8 Brand Collaboration แห่งปี 2017

Brand Collaboration หรือ การร่วมมือของแบรนด์ เป็นสิ่งที่นักการตลาดกำลังให้ความสนใจ และมีการประยุกต์ไปใช้ในวิธีที่แตกต่างกัน

เพราะการที่แบรนด์ 2 แบรนด์ ร่วมมือกัน หมายถึง โอกาสในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น ความเชี่ยวชาญที่มากขึ้น และ งบที่มากขึ้นเช่นกัน

เข้าปี 2018 แล้ว หากใครยังไม่มีไอเดียอะไรดีๆ ลองดูไอเดียเหล่านี้ไว้เป็นแรงบันดาลใจก็แล้วกัน

 

1.National Geographic + Tourism New Zealand

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ดังเรื่องการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย แต่สิ่งที่นิวซีแลนด์ต้องการให้คนสัมผัสมากขึ้น ก็คือ Story

การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ จึงร่วมมือกับ National Geographic แบรนด์สารคดีอันดับหนึ่งของโลก ในการพาทัวร์สำรวจนิวซีแลนด์ในมุมที่ต่างออกไป

 

2.Sundance TV + Visit Seattle

เมือง Seattle ในสายตาของนักท่องเที่ยว คงไม่โด่งดังเท่า New York, Las Vegas หรือ San Francisco เมือง Seattle จึงเริ่มโปรโมทเมืองของพวกเขาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากการทำวิดีโอ เล่าเรื่องราว กิจกรรม ร่วมมือกับ Sundance ช่องทีวีที่ดังเรื่องภาพยนตร์นอกกระแส

เป็นตัวอย่างที่ดีของการริเริ่มอะไรบางอย่าง ไม่ต้องใหญ่ระดับโลก แต่ก็เล่าเรื่องในแบบที่ตัวเองเป็น

 

3.ททท. + Michelin Guide

พูดถึงเมืองไทย อาหารไทย เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี เรามี Street Food ทั่วประเทศ มีร้านอาหารแปลกๆ มากมาย แต่สิ่งที่ยังไม่มีก็คือ มาตรฐานร้านอาหารที่ทั่วโลกยอมรับ ‘Michelin Star’

การร่วมมือครั้งนี้จึงช่วยยกระดับ การท่องเที่ยวไทยให้มีความพรีเมียมมากขึ้น สอดคล้องนโยบายที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวที่เน้น คุณภาพมากกว่าปริมาณ

 

4. Great Big Story + All Nippon Airways

ญี่ปุ่น น่าจะเป็นประเทศที่มี Stories เยอะที่สุดในโลก ในการโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศนั้น ANA จึงร่วมกับ Great Big Story ในการทำเรื่องราวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ โดยอย่างในภาพข้างบนเป็นเรื่องเล่าของ คุณลุงชาวญี่ปุ่นมีเครื่องกดข้าวแกงกะหรี่อัตโนมัติ แต่ที่พิเศษก็คือ ข้าวที่ใช้ในตู้กดนั้น เป็นข้าวที่คุณลุงปลูกเองด้วย

ตัวอย่างที่ 1 กับ 2 พยายามเล่าว่า ในพื้นที่นั้นมีอะไรบ้าง แต่ตัวอย่างนี้เป็นการเล่าเรื่องผ่านจุดที่เล็กที่สุด

 

5.Fatherly + Airbnb

ถึงแม้ Airbnb จะทำโฆษณาดีๆ มากมาย แต่ในแง่ของความ Real พวกเขายังเข้าไม่ถึง แคมเปญนี้ Airbnb จึงร่วมกับ Fatherly ในการสร้างทริปสุดพิเศษระหว่างครอบครัวขึ้นมา โดยผลงานที่ออกมาก็คือภาพความประทับใจที่เกิดขึ้นจริง จากการสนับสนุนของ Airbnb

ฉะนั้นบางทีแบรนด์ที่ต้องการความจริงใจในการเล่าเรื่อง ก็อาจะใช้วิธีนี้ก็ได้ คือ ปล่อยให้คนทำคอนเทนต์ได้วาดลวดลายตามใจชอบ

 

6.Dodo + Samsung

Dodo เป็นองค์กรที่เกี่ยวกับการรักสัตว์ มีทั้งเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย โดยแคมเปญนี้เริ่มจาก ช่างภาพ Sophie Gamand ที่ต้องการหาบ้านให้สุนัข Pitbull แต่ Pitbull นั้นมีข่าวกัดคนมาโดยตลอด ทำให้มันจึงเป็นตัวเลือกท้ายๆ ที่คนอยากรับไปเลี้ยง Sophie จึงทำการถ่ายรูปหมาพิตบูลกับดอกไม้ ด้วยมือถือ S8 จากนั้นก็จัดนิทรรศการให้คนมาดู

ซึ่งภาพที่ออกมาก็สวยและดูดีไม่ต่างจากกล้อง DSLR และในตอนท้ายคลิป ก็มีข้อความว่า “ถ่ายทำด้วย Galaxy S8″ ซึ่งเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก เพราะวิดีโอทำออกมาได้ดี

 

7. Men’s Health + Fitbit

Fitbit เป็นอุปกรณ์ที่เน้นการออกกำลังกายโดยเฉพาะ และเพื่อจะสื่อถึงความสำคัญของชีพจรหัวใจ Fitbit จึงร่วมกับนิตยสาร Men’s Health ในการทำแคมเปญที่เกี่ยวกับชีพจรโดยเฉพาะ โดยให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ในการไต่เชือกมาหัดเดินไต่เชือกให้เป็น

ผลที่ออกมา คือ การไต่เชือกบนพื้นที่ไม่สูงใครๆ ก็ทำได้ แต่เมื่อจับคนไปไต่เชือกบนความสูงระดับ 60 ฟุตจากพื้นดิน หัวใจที่เต้นแรง ทำให้คนตื่นเต้นจนกลัว

 

8.Louis Vuitton+ Supreme

สุดท้ายคงไม่พูดถึงสองแบรนด์นี้ไม่ได้ เพราะสร้างปรากฏการณ์การต่อคิว และ Word of Mouth ไปทั้งโลกโซเชียล

คงเป็นการยากที่จะบอกว่า ภาพลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เป็นบวกมากขึ้นขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ ยอดขายและการรับรู้ของแบรนด์ประสบความสำเร็จแน่นอน

การร่วมมือกันของแบรนด์แฟชั่นนั้น เห็นกันได้บ่อยมากขึ้น เช่นการนำลายการ์ตูนมาใส่ในรองเท้า หรือ การนำ Material ของอีกแบรนด์มาใช้กับอีกแบรนด์

 

จากทั้ง 8 ตัวอย่าง พอจะสรุปได้ว่าในการร่วมมือของแบรนด์ แบรนด์หนึ่งจะมีทรัพยากร มีคอนเทนต์สนุกๆ ให้เล่น ส่วนอีกแบรนด์จะความคิดสร้างสรรค์ และสร้างโปรดักชันดีๆ ได้

หรือ แบรนด์หนึ่งมีคอนเทนต์ อีกแบรนด์มีช่องทางการตลาด มีฐานแฟนคลับ ก็ทำได้เช่นกัน