ด้วยเทรนด์ “Micro Influencer” มาแรง จึงทำให้ “REVU” ตั้งเป้าเติบโต 40%

ปัจจุบัน Micro Influencer กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเพราะเป็นกลุ่มคนที่ใช้งานจริงและนำมาเขียนรีวิวเอง จนทำให้เกิดกระแสของแบรนด์ต่างๆ อย่างมากมาย REVU แพลตฟอร์มรีวิวสินค้าชื่อดังของไทยได้เล็งเห็นเทรนด์ Micro Influencer นั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก จึงขอเดินหน้าขยายฐาน “รีวิวเวอร์” ที่เป็นสมาชิกเพิ่มมากกว่า 30% พร้อมตั้งเป้ารายได้โตอีก 40%

REVU โตตามเทรนด์

อนุพงศ์ จันทร กรรมการผู้จัดการบริษัทอัลเทอเนท 65 ผู้บริหาร “เรวู” แพลตฟอร์มรีวิวชื่อดังของเมืองไทย กล่าวว่า

“ปีนี้ครบรอบ 2 ของ REVUหรือ”th.revu.net” เว็บไซต์สร้างเนื้อหาการรีวิวสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การตลาดออนไลน์แบบใหม่ล่าสุดนั้น เติบโตอย่างต่อเนื่องโดย 2 ปีที่ผ่านมา เติบโตไปแล้วกว่า 50% เป็นผลจากการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากแบรนด์สินค้าทั้งแบรนด์ของ Local จนถึงแบรนด์ระดับ Global”

ปัจจุบัน REVUมีจำนวนรีวิวในแพลตฟอร์มมากกว่า 12,000 รีวิว และจำนวนรีวิวเวอร์กว่า 8,500 คน เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีที่ 2560 รวมถึงมีแคมเปญสินค้า หรือบริการที่ใช้นักรีวิวผ่าน REVU มาแล้วกว่า 2,000 แคมเปญ

โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา REVUมีรายได้ที่ 30 ล้านบาท เติบโต 40% จากปีก่อน โดยในปี 2561 นี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตอีก 40% พร้อมตั้งเป้าขยายฐาน “รีวิวเวอร์” จากเดิม 8,500 คน เป็น 12,000 คน

โดยหมวดสินค้าที่สร้างรายได้ให้มากที่สุดคือ กลุ่มสินค้าความงาม หรือ กลุ่ม Beauty ทำรายได้ให้ถึง 70% ต่อมาคือกลุ่ม กGadget 10% และกลุ่มต่างๆ อย่าง ไลฟ์สไตล์สุขภาพ และ อาหาร และยังมีผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ ชุดชั้นในผู้ชาย ประกันภัยสำหรับนักเดินทาง รวมไปถึงลู่วิ่งไฟฟ้า อีก 20%

“ปัจจุบันเรามีพนักงานอยู่ 20 คน เป็นฝ่ายขาย และฝ่าย Operation 12 คน และฝ่ายอื่นๆ อีก 8 คน และเพื่อการรองรับเป้าหมายการเติบโตนี้เราได้ตั้งเป้าเพิ่มพนักงานในทุกๆฝ่ายอีกจำนวน 20 คน ภายในปีหน้า ซึ่งพนักงานทุกคนจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเติบโตของ REVU” อนุพงศ์ จันทร กล่าวเพิ่มเติม

นักการตลาด วัดผลเปลี่ยนไป

REVUคือ แพลตฟอร์ม ที่รวบรวม ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ ที่ตอบโจทย์การทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งแบบระยะยาว ด้วยการรีวิวผ่านการใช้จริง เนื่องจากการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งไม่ได้ทำแบบสมัยก่อนที่ให้อินฟลูเอนเซอร์มาถือผลิตภัณฑ์ และโพสต์ลงโซเชียล แต่ปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์จะต้องทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และบอกเล่าประสบการณ์ผ่านบทความรีวิว

โดยนักการตลาดต้องสามารถวัดผลในเรื่องของเอนเกจเมนต์หรือจำนวนคนที่อ่านบทความรีวิวแทนที่จะเป็นในเรื่องของ Reach หรือ Follower ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญอย่างที่นักการตลาดหลายๆคนเข้าใจ

บางครั้งการทำ คอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งของนักการตลาด อาจเป็นเพียงการทำคอนเทนต์แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่การทำคอนเทนต์ที่ดีควรทำแบบระยะยาว และจะต้องรองรับการ Search ของผู้บริโภคในปัจจุบัน

เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ การทำคอนเทนต์เพื่อรองรับการ Search จึงสำคัญอย่างยิ่งในการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในปัจจุบัน

คนซื้อ ตัดสินใจจากการใช้จริง

ปัจจุบันการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในเมืองไทยมีการแบ่งอินฟลูเอนเซอร์เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ คือ Celebrity, Power Influencer, Peer Influencer และ Micro Influencer (หรือผู้ใช้จริง) ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มนี้ จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป

หากนักการตลาดที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ควรเลือกใช้เซเลบริตี้หรือคนดัง เพราะจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างที่สุด แต่หากแบรนด์ต้องการสร้างคอนเทนต์มีความน่าเชื่อถือควรทำผ่านไมโครอินฟลูเอนเซอร์เพราะจะได้ คอนเทนต์จากประสบกาณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ เมื่อลองใช้เองว่าดี จึงบอกต่อผ่านช่องทางของเขาเอง ทำให้เกิดการปากต่อปาก หรือเพื่อนบอกเพื่อนนั่นเอง การทำการตลาดคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ควรทำควบคู่กับไปทุกกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มมีหน้าที่แตกต่างกันตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

จากข้อมูลใน theshelf.com Influencer Marketing is the New King of Content (2015) ได้ระบุว่าผู้บริโภคจากต่างประเทศได้มีการเสพสื่อเปลี่ยนไป ดังนี้ จำนวน 20% ของผู้บริโภคผู้หญิงยังคงเชื่อการโปรโมตของ Blogger อยู่ ขณะที่ 35% ของผู้บริโภค อ่านบทความจากบล็อคเพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

ส่วน 47% ของผู้บริโภค อ่านบทความจากบล็อกเพื่อหาเทรนด์ หรือไอเดีย และ 70% ของผู้บริโภค เลือกเชื่อบทความรีวิวออนไลน์เป็นตัวเลือกที่ 2  แต่ที่น่าสนใจที่สุดนั้น 92% ของผู้บริโภค เชื่อการแนะนำของใครก็ได้ที่ไม่ได้เป็นคนของแบรนด์ หรือเกี่ยวข้องกับแบรนด์


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer