สงคราม Inkjet: พรินต์ทั้งที ต้องให้มันใหญ่ๆ

แม้ตลาด Printer Inkjet A3 ไม่ได้แข่งขันกันมากนัก จากความต้องการในตลาดยังอยู่จำกัดเฉพาะกลุ่ม

…แต่ก็มีการทำตลาดอย่างน่าสนใจ

โดยในอดีตตลาดนี้จะมีคู่แข่งหลักคือเครื่องถ่ายเอกสารที่มีราคาต่อเครื่องสูงถึงหลักแสนบาท และเลเซอร์พรินเตอร์ทำให้เกิดการใช้งานอยู่ในวงจำกัด

แต่ด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนไปพรินเตอร์อิงค์เจ็ตสามารถรองรับการใช้งานการพิมพ์เอกสารขนาด A3 ได้ ด้วยต้นทุนต่อแผ่นที่ถูกลง และตัวเครื่องพรินเตอร์มีราคาต่อเครื่องไม่สูงมากนัก ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

จากข้อมูลของ GFK อ้างอิงโดยบราเดอร์พบว่าตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ตขนาด A3 เติบโตต่อเนื่องทุกปี

โดยครึ่งปีแรก 2018 มีการเติบโต 20% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าตลาด Pinter Inkjet รวมที่เติบโตเพียง 13%

เพราะความต่อเนื่องในตลาด วันนี้จะได้เห็นแบรนด์พรินเตอร์ออกมาทำตลาดพรินเตอร์กลุ่ม A3 ซึ่งเป็นกระดาษที่มีขนาด 11.7 X 16.5 นิ้ว เพื่อหวังเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดของเครื่องถ่ายเอกสารที่มีราคาแพง ก่อนที่จะต่อยอดเข้าไปเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ใช้งานหลักขององค์กรในรูปแบบโซลูชั่นจาก Product Portfolio ที่มีอยู่

 

ขนาดกระดาษ A Series
ขนาดกระดาษ A Series

A3 หมึกแท็งก์รายแรก

แม้เอปสันจะไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ต A3 แต่เอปสันได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มผลิตและทำตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ตแท็งก์แท้ในชื่อ L-Series ตั้งแต่ปี 2553 จนกลายเป็นเทรนด์ของพรินเตอร์ในเวลานี้

และการแข่งขันในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ต A3 เอปสันได้เข้าขอแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้นำตั้งแต่ปี 2016 ด้วยการเปิดตัว L1455 พรินเตอร์อิงค์เจ็ตหมึกแท็งก์ตัวแรกของโลก ด้วยจุดเด่นต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ถูกกว่าพรินเตอร์อิงค์เจ็ตทั่วไป เพื่อเจาะตลาดผู้พิมพ์งานจำนวนมาก

ซึ่งการมาของเอปสันครั้งนั้นได้ทำให้บราเดอร์ได้ปรับกลยุทธ์สู้ตลาดด้วยพรินเตอร์อิงค์เจ็ตระบบแท็งก์เช่นกัน

 

ขอเข้าสู่ตลาดด้วยสถาปนิก

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) ได้ฉายภาพธุรกิจบราเดอร์ในส่วนของพรินเตอร์อิงค์เจ็ตขนาด A3 ให้ฟังว่าบราเดอร์เข้ามาทำตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ตขนาด A3 มาตั้งแต่ปี 2010

โดยในปัจจุบันบราเดอร์เป็นผู้นำตลาดในธุรกิจพรินเตอร์อิงค์เจ็ตขนาด A3 ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากถึง 72% จากข้อมูลของ GFK ซึ่งการมีส่วนแบ่งตลาด 72% ในวันนี้ ธีรวุธยังมองว่าไม่เพียงพอ แต่เพราะเขาต้องการพาแบรนด์บราเดอร์ก้าวขึ้นสู่ส่วนแบ่งตลาด 80% ในอนาคต

การไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ในครึ่งปีหลัง 2018 ธีรวุธได้วางกลยุทธ์การตลาดรุกตลาด 3 ประการเพื่อผลักดันสินค้าไปสู่กลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ได้แก่

  1. เปิดตัวพรินเตอร์อิงค์เจ็ตขนาด A3 ระบบแท็งก์ตัวแรกของบราเดอร์พร้อมกัน 2 รุ่น ทั้งซิงเกิ้ลฟังก์ชันและมัลติฟังก์ชัน ที่มีจุดเด่นในเรื่องต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นเฉลี่ยแผ่นละ 18 สตางค์ เจาะกลุ่มผู้ใช้ที่มีความจำเป็นในการพรินต์งานขนาด A3 เป็นประจำ เช่น สถาปนิก นักออกแบบ และกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
  2. สร้างภาพลักษณ์และการรับรู้ผ่านแคมเปญ The Perfection Imagination สมบูรณ์แบบทุกจินตนาการ ผ่านพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในวงการ เพื่อเป็นตัวแทนการในบอกต่อผลิตภัณฑ์ไปยังสถาปนิกรุ่นพี่รุ่นน้องในวงการ
  3. ให้ความสำคัญกับการดูแลหลังการขายด้วยการรับประกัน 2 ปี หรือ 1 แสนแผ่น ผ่านศูนย์บริการทั่วประเทศ

และการเข้ามารุกตลาดของพรินเตอร์อิงค์เจ็ตขนาด A3 เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่บราเดอร์ต้องการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจพรินเตอร์รวม โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาตามปฏิทินบราเดอร์ที่ (เมษายน-มิถุนายน 2561) บราเดอร์มีการเติบโต 9%

 

พรินเตอร์ A3 ต้องโซลูชั่น

เอชพี เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่มองว่าตลาดพรินเตอร์อิงเจ็ตขนาด A3 เป็นเทรนด์ที่เติบโตทั่วโลก โดยปีที่ผ่านมามูลค่าทั่วโลกมีสูงถึง 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนในประเทศไทยเอชพีได้เริ่มทำตลาดพรินเตอร์ A3 ในปีเข้ามาเปิดตลาดอิงค์เจ็ตความเร็วสูงใน 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวพรินเตอร์ที่มีชื่อว่า PageWild Multifunction ที่มีความแตกต่างด้วยเทคโนโลยีแป้นพิมพ์ขนาดใหญ่กว่าขนาดกระดาษ เมื่อเวลาพิมพ์แป้นพิมพ์จะไม่ขยับไปมาเหมือนพรินเตอร์แบรนด์อื่น ทำให้สามารถพิมพ์งานได้รวดเร็วขึ้น และต้นทุนในการพิมพ์ประหยัดกว่าพรินเตอร์เลเซอร์ 50%

โดยเอชพีทำการตลาด PageWild ผ่านตัวแทนจำหน่ายในรูปแบบโซลูชั่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรขนาดกลางที่ต้องการแชร์พรินเตอร์ใช้งานร่วมกันกลุ่มละ 20-30 คน ได้โดยตรง

และร่วมมือกับเมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น เป็นพาร์ตเนอร์รายสำคัญที่เคยจับมือกันเปิดศูนย์ PageWild Technology Center โชว์ศักยภาพการพิมพ์ PageWild รุ่น A3 ในรูปแบบโซลูชั่นร่วมกับสินค้าเอชพีอื่นๆ ให้กับผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้งานจริง ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาติดตั้งและดูแลลูกค้ากันอย่างยาวๆ

 

ตลาด Printer Inkjet Multifunction ยังเติบโต

บราเดอร์ให้ข้อมูลว่า ตลาด Pinter Inkjet Multifunction ในปัจจุบันมีการเติบโต 13% ในแง่ของจำนวนเครื่อง

ซึ่งการเติบโตนี้มาจาก

  1. พรินเตอร์อิงค์เจ็ตมัลติฟังก์ชันได้เข้ามาแทนในตลาดพรินเตอร์อื่นๆ เช่น Single Printer จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยอมเพิ่มเงินอีกจำนวนไม่มากนัก เพื่อซื้อมัลติฟังก์ชันพรินเตอร์ที่มีฟังก์ชันใช้งานที่มากกว่า และแบรนด์ผู้ผลิตพรินเตอร์หันมาให้ความสำคัญกับ Printer Inkjet Multifunction มากขึ้นตามเทรนด์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

นอกจากนี้ พรินเตอร์อิงค์เจ็ตมัลติฟังก์ชันยังมาเข้ามาทดแทนตลาดเลเซอร์พรินเตอร์ในบางเซกเมนต์ โดยเฉพาะเซกเมนต์โลว์เอนด์ ขาว-ดำ จากประสิทธิภาพในการพิมพ์ที่พิมพ์สีได้ในราคาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

  1. ผู้บริโภคมีความนิยมพรินต์งานสีมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากพรินเตอร์อิงค์เจ็ตระบบแท็งก์จากโรงงานผู้ผลิตเข้ามาตอบโจทย์ด้านต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
  2. การเติบโตของการใช้งานดิจิทัล ทำให้ผู้บริโภคเกิดการเรียนรู้และต่อยอดไปยังอุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ เช่นพรินเตอร์ที่เข้ามาอำนวยความสะดวกด้านการพิมพ์เอกสาร

แล้ววันนี้คุณมองว่าตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ต ขนาด A3 น่าสนใจแค่ไหน


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer