ถอดรหัส Logo แบรนด์ดัง

แค่ขยับเข้าใกล้สักหน่อยหรือถอยออกไปไกลกว่าเดิมเล็กน้อย ที่ได้เพิ่มเติมมาอาจเป็นมุมมองใหม่ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ประเด็นที่ซ่อนอยู่ หรือแนวคิดบางอย่างที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ โดยในบริบทของการสร้างแบรนด์ สัญลักษณ์ (Logo) เป็นจุดที่มีการแทรกข้อมูลสำคัญไว้มากสุดเพราะบรรดาผู้ก่อตั้ง แบรนด์ดัง อยากสื่อให้ผู้บริโภครู้ถึงที่มา อัตลักษณ์สำคัญ หรือความหมายแฝงต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างแนบเนียน

ต่อไปนี้คือความหมายที่แฝงอยู่ใน Logo แบรนด์ดัง บ้างก็เป็นความบังเอิญ บ้างก็เป็นความตั้งใจ และบางกรณีก็เป็นการนำจุดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ มาขยายสู่ Campaign 

Apple : เรื่องบังเอิญที่ลงตัวของรอยกัดด้านขวา

หลังใช้ภาพ Sir Issac Newton นักวิทยาศาสตร์คนดังผู้คิดค้นทฤษฎีแรงโน้มถ่วง นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้น Apple โดยที่ผล Apple เปล่งประกายและใกล้จะหล่นลงมา ซึ่งออกแบบโดย Ronald Wayne 1 ใน 3 ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเป็น Logo ในปี 1976 ปีแรกของการก่อตั้งบริษัท ถัดมาเพียงปีเดียว Steve Jobs ก็ให้ Rob Janoff นักออกแบบปรับปรุง Logo ขององค์กรใหม่ พร้อมโจทย์ว่าเน้นที่ผล Apple

แบรนด์ดัง Apple 1

เหมือนจะเป็นโจทย์ที่ง่ายแต่ก็ยากไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อไปอยู่บนตัวผลิตภัณฑ์ ผลไม้ที่เชื่อมโยงกับกฎแรงดึงดูดนี้ จะมีขนาดเล็กมาก Janoff จึงเลือกให้มีรอยกัดด้านขวา เพื่อไม่ให้สับสนกับผล Cherry ที่มีรูปร่างใกล้เคียงกัน แล้วใส่ชื่อแบรนด์เข้าไปปิดรอยกัดดังกล่าว โดยคำว่า Bite ซึ่งหมายถึงการกัดนั้นยังไปพ้องเสียงกับ Byte อันเป็นหน่วยความจุในการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยบังเอิญอีกด้วย

แบรนด์ดัง Apple 2

Janoff ยอมรับว่ายินดีมากที่ความบังเอิญดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ปฏิเสธว่ารอยกัดของผล Apple ไม่ได้เชื่อมโยงกับ Alan Turing นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่บั้นปลายชีวิตอาภัพ และสงสัยกันว่าเขาอาจตายจากการกัดผล Apple อาบสารพิษไซยาไนด์

Adidas : ตราสามแถบแห่งความมุ่งมั่น              

แบรนด์เครื่องกีฬาดังสัญชาติเยอรมันเพิ่งฉลองครบรอบ 69 ปี ไปเมื่อ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสัญลักษณ์ 3 แถบคือหนึ่งใน Logo ที่คนทั่วโลกจดจำได้มากสุด สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญซึ่งมีมาพร้อมความหมายแฝงเกิดขึ้นในยุค 90 เมื่อแถบทั้ง 3 ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1976 ถูกจัดเรียงใหม่ในลักษณะที่ความยาวลดหลั่นกันลงมาคล้ายทรงสามเหลี่ยม แต่แท้จริงแล้วภาพที่ซ่อนอยู่และที่แบรนด์ต้องการจะสื่อคือภูเขา

แบรนด์ดัง Adidas

เหตุที่แถบทั้งสามถูกเรียงใหม่ให้มีรูปทรงคล้ายภูเขา เพราะ Adidas อยากเชื่อมโยงว่าเป็นแบรนด์ที่พร้อมพานักกีฬาก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยความมุ่งมั่นจนพบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่  

Amazon : เบื้องหลังรอยยิ้มคือทัพสินค้าที่มากมายมหาศาล

 ปี 1994 โลกได้รู้จักกับร้านหนังสือ Online จากการก่อตั้งของ Jeff Bezos โดยในปี 2000 หลังประเภทของสินค้าที่สั่งซื้อได้ ไม่จำกัดอยู่แค่หนังสืออีกต่อไป Bezos จึงให้ Designer ออกแบบ Logo ใหม่ ซึ่งปรากฏว่าแบบที่ออกมาคือชื่อแบรนด์ในตัวอักษรสีดำ และด้านล่างเป็นเส้นโค้งคล้ายคนยิ้มมุมปาก เริ่มจาก a พาดผ่าน m และ a ไปสุดที่ z

แบรนด์ดัง Amazon

นัยที่แฝงอยู่ใน Logo แบรนด์ดังซึ่งปัจจุบันขยับขยายจนกลายเป็นค่าย E-Commerce ใหญ่สุดของโลกนั้น ทั้งลึกซึ้งและสอดคล้อง โดยเส้นโค้งสื่อถึงความสุขและสะดวกในการซื้อสินค้า Online ส่วนการที่เส้นโค้งเดียวกันนี้เริ่มจาก a แล้วไปสุดที่ z สื่อว่ามีสินค้ามากมายครบทุกตัวอักษร ครอบคลุมตั้งแต่ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกไปจนถึงตัวสุดท้าย ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงกับป่า Amazon ที่สื่อถึงความกว้างใหญ่และหลากหลายอีกด้วย     

Toyota : สุดยอดละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่น

ความประณีตบรรจงและคลั่งใคล้รายละเอียด คือลักษณะนิสัยของคนญี่ปุ่นที่ถูกถ่ายทอดไปสู่สินค้าและเทคโนโลยีต่างๆ แน่นอนว่ายังไปปรากฏอยู่ใน Logo แบรนด์ดังจากแดนซามูไรอีกด้วย เช่นเดียวกับ Logo ของ Toyota ที่มองเผินๆ คือตัว T ในวงกลม แต่ความหมายที่แฝงอยู่นั้น มากกว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อแบรนด์

เริ่มจากวงรีแนวตั้งและแนวนอนที่ประกอบกันเป็นตัว T มีรูปร่างคล้ายการสนด้ายเข้าไปในเข็ม ซึ่งเชื่อมโยงกับการผลิตเครื่องทอผ้า ธุรกิจแรกในรูปแบบอุตสาหกรรมของตระกูล โทโยดะ ภายใต้การนำของ ซากิชิ โทโยดะ ในปี 1926 ก่อนที่ปี 1933 คิอิชิโระ โทโยดะ ลูกชายคนโตของเขาจะก่อตั้งแผนกผลิตรถยนต์และแยกตัวออกมาในปี 1937 โดยใช้ชื่อว่า Toyota Motor

แบรนด์ดัง Toyota 2

ส่วนรายละเอียดน่าทึ่งอีกอย่างที่แฝงอยู่คือ ภายใน Logo ตัว T นี้ หากลองลากเส้นจะพบว่าได้ตัวอักษรในภาษาอังกฤษเป็นคำว่า T O Y O T A !

Toblerone : พี่หมีตัวใหญ่ในช็อกโกแลต

มีสินค้าสองอย่างที่สร้างชื่อให้สวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งคือ นาฬิกา และอีกหนึ่งคือช็อกโกแลต ซึ่งหากเป็นอย่างหลังแน่นอนว่า Toblerone คือแบรนด์อันดับต้นๆ ในส่วนของ Logo แบรนด์นั้นเต็มไปด้วยความน่าสนใจ เริ่มจากภายในกรอบ 3 เหลี่ยมคือยอดภูเขา Matterhorn หนึ่งในยอดเขาชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเชื่อกันว่า Theodor Tobler ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ต้องการให้คนทั่วโลกนึกถึงสวิตเซอร์แลนด์

Tobler ยังต่อยอดใช้สามเหลี่ยมจากยอดเขาไปกับรูปทรงช็อกโกแลตและ Package สินค้า จนกลายเป็น Brand Identity ไปแล้ว  จุดสนใจถัดมาคือการซ่อนรูปหมีไว้ในภูเขา เพื่อโยงกับกรุง Berne เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ และเมืองที่ Tobler เริ่มสร้างแบรนด์ซึ่งใช้หมีเป็นตราประจำเมือง

แบรนด์ดัง Toblerone

ส่วนสุดท้ายที่ทำให้ Logo ของ Toblerone น่าสนใจคือ ชื่อ Toblerone ซึ่งอยู่ด้านล่างของยอดเขาแห่งหมี เพราะมาจากการนำคำว่า Tobler กับ Torrone (ขนมถั่วตัดผสมน้ำตาลคล้ายกระยาสารทของไทย) มาผสมกัน ขณะเดียวกันในชื่อแบรนด์ยังมีคำว่า Berne ซ่อนอยู่อีกด้วย  

Coca-Cola : จุดเล็กๆ ที่กลายเป็นสุดยอด Campaign

นอกจากถอยออกไปแล้ว การขยับเข้ามาใกล้อาจทำให้เห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดได้เช่นกัน เหมือนกับ McCann Copenhagen เอเยนซีโฆษณาในเดนมาร์ก ซึ่งพบว่าภายใน Logo ของ Coca-Cola บริเวณรอยต่อระหว่าง O และ L มีธงชาติเดนมาร์กซ่อนอยู่

แบรนด์ดัง Coca-Cola Denmark

การค้นพบดังกล่าวถูกขยายผลสู่ Campaign ในปี 2013 ที่มีการปักธงชาติขนาดพกพาไว้ฟรีที่ตู้กดขายน้ำอัดลมอัตโนมัติในสนามบิน

ขณะเดียวกันยังแจกให้ชาวเดนมาร์กไว้โบกต้อนรับนักท่องเที่ยวตามธรรมเนียม โดยในภาพใหญ่นี่คือการต้อนรับสู่ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของสหประชาชาติมาหลายปี ซึ่งแบรนด์ดังในวงการน้ำอัดลมขอมีส่วนร่วมด้วยผ่านการเชื่อมโยงระหว่าง Logo กับลวดลายของธงชาตินั่นเอง / companyfolders, cnn, cnbc, adweek, wikipadia

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer