“โชห่วยไทย” ตำนานที่จะอยู่รอดถึงอนาคต ?

กระแสที่ได้ยินหนาหูช่วง  4 – 5 ปีที่ผ่านมาคือ ร้านโชห่วยกำลังจะตาย อีกทั้งบรรดาโพลสำรวจต่างๆ ที่นิยมทำกันเป็นประจำทุกปีว่าธุรกิจไหนจะคือ “ดาวร่วง” เชื่อหรือไม่ว่าจะต้องมีธุรกิจ “ร้านโชห่วย” ติดอยู่ 1 ใน 10 เป็นประจำ 

เหตุผลเพราะ “ร้านโชห่วย” กำลังโดนจู่โจมทั้ง 2 ทาง

ทางแรกคือการเติบโตของกลุ่ม tesco lotus และ Big C ในแพลตฟอร์ม HyperMarket ที่มีราคาขายสินค้าราคาถูกกว่าร้าน “โชห่วย”

ทางสองคือ กลุ่มร้านสะดวกซื้อ หรือ “โชห่วยติดแอร์” ที่กระจายอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมี 7 eleven ที่มีสาขาทรงพลังด้วยจำนวน 10,300 สาขา ถึงภาพรวม 7 eleven ราคาสินค้าจะแพงกว่าร้านโชห่วย แต่เมื่อตอบโจทย์ความสะดวก ภาพลักษณ์ดูดีกว่าผลลัพธ์ที่ได้คือ “ลูกค้าเข้าร้านจำนวนมหาศาล”

หากคิดแค่นี้ “โชห่วย” ก็น่าจะอยู่ยากและจะค่อยๆ หายไปในอนาคต แต่ความจริงแล้วเชื่อหรือไม่ว่า โชห่วยไทย ยังสุขภาพแข็งแรง

เพราะล่าสุด Nielsen Thailand รายงานว่า จำนวนร้านโชห่วยในไทยช่วง10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีตัวเลขผู้ประกอบการเปิดร้านใหม่ มากกว่าปิดร้าน

จำนวนร้านโชห่วยจึงเพิ่มมากขึ้นจาก 300,000 ร้านค้า มาเป็น 400,000 ร้านค้าในปัจจุบันหรืออาจจะมากกว่านี้อีก (ข้อมูลสิ้นปี 2017)

ยิ่งมาดู ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก ในเชิงมูลค่าแล้วร้านนั้น ใครจะเชื่อว่า “โชห่วย” ยังคือเบอร์หนึ่งในตลาดนี้

ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก

ทำไม โชห่วย ถึง “ปิด” และ “เปิด”

แล้วร้านโชห่วยที่ปิดกิจการมีเหตุผลมาจากอะไร เหตุผลที่มาแรงสุดนั้นคือคนรุ่นลูกรุ่นหลานไม่คิดจะสืบทอดกิจการเพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่เหนื่อย และภาพลักษณ์ไม่ดีเมื่อเท่ากับ Image การเป็นมนุษย์เงินเดือน

ส่วนเหตุผลต่อมาคือการมีร้านสะดวกซื้อมาเปิดในทำเลใกล้ๆ กันแล้ว “โชห่วย” ไม่ปรับตัว

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีร้านโชห่วยใหม่ๆ มาแทนที่แถมยังมีจำนวนการเปิดกิจการมากกว่าปิด เหตุผลมาจากยังมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากเป็น “ลูกจ้าง” แล้วมองว่าร้านโชห่วยถ้าทำดีๆ ก็สามารถอยู่รอดท่ามกลางร้านสะดวกซื้อครองเมือง อีกทั้งคนสูงอายุเมื่อเกษียณจากงานก็มีจำนวนไม่น้อยที่เลือกลงทุนเปิดร้านโชห่วย

เพราะ “จุดเด่น” ของธุรกิจนี้คือ ถึงจะมีกำไรไม่หวือหวา แต่นี้คือธุรกิจที่ซื้อง่ายขายคล่อง ที่สำคัญหากมองให้ลึกซึ้งก็ยังมีหลายอย่างที่ร้านสะดวกซื้อ “ทำไม่ได้” แต่โชห่วย “ทำได้”

ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก

เมื่อแบรนด์เริ่มตื่น แล้ว โชห่วย เริ่ม อัพเกรด

แต่ก็ใช่ว่าจะมีไพ่ที่เหนือกว่าแล้วจะไม่ ปรับตัวเพราะหากสังเกตร้านโชห่วยที่ประสบความสำเร็จแม้จะมีร้านสะดวกซื้อมาเปิดในทำเลใกล้ๆ ตัวเองก็ไม่ได้หยุดที่จะพัฒนาอัพเกรดร้านตัวเอง 

ทำให้ได้เห็นร้านโชห่วยบางร้านเริ่มติดแอร์,บางร้านเริ่มคิดค้นโปรโมชั่นมาเสนอขายลูกค้า หรือบางรายก็ปรับปรุงใช้พื้นที่หน้าร้านตัวเองให้ลูกค้าได้นั่งเล่น ทานน้ำ,พบประสังสรรค์ หรือแม้การติดตั้งตู้เติมเงินมือถือหรือตู้ ATM เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน

ที่น่าสนใจเวลานี้กลุ่มแบรนด์สินค้าเองก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า จะสบัดหน้าไม่สนใจร้านโชห่วยไม่ได้เป็นอันขาด เพราะต้องบอกว่าหากดูยอดขายสินค้าของกินของใช้ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ยอดขายก็ยังมาจากร้านโชห่วยมากกว่าร้านสะดวกซื้อหรือ Hypermarket ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,เครื่องดื่มชูกำลัง,ผงซักฟอก และอื่นๆ

และหากมองไปที่เจ้าใหญ่อย่างกลุ่ม Hypermarket และบรรดา ร้านสะดวกซื้อ เจ้าใหญ่ ทุกรายต่างมีอำนาจต่อรองกับเจ้าของสินค้าและบรรดาซัพพลายเออร์

จริงอยู่ว่าเจ้าของสินค้าไม่ต้องยุ่งยากในการกระจายสินค้าเพราะดีลกับร้าน modern trade รายใหญ่เพียงไม่กี่รายแล้วให้พวกเขาไปกระจายสินค้าตามสาขาตัวเอง

แต่…ก็ต้องยอมถูกกดราคาและสารพัดเงื่อนไขต่างๆ ที่อำนาจจะไปอยู่ในมือกลุ่มร้านค้าปลีกสมัยใหม่อย่าง Hyper market และบรรดา ร้านสะดวกซื้อ

ผิดกับการทำธุรกิจกับร้านโชห่วยและบรรดาร้านยี่ปั๊ว ถึงจะยุ่งยากในการส่งสินค้าไปตามร้านค้าเหล่านี้แต่ดีลการซื้อ – ขายก็มีกำไรเห็นน้ำเห็นเนื้อมากกว่าดีลกับกลุ่มร้านค้าปลีกสมัยใหม่

ไม่แปลกที่หลายบริษัทเริ่มเข้ามามีบทบาทกับร้านค้าโชห่วยอาทิ Unilever ที่เข้ามาช่วยเหลือสร้างโครงการ ร้านค้าติดดาวเป้าหมายเพื่อพลิก Image ร้านโชห่วยที่อยู่ในโครงการตัวเอง ทั้งด้านการบริหารจัดการ,การตกแต่งร้าน ให้ใกล้เคียงกับร้านสะดวกซื้อ

เพราะถึงอย่างไรบรรดาแบรนด์สินค้าก็ยังมองว่าร้านโชห่วย เป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานขายตั้งแต่รุ่นปู่ – รุ่นลูก – รุ่นหลาน หรือตั้งแต่คนไทยยังไม่รู้จักบรรดาร้านค้าปลีกสมัยใหม่ด้วยซ้ำ (โดย Makro เป็นค้าปลีกสมัยใหม่รายแรกจากต่างชาติเข้ามาในไทยในปี 2532)

แต่โชห่วย จะอมตะหรืออยู่ได้นานอีกแค่ไหน?

ก็ขึ้นอยู่ว่าจะปรับตัวกับโลกการค้าสมัยใหม่ที่หมุนเร็วได้แค่ไหน เช่นกัน 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer