองเทรนด์ดิจิทัลอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน บางอันก็ต้อง Off Record เอาไว้ แต่แค่ที่เผยแพร่ได้ ก็สนุกแล้ว

 

เมื่อดิจิทัลโตกระจาย Analog รอวันกระจุย?

ท่ามกลางสังคมก้มหน้า ไปที่ไหนก็เจอแต่คนก้มมองแต่มือถือ …ตื่น แต่งตัว ออกจากบ้าน โหนรถไฟฟ้า ทำงาน กินข้าว กลับบ้าน กระทั่งก่อนนอนก็ขอเช็กสเตตัสโซเชียลอีกสักหน่อย

จากพฤติกรรมของผู้คนที่เห็นได้ทั่วไป ก็คงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม เทรนด์โฆษณาดิจิทัลบ้านเรา ถึงได้ shift ตามพฤติกรรมผู้บริโภคแบบสุดๆ

ถ้าเทียบกับเค้กก้อนใหญ่วงการโฆษณาทั้งหมดประเทศไทยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท ตอนนี้ต้องบอกว่าดิจิทัลตัดแบ่งไปแล้วประมาณ 14,000 ล้านบาท แถมมีทีท่าโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุด เฉลี่ยที่ผ่านมาโตปีละไม่ต่ำกว่า 10%

แต่บอกเลยว่าบ้านเรายังจิ๊บๆ เพราะอย่างยุโรปไม่ว่าอังกฤษหรือฝรั่งเศส แบ่งไปครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนอเมริกาที่เป็นประเทศที่ใช้เม็ดเงินเยอะที่สุดในโลกก็ใช้ดิจิทัลไปกว่า 30%

“สำหรับประเทศไทย ผมมองว่าอีกไม่เกิน 5 ปี งบครึ่งหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นออนไลน์ อนุมานจากแสนล้านครึ่งหนึ่งก็ห้าหมื่นล้าน ถ้าย้อนไปสัก 3-4 ปี บอกแบบนี้หลายคนก็คงไม่เบะปากไปข้างไม่เชื่อ แต่ถ้าตอนนี้ หลายคนก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่ามันจริง ถามว่าอนาล็อกจะหายไปหรือไม่ ถ้าดูทิศทางตอนนี้ก็ต้องตอบว่าใช่ แต่ผมว่าประเด็นมันอยู่ที่นักการตลาดว่าจะเลือกใช้แพลตฟอร์มอะไร เพราะแต่ละอย่างก็มีข้อดีของตัวเอง

แต่สิ่งที่ผมพูดได้ วันนี้ดิจิทัลพัฒนาเร็วกว่าที่คุณคิด คุณอย่าคิดว่าอยู่ในดิจิทัลแล้วจะอยู่รอดปลอดภัย วันนี้เรามีเทคโนโลยีนี้ แต่พรุ่งนี้สิ่งที่เรามีมันอาจจะล้าสมัย ใช้การไม่ได้แล้ว”

 

เอเยนซีอยู่ยาก เจ้าใหญ่ใช่จะรอด

ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะพูดว่า “Content is the king” แต่สำหรับธนพล “Data ต่างหากที่ is the king”

เมื่อเอเยนซีทุกเจ้าเก่งไม่แพ้กัน ดังนั้นตัวชี้วัดว่าเจ้าไหนอยู่รอดได้ในอนาคต ต้องดูว่า “เครื่องมือ” ใครเจ๋งกว่ากัน ใครที่จะสามารถทำ Data Analytics เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำตลาดและโฆษณาเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่ากัน

“เมื่อก่อนเรามักยึดติดเรื่องการทำคอนเทนต์ที่ดี เอเยนซีเจ้าใหญ่ๆ ก็อยู่ได้ด้วยการทำคอนเทนต์ ทำหนังโฆษณาดีๆ ให้คนพูดถึงนานๆ ซึ่งมันคุ้มค่าเหนื่อย แต่เทรนด์ทุกวันนี้มันไม่เหมือนเดิม คุณทำหนังโฆษณามาเรื่องหนึ่ง ยิงลงออนไลน์ ถามจริงๆ คุณคิดว่าคนจะดูจะแชร์กันสักกี่อาทิตย์ มันถึงมีหนังโฆษณามากมายที่ทิ้งลงไปแล้วหายจ๋อมในน้ำ หรือที่ดังเปรี้ยงจริงๆ มีไม่กี่ตัวเท่านั้น ”

“ดังนั้นก็ต้องมาตั้งต้นว่าคอนเทนต์ใช่คำตอบที่ดีที่สุดในมุมลูกค้าหรือไม่ ลูกค้าเขาขายของได้มากขึ้นหรือเปล่า ผมไม่ได้บอกว่าทำหนังโฆษณาไม่ดีนะ แต่มันก็ต้องตั้งคำถามเพิ่มว่า คนดูเยอะแล้วลูกค้าได้อะไรตอบแทนกลับไป อันนี้คุณต้องตอบคำถามให้ชัดเจน”

“ความชัดเจน” ตรงนี้ล่ะ ที่ “ซือแป๋” ผู้คร่ำหวอดในวงการ Digital Marketing กว่า 20 ปีชี้ว่า ปัจจุบันโลกดิจิทัลมี “เครื่องมือ” ที่จะนำแบรนด์ตลอดจนสินค้าของลูกค้าไปสู่สายตาผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ

แทนที่ลูกค้าจะทุ่มเม็ดเงินให้เอเยนซีเจ้าใหญ่ทำคอนเทนต์ เปลี่ยนมาใช้เอเยนซีเจ้าเล็กแต่มีเครื่องมือที่ตรงวัตถุประสงค์เป้าหมาย ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์มากกว่า ที่สำคัญประหยัดกว่า ประเด็นนี้ล่ะที่ธนพลบอกว่า ต่อไปปลาใหญ่จะถูกปลาเล็กรุมกัด

เขาเน้นย้ำว่าเทรนด์ต่อจากนี้ เอเยนซีต้องมีเครื่องมือที่เข้าถึง AI สามารถชี้ชัดพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างทันที จึงจะสร้างโอกาสให้กับลูกค้าได้

 

ทำไมถึงเป็น YDM Thailand

เพราะการเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรม ผู้ปลุกปั้น Adyim ไม่ปฎิเสธว่าการร่วมทุนกับเจ้าใหญ่ต่างประเทศคือหนทางที่ดีที่สุดของโลคอลเอเยนซีในระยะยาว แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าการได้เงินทุน คือวิธีการทำงาน ที่ยังคงเป็นตัวตนของ Adyim มากที่สุด

นำมาสู่การผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาด้วยการผนึกกำลังกับ Yello Digital Marketing ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่ง Digital Marketing จากเกาหลี ทำให้เขาได้สี่อย่างที่สำคัญ หนึ่ง เงินทุน สอง คอนเนกชัน สาม นวัตกรรมเทคโนโลยี และสี่ ตัวตน

“จริงๆ ก่อนหน้านี้มีคนมาคุยเยอะมาก ระดับบิ๊กๆ มาหมดเลย แต่เราเลือก YDM เพราะอันดับแรก คือการที่เรามีวัฒนธรรมองค์กรเหมือนกัน ถ้ามาออฟฟิศจะเห็นว่าเราอยู่กันแบบครอบครัว อยู่เหมือนกับเป็นบ้าน ผมอนุญาตให้พนักงานเอาหมามาทำงาน หมาเต็มออฟฟิศ ตอนประชุมเราก็ไม่ได้  formal แบบเคร่งเครียด ซึ่งด้วยความที่เขาเป็นสตาร์ทอัพ  คัลเจอร์ก็จะคนรุ่นใหม่เหมือนกัน เราเชื่อว่าทำงานกับคนที่เคมีเหมือนกันมันก็มีโอกาสราบรื่นมากกว่า”

“อีกเหตุผลหนึ่งถ้าผมไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจโฆษณา ผมอาจจะเป็นเพียงบริษัทโฆษณาบริษัทหนึ่งในกรุ๊ปเขา ดีไม่ดีผมลูกเมียน้อยสุดๆ ในขณะที่  YDM ติดต่อมา เขาชัดเจนเลยว่าให้อิสระเราบริหารจัดการเองเลย โดยเขาจะซัปพอร์ตนวัตกรรมให้ อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องการ”

“สังเกตทั่วไปถ้าเป็นบริษัทโฆษณามาจับมือกับบริษัทโฆษณาผมว่ามันไม่เกิดนวัตกรรม ซึ่ง YDM ไม่ใช่ธุรกิจโฆษณา เขาเป็น      โฮลดิ้งกรุ๊ป เขามีบริษัทที่เป็น Big Data เขามีบริษัทที่เป็น Ad Technology เขามีบริษัท  Mobile Application เขามองมิติในการโฆษณาไปอีกมิติหนึ่ง จากความหลากหลายทั้งหมดโดยมีแกนกลางคือ Digital Advertising มาจับบริษัทพวกนี้ให้ทำงานด้วยกัน ภาพของความ Synergy มันจึงเกิด” ฉฎฯ เล่าถึงคีย์เวิร์ดของความสำเร็จที่ผ่านมา

 

YDM Thailand Digital Marketing Solutions ครบวงจร

YDM Thailand นั้นจะโฟกัสในธุรกิจดิจิทัล 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Digital Marketing Consulting, Digital Marketing Solutions, Digital Media และ Digital Marketing Platform เรียกว่ามาร์เก็ตติ้ง โซลูชัน ครบวงจร

จุดแข็งคือการมี 7 บริษัทด้าน Digital Marketing แต่ละบริษัทต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันและร่วมมือกันในลักษณะของ E-co System ทำให้ลูกค้าประสบความสำเร็จสูงสุดในการทำธุรกิจ

 

7 บริษัทในเครือ YDM Thailand ได้แก่

Adyim:  Digital Marketing Solution Hub

Gottimize:  ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและการซื้อสื่อโฆษณาออนไลน์

Alt65: เจ้าของแพลตฟอร์ม Revu ที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างรีวิวสินค้า ผ่าน Micro influencer

Adpocket: แอปพลิเคชันเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย ที่เปลี่ยนหน้าจอมือถือให้เป็นพื้นที่โฆษณา

Doer:  Freelance Management Platform

AVG: บริษัททำ Digital Marketing สำหรับเจาะตลาดจีน และนักท่องเที่ยวจีนในไทย

Nawin:  บริษัท Creative Consulting

ทีม YDM Thailand ในวันแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

การเปิดตัว YDM Thailand อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ยังมาพร้อมกับการจับมือ 3 ผู้ร่วมทุนใหม่ ได้แก่ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยโครงการ InVent, บริษัทเอ็น-เวสต์ เวนเจอร์ จำกัด และ บริษัท พรีเมียร์ แอ็ดไวซ์เซอรี่ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนทรัสต์ SME Private Equity Trust Fund โดยธนาคารออมสินและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นับเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลเมืองไทยครั้งใหญ่ เขาเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพที่มีในตอนนี้ และการพัฒนาในอนาคต มั่นใจจะสามารถก้าวสู่ความเป็นกลุ่มบริษัท Digital Marketing อันดับ 1 ของเมืองไทยได้

“ตอนนี้ต้องบอกว่า YDM Thailand กำลังก้าวสู่ The New Era of Digital Marketing ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นตัวขับเคลื่อน แผนระยะสั้นตอนนี้เรากำลังเตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ภายในปี พ.ศ. 2563

“ส่วนแผนระยะยาว ด้วยโดยเงินทุนที่ได้จากการร่วมทุนครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่เติบโตกว่า 100% ทุกปีแล้ว ส่วนหนึ่งยังนำมาใช้ขยายการลงทุนต่อยอดธุรกิจใหม่ ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะเปิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ ออกมาเขย่าวงการ Digital Marketing อีกอย่างน้อย 4 แพลตฟอร์ม รวมถึงจะมีการเปิดตัวบริษัทใหม่ๆ พร้อมทีมผู้บริหารที่เก่งกาจเข้ามาเสริมทัพธุรกิจในเครือมากขึ้น”

และคงต้องบอกว่า การที่มีผู้ร่วมทุนเป็น YDM ประเทศเกาหลีใต้ที่เป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้วันนี้ YDM Thailand กลายเป็นเสือติดปีกตัวใหม่ในวงการ Digital Marketing Solutions ด้วยความสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี มีเครื่องมือใหม่ๆที่จะสร้างความ Wow ให้กับลูกค้า รวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ใช้ในการทำการตลาดดิจิทัล แม้วันนี้ “โซวบักท้ง”ยังอุบไว้ แต่เขารับประกันว่าอีกไม่นานได้เห็นและ “สนุกแน่นอน”

เมื่อเสริมกำลังด้วยการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน คอนเนกชัน และเครือข่ายทางธุรกิจจาก 3 ผู้ร่วมทุนใหม่ น่าสนใจมากๆ ว่าเราจะได้เห็นการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลักดันการทำ Digital Marketing ในประเทศไทยให้เติบโตรวดเร็วไปอีกขั้นแค่ไหน

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer