Show DC ถึงเวลาใช้ เวทมนตร์การตลาด “ชุบชีวิต”

เงินลงทุนมากกว่า 9,500 ล้านบาทบนพื้นที่ 43 ไร่ เพื่อเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้า Show DC ที่ ณ เวลานั้น ทีมผู้บริหารบอกว่า Show DC คือการสร้างมาตราฐานใหม่ของวงการศูนย์การค้าในเมืองไทย ที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน

ด้วยคอนเซ็ปต์ Entertainment Destination ที่ดีที่สุดในเอเชีย มีทั้งการแสดงโชว์อลังการ,ร้านอาหารจากเกาหลีชื่อดัง, และร้านค้าสินค้าแฟชั่น

โดยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยว 10 ล้านคน/ปี ในขณะที่วาดฝันไว้ว่าจะมีคนเข้าศูนย์การค้า 100,000 คนต่อวัน

แต่ทำไมพอถึงเวลาเปิดห้าง ภาพความจริงกับความฝันมันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน เมื่อกรุ๊ปทัวร์ชาวต่างชาติไม่มาตามนัด

ส่วนลูกค้าคนไทยก็ไม่ค่อยอยากฝ่ารถติดไปช้อปปิ้ง ด้วยโลเคชั่นของ Show DCไม่ได้จบที่การเดินทางรถใต้ดิน MRT เหมือนอย่างศูนย์การค้าอื่นๆ ในย่านพระราม 9 เช่น เซ็นทรัล พระราม 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดาภิเษก

ที่สำคัญในสายตาลูกค้าชาวไทย มองว่าไม่จำเป็นต้องไป Show DCก็สามารถช้อปปิ้งที่อื่นได้ 

show dc

สัญญาณเตือนว่าจะเกิดวิกฤติ Show DCนั้นมีมากมายทั้งการถอดแม่เหล็กชิ้นสำคัญคือโชว์การแสดง “หิมพานต์ อวตาร-องค์บากไลฟ์” ที่ว่ากันว่าโชว์แต่ละโชว์นั้นมีต้นทุน 300 – 400 ล้านบาท

แต่เมื่อไม่มีคนเข้าชม แบกรับต้นทุนไม่ไหวก็ต้อง บ๊าย…บาย

show dc

สัญญาณต่อมาคือ “ลอตเต้ ดิวตี้ฟรี” เองก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกแผนก จากนั้นร้านค้าต่างๆ ก็เริ่มที่จะปิดร้านเลิกกิจการในศูนย์การค้าแห่งนี้

เมื่อเกิดความล้มเหลวก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จึงเป็นที่มาให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นชาวมาเลเซียได้สั่งปลดทีมผู้บริหารชุดเก่าที่เป็นคนไทย แล้วนำทีมผู้บริหารชุดใหม่ที่เป็นชาวมาเลเซียเกือบทั้งหมด

โจทย์การตลาดใหญ่ที่ทีมผู้บริหาร Show DCต้องคิดคือจะทำอย่างไรให้ ศูนย์การค้าตัวเองมีชีวิตเหมือนอย่างศูนย์การค้าอื่นๆ

เพราะเวลานี้ สภาพของ Show DCหากเปรียบเป็นคนๆ หนึ่ง ก็ไม่ต่างจากร่างกายไร้วิญญาณ แทบจะไม่มีคนมาเดินศูนย์การค้า อีกทั้งร้านค้าต่างๆ รวมไปถึงร้านอาหารก็ถอดใจไปหาโลเคชั่นอื่น ที่ดูมีอนาคตกว่า Show DC 

การเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ครั้งนี้ วิธีการทำธุรกิจศูนย์การค้าของ Show DCจะเปลี่ยนไป โดยเวลาเตรียมที่จะชุบชีวิต Show DCในเดือนตุลาคม 

จากคำพูดของทีมผู้บริหารทีมใหม่ นั้นคือการสร้างความหลากหลายของธุรกิจด้านศูนย์การค้าและความบันเทิงเพื่อดึงดูดขาช้อปและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ความเคลื่อนไหวแรกสุดคือการดึงแบรนด์ร้านค้าเบ็ดเตล็ดสัญชาติมาเลเซียเหมือนกันอย่าง MR DIY มาเปิดสาขา รวมไปถึงยังมีข่าวลือว่ากำลังเจรจากับ  GourmetMarket เพื่อมาเปิดบริการที่ Show DCอีกทั้ง “ลอตเต้ ดิวตี้ฟรี” เองก็ยังยืนยันว่าจะอยู่ที่ Show DCพร้อมกับอัพเกรดสินค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม

การเปลี่ยนแปลงสเต็ปแรก..ทำให้ให้พอคาดเดาได้ไม่ยากว่าสัดส่วนพื้นที่ Show DCจะต้องเปลี่ยนไปจากแต่เดิมนั้นพื้นที่ 55% จะเป็นโซน Entertainment 25% เป็นร้านอาหาร และ 20% เป็นร้านค้าสำหรับการช้อปปิ้ง

แต่ความน่าจะเป็นของ Show DCโฉมใหม่ น่าจะเพิ่มพื้นที่ร้านค้าแล้วร้านอาหารมากขึ้นกว่าในอดีต จากนั้นก็ไปลดพื้นที่โชว์การแสดงต่างๆ ให้เหลือน้อยลง เพราะที่ผ่านมาก็พบความเป็นจริงแล้วว่า โชว์ต่างๆ ที่มีต้นทุนแพง ค่าบัตรเข้าชมก็ย่อมราคาสูง แต่ลูกค้าที่จะยอมจ่ายไม่พอเพียงกับต้นทุนของโชว์ที่ต้องแบกรับ

คงต้องตามดูโฉมใหม่ของ Show DCที่จะเห็นในช่วงปลายเดือนตุลาคม จะมีหน้าตาออกมาอย่างไร 

แต่ที่แน่ๆ โจทย์ใหญ่ที่สุดของการจะอยู่รอดต่อไป คือทำยังไงก็ได้ให้ศูนย์การค้า Show DCมีชีวิตเหมือนอย่างศูนย์การค้าอย่าง เซ็นทรัล, เดอะมอลล์,สยาม พารากอน ฯลฯ

มันก็ขึ้นอยู่ว่าการปรับตัวครั้งใหญ่ ที่มีทีมผู้บริหารมาเลเซียเป็นพ่อครัวใหญ่ จะคัดเลือกส่วนผสมมาปรุงแต่งให้ Show DC เป็นศูนย์การค้าที่กลมกล่อม ให้ใครๆ ก็อยากเดินทางไปช้อปปิ้ง ได้มากน้อยแค่ไหน

เพราะการทำธุรกิจศูนย์การค้าก็ไม่ต่างจากทำอาหาร หากปรุงเสร็จพร้อมเสิร์ฟ มองดูน่าทานรสชาติอร่อย ใครๆ ก็อยากไปทาน   


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer