คลินิกความงามไทย ยังสวยต่อได้แค่ต้องปรับ

ปัจจุบันปประเทศไทยได้กำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพ โดยรัฐบาลไทยได้ผลักดันร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพ ระยะ 10 ปี ได้ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลก 4 ด้าน ได้แก่ ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ Wellness Hub, ศูนย์กลางทางการแพทย์ Medical Hub, ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย Academic Hub, และศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ Product Hub

ตลาดความงามไทย ยังไปต่อได้อีก

และถ้าเรามาดูตัวเลขตลาดความงามในไทยนั้นเห็นได้ว่าตลาดความงามไทยมีมูลค่าสูงถึง 180,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิว หรือ Skin Care  เป็นตลาดความงามที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 45% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด

โดยในปีนี้ตลาดความงามไทยได้ถูกคาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโต 10% จากการเติบโตของกลุ่มสกินแคร์ ซึ่งได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีต่อกลุ่ม สกินแคร์ ที่เกิดจากสภาพอากาศของเมืองไทย ที่เป็นเมืองร้อน แดดแรง มลภาวะเยอะ จำเป็นต้องดูแลผิวของตัวเอง ซึ่งคาดการณ์ว่าในกลุ่มสกินแคร์จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20%

และถ้าแบ่งจากตลาด 180,000 ล้านบาท สามารถแบ่งเป็น สกินแคร์ 80,000 ล้านบาท คลินิกความงาม 30,000 ล้านบาท คลิกนิกศัลยกรรมความงาม 30,000 ล้านบาท  และอื่นๆ (ผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผม เป็นต้น) ซึ่งคาดว่าตลาดคลินิกความงามและ คลิกนิกศัลยกรรมความงาม จะเติบโตได้ในระดับเดียวกัน คือ 20%

ตลาดคลินิกความงามไทย ต้องปรับเพื่อรองรับการเติบโต

ถ้าเรามาดูอย่างเจาะลึกเข้าไปอีก 1 ตลาดที่เป็นตัว Drive ตลาดความงามของไทยนั้นคือ คลินิกความงาม โดยในปี 2560 มีสัดส่วนอยู่ในตลาดความงามอยู่ 30,000 ล้านบาท เติบโต 20% จาปีก่อนหน้านี้

ในปีนี้ตลาดคลินิกความงามถูกคาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20% เป็นผลมาจากการที่ผู้คนหันมาใส่ใจด้านความสวยความงามมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials อายุ 23-39 ปี ที่มีพฤติกรรมเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น จาก 3-5 ปีก่อนกลุ่ม Millennials อยู่ในระดับ 20% จากลูกค้าทั้งหมดของตลาด แต่ปัจจุบันกลุ่มนี้อยู่ที่ 45-50%

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมในไทยในไทย ทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองกันมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ตนเองมีสุขภาพร่างกาย รวมทั้งภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี ดังนั้นนอกเหนือจากการออกกำลังกาย กลุ่ม Millennials ต้องภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดีขึ้นจึงนิยมหันมาเข้าคลินิกความงามมากขึ้น

Millennials กลุ่มสำคัญของคลินิก

ตลาดคลินิกความงาม มีกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก จากเดิมจะเป็นคนที่มาอายุ 35 ขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ที่สนใจเข้าใช้บริการ แต่ในปัจจุบัน มีทั้งกลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer

สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 45% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะนิยมซื้อผลิตภัรฑ์บำรุงผิวมาใช้เอง

และอีกกลุ่มคือตลาด Baby Boomer หรือตลาดคนสูงวัย ซึ่งในปี 2563 ประเทศไทยจะต้องเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัย จะมีผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองมากขึ้น ซึ่งจำเป็นที่คลิกนิกความงามต่างๆ ต้องปรับตัวเองเพื่อกลุ่มนี้ เช่นต้องมีการออกผลิตภัณฑ์ หรือเทคโนโลยีที่ตอบ สนองเขาได้ ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม Anti-Pollution ที่ช่วยป้องกันมลภาวะ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องเผชิญมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม ก็จะสามารถมีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน

“นอกจากกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งจะช่วยขับเคลื่อนตลาดให้คลินิกความงามโตนั้นคือ ฟิลเลอร์ และโบท็อก ซึ่งถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วในประเทศไทยยังมีการใช้ที่น้อยอยู่ ซึ่งในต่างประเทศมีการใช้งานกว่า 90% จากลูกค้า แต่ในประเทศไทยมีเพียงแค่ 40-50%”

สุดท้ายอีก 1 ปัจจัยที่สำคัญ คือ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพ ระยะ 10 ปี ซึ่งถ้าเกิดความสำเร็จ มีการร่วมมือกันในทุกๆ ฝ่าย จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวด้านสุขภาพ เข้ามาให้ประเทศได้เพิ่มมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้ตลาดความงามในไทยโตเพิ่มอีกกว่า 1 แสนล้านบาท

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer