ทีเอ็มบีเปิดตัว “Lean Quick Win” คอร์สด่วนอัพเกรดเอสเอ็มอีไทย เติบโตอย่างแตกต่าง

ถือเป็นพันธกิจสำคัญของทีเอ็มบีที่จะร่วมสร้างศักยภาพให้เอสเอ็มอีไทย นอกจากโซลูชันด้านการเงินที่สะดวก คล่องตัวและตอบโจทย์ของทีเอ็มบีแล้ว แน่นอนว่าการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ปรึกษา ตลอดจนการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญที่ทีเอ็มบีทำมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยโครงการอบรมเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ที่จะช่วยต่อยอดและสร้างโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แตกต่าง และยั่งยืน

วันนี้ Marketeer มีโอกาสไปสังเกตบรรยากาศการเรียนการสอน หลักสูตร “Lean Quick Win พัฒนาไอเดียธุรกิจต่อยอดสร้างโอกาสเอสเอ็มอีไทย เติบโตอย่างแตกต่าง” ที่จัดขึ้นโดยทีเอ็มบี ร่วมกับ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ณ ห้อง Xcite Space ชั้น 17 อาคารเคเอกซ์ วันที่ 8-10 สิงหาคมที่ผ่านมา

เสริมแกร่งเอสเอ็มอีรายเล็ก

ย้อนกลับในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทีเอ็มบีมีโครงการ Lean Supply Chain by TMB ซึ่งเป็นหลักสูตรการนำเทคนิค Lean Six Sigma ที่ใช้ในองค์กรทั่วโลก มาสอนกับบรรดาเอสเอ็มอีไทย โดยจุดเด่นเน้นการประยุกต์ได้จริง ทั้งเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพครบวงจร ด้านการบริหารจัดการการผลิต ลดสินค้าคงคลัง เพิ่มผลผลิตในองค์กร และลดระยะเวลาในการทำงาน

ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดร. รุจิกร  ภาวสุทธิไพศิฐ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี เล่าว่ามีบริษัทที่เข้าร่วมอบรมแล้วกว่า 1,380 บริษัท สามารถเพิ่มประสิทธิภาพทั้งซัพพลายเชนได้กว่า 900 ล้านบาท

“สิ่งที่เราทำมาตลอดคือการสนับสนุนทุกอย่างที่จะทำให้เอสเอ็มอีแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีรายเล็กที่มีพอร์ตระหว่าง 10-100 ล้านบาท เราทำรีเสิร์ชอยู่ตลอดและพบว่ากลุ่มนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่จะต่อยอดธุรกิจ เขายังไม่รู้ว่าปัญหาของธุรกิจคืออะไร แล้วจะไปต่ออย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้เรามีหลักสูตร Lean Supply Chain by TMB เราใช้เวลาอบรมประมาณ 4 เดือน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมาตลอด และเราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาโครงการต่อยอด มีอะไรที่เราจะเสริมได้อีก ซึ่งเราก็พบว่าเรื่อง Design Thinking เป็นเรื่องที่กระแสทั่วโลกให้ความสนใจ และเรามองว่าเป็นประโยชน์ที่จะนำมาพัฒนาแบบผสมผสานกับหลักสูตรที่เรามีอยู่ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของความร่วมมือกับ Kเอ็กซ์ มจธ.กับโครงการ Lean Quick Win ครั้งนี้” ผู้บริหารเล่าถึงความสำคัญและที่มาที่ไป

 

หลักสูตรที่ผสมผสานระหว่าง “หยินกับหยาง” อย่างลงตัว

ถ้าเทียบในบรรดาหลักสูตร หรือโปรแกรมที่เราเคยเห็นหลายๆที่จัดกันมา ต้องบอกว่า Lean Quick Win นี่เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจมาก

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินหลักสูตร Design Thinking บ่อยขึ้น ..Design Thinking ถูกพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้นหาโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค นำมาสู่การทดลองสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการยอมรับจากเหล่าองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลกไม่ว่าจะเป็นกูเกิ้ล อเมซอน เฟซบุ๊ก ยูทูบฯลฯ ที่นำมาปรับใช้พัฒนาธุรกิจของตัวเอง จนตอนนี้เรียกได้ว่า Design Thinking กลายเป็นคัมภีร์ของเหล่าสตาร์ตอัพ รวมทั้งเอสเอ็มอีและองค์กรต่างๆทั่วโลกไปแล้ว

 

 

“จริงๆแล้ว Lean Six Sigma กับ Design Thinking นี่เนื้อหาคนละขั้วกันเลย เหมือนหยินกับหยางที่อยู่ด้วยกันได้ อย่างแรกสำหรับองค์กรใหญ่ๆใช้กัน ส่วนอย่างหลังกลุ่มสตาร์ตอัพใช้ ซึ่งความพิเศษของหลักสูตร Lean Quick Win คือการผสมผสานนำจุดดีของทั้งสองแบบมาเรียนรู้ ทั้งการบริหารจัดการองค์กรแบบ Lean Six Sigma และก็ได้ฝึกวิธีการคิดแบบ Design Thinking  ซึ่งเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่เอสเอ็มอีจะได้รับความรู้จากโครงการที่ผสมผสานทั้งสองเรื่องรวมกันแบบนี้”

ที่สำคัญอีกจุดเด่นของหลักสูตรนี้คือเรื่องเวลา แน่นอนว่าการได้ชื่อหลักสูตร Lean Quick Win ย่อมหมายถึงระยะเวลาที่สั้น กระชับ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น แต่เป็น 3 วันที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ หลักสูตรเน้นเพื่อปฏิบัติโดยเฉพาะ คัดแบบเนื้อๆเน้นๆ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งจากทางเคเอ็กซ์ มจธ. และทีเอ็มบีให้การดูแลอย่างใกล้ชิด”

ซึ่งภายในหลักสูตรเข้มข้น 3 วัน ผู้อบรมจะได้เรียนรู้แนวทาง Design Thinking อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ (1) การวิเคราะห์ปัญหาและเข้าใจความต้องการของลูกค้า (2) การระดมไอเดียพัฒนาแนวคิดใหม่ (3) การมองหาความเป็นไปได้ เลือกแนวคิด พร้อมพัฒนาเป็นตัวต้นแบบ (4) การสร้างไอเดียต้นแบบ และ (5) นำเสนอ พร้อมรับข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ

 

ทำเพื่อเอสเอ็มอีไทย ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าทีเอ็มบี

สำหรับหลักสูตร Lean Quick Win เลือกหมวดธุรกิจบริการสถานประกอบการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหมวดที่น่าสนใจด้วยโลกกำลังเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุ กอปรกับเทรนด์สุขภาพเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ตลาดการแพทย์ในปัจจุบันกำลังเติบโตขึ้น แต่ยังมีผู้ประกอบการรายย่อยทางด้านการแพทย์ ยังต้องการความรู้ที่จะขยายธุรกิจ จะขยายสาขาอย่างไร จะทำสต็อกยาอย่างไร รวมทั้งจะดีไซน์คลินิกให้มีความแตกต่างอย่างไร ดังนั้นทางทีมทีเอ็มบีจึงได้เลือกหมวดการแพทย์เป็นหมดแรกของหลักสูตร Lean Quick Win ครั้งแรก

งานนี้คัดเลือกเพียง 30 บริษัทเท่านั้น ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โดยมีหลักเกณฑ์คือต้องเป็นเอสเอ็มอีไซส์เล็กระดับ10-100 ล้าน และต้องเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กรนั้น ซึ่งจะตรงกับหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อคนที่เป็นหัวเรือองค์กรโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ทีเอ็มบี ยังได้ร่วมมือกับ เคเอกซ์ มจธ. ผ่านทางรีวอร์ดโปรแกรม TMB BIZ WOW ซึ่งลูกค้าทีเอ็มบีสามารถได้คะแนนสะสมจากการทำธุรกรรมการเงินและนำมาแลกเป็นสิทธิประโยชน์รูปแบบต่างๆ ที่ช่วยต่อยอดธุรกิจ โดยลูกค้าของทีเอ็มบีสามารถใช้คะแนน TMB BIZ WOW แลกรับสิทธิ์อบรมหลักสูตรเพื่อพัฒนาไอเดีย เพื่อสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่ รวมไปถึงหลักสูตรที่จะเปิดอบรมในอนาคตได้อีกด้วย

Lean Quick Win ครั้งแรกถือเป็นความสำเร็จและเปิดมิติใหม่ของการเสริมแกร่งด้านความรู้ให้กับผู้ประกอบการ ดร.รุจิกรเล่าว่านี่จะเป็น Pilot Project และจะนำไปพัฒนาต่อในการจัดโครงการต่อไป ซึ่งพยายามจะขยายไปในทุกหมวด โดยน่าจะเป็นหมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นลำดับต่อไป

“สิ่งที่สำคัญที่สุด เราต้องการที่จะสร้างหลักสูตรที่เอสเอ็มอีสามารถนำไปใช้ได้จริง เราไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นลูกค้าเราหรือไม่ หรืออนาคตก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นลูกค้าเรา สิ่งสำคัญของโครงการนี้ เราต้องการสร้างเอสเอ็มอีรายเล็กให้แข็งแกร่ง เราเชื่อว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะร่วมสร้างอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งขึ้น” ดร.รุจิกรเน้นย้ำ

 

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer