Chinese Wellness

ช่วงนี้ดิฉันมีภารกิจต้องปฏิบัติเพียบแน่น งานหนักทีไรสุขภาพเสียสมดุลทุกที เมื่อทางโรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพฯ เชิญให้ไปพบปะพูดคุยและรับการบำบัดตามแนวทางแพทย์แผนจีนกับมิสเตอร์ เจมส์ จาง (Mr.James Zhang) นักสปาบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดแผนจีนที่ประจำการอยู่ ณ โรงแรมเพนนินซูลา ปักกิ่งนานถึงสิบปี ให้มาเป็นนักสปาบำบัดรับเชิญอยู่ที่เพนนินฯกรุงเทพฯ ระหว่าง 7 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 นี้ ดิฉันจึงไม่พลาด แถมยังได้ไอเดียจัดธีมพักผ่อนหนึ่งคืนในเยาวราชมารายงานในธีม Chinese Wellness

มร.เจมส์ จาง เป็นนักสปาบำบัดจบหลักสูตรการฝังเข็มและการแพทย์แผนจีน ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสปาบำบัดโดยยึดหลักปรัชญาการบำบัดสุขภาพของจีนที่ได้รับความนิยมมาแต่อดีตกาล ความเชื่อโบราณของชาวจีนในเรื่องความสมดุลแห่งพลังที่ไหลเวียนในร่างกาย หยิน หยาง การบำบัดที่ให้ผลดีต่อสุขภาพตามแบบจีนที่เน้นการรักษาความสมดุลของพลังในร่างการ ด้วยวิธีการตามธรรมชาติผ่านพลังจากน้ำมือมนุษย์หรือนักนวดบำบัดที่ใช้เทคนิคการนวดทั้งมือและแขน เพื่อช่วยลดอาการตึงเครียดตามร่างกายที่ส่งผลให้พลังภายในติดขัด การรีดเส้น การคลึง การยืดเส้น เป็นวิธีการนวดแบบผสมผสานที่ มร.เจมส์ชำนาญ และยังเป็นการกระตุ้นจุดพลังสำคัญในร่างกายไปในตัวด้วย

ก่อนการนวดบำบัดให้แขกแต่ละคน จะต้องมีการพูดคุยกันก่อนเพื่อ Personalized วิธีการนวดให้เหมาะกับร่างกายและสภาวะทางด้านสุขภาพแต่ละบุคคล กรณีของดิฉันวันที่ไปพบ มร. เจมส์ คือปวดหัวไมเกรนตึ้บๆ ก็เล่าให้เขาไปว่าช่วงนี้เสียสมดุลหนักมาก แม้จะออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่เคยขาด แต่ถ้าเราพลาดเรื่องอาหาร ร่างกายก็ออกอาการพังทันที จิตใจก็สำคัญ งานเยอะถาโถม เราย่อมเครียดเป็นธรรมดา สมองไม่ยอมปิด ความคิดไม่หยุดแม้เวลานอนหลับ คุณภาพการนอนไม่ดีก็ส่งผลต่อร่างกายโดยรวม

อาหารที่เรากินเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ดิฉันสารภาพกับมร.เจมส์ว่าช่วงทำงานหนักรู้สึกเครียด ทำให้อยากอาหารที่เป็นโทษต่อร่างกาย บริโภคเข้าไปในปริมาณมาก เป็นเหตุให้เกิดอาการท้องอืด บวมน้ำ หนักเข้าก็ปวดศีรษะแทบทุกวัน อาหารที่ว่าคือกลุ่มผลิตภัณฑ์นม เนย ชีส ยีสต์ น้ำตาล และคาเฟอีน ของโปรดทั้งนั้น ซึ่งหากรับประทานในปริมาณพอเหมาะแบบมีสติก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าบริโภคเข้าไปในปริมาณมากทุกๆวัน ร่างกายขับออกไม่ทัน เสียสมดุล ออกอาการไม่สบายตัวต่างๆ

ดิฉันไม่สนใจกินอาหารคลีนตามแนวนิยม  อาหารที่ทำให้ร่างตนพังคือส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่พบในอาหารฝรั่ง จึงเลี่ยงและเลือกบริโภคอาหารไทย อาหารเหนือ อาหารใต้ อีสาน อาหารญี่ปุ่นแทน ที่อร่อยๆมีประโยชน์มีให้เลือกตั้งแยะและอร่อยกว่ากินอาหารคลีน แม้แต่อาหารจีนที่ดีต่อสุขภาพก็มีเพียบ ไม่ใช่มีแต่ที่มันๆเลี่ยนๆอ้วนๆทอดๆ มันอยู่ที่การมีสติเลือกอาหารบริโภคของเรา อาหารตะวันออกตามภูมิปัญญาพื้นบ้านโบราณมีความหยินหยางอยู่ในตัว อาหารไทย อาหารจีน มีการกินลักษณะที่เรียกว่า “แก้กัน” เรามีน้ำพริกเผ็ดร้อน ก็มีผักคุณสมบัติเย็นแถมสรรพคุณเป็นยาแกล้ม

วันก่อนไปผ่อนคลายเที่ยวเล่นแบบคนเวลาจำกัด ไม่สามารถออกต่างจังหวัดได้ จึงไปค้างโรงแรมสวยมากใจกลางเยาวราช อยู่ไม่ไกลจากห่านพะโล้เจ้าเด็ดคือร้านเล่าตั้ง (467/1 ถนนเยาวราช) เลือกสั่งแบบเนื้อไม่ติดมันมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทางร้านมีแกงจืดมะระแสนอร่อยเสิร์ฟมาด้วย มะระเป็นพืชคุณค่าโภชนาการสูง เต็มไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี มีวิตามินสารพัด รับประทานแล้วรู้สึกเย็น มีรสขมนิดๆชุ่มคอดี สมชื่อฝรั่งว่า Bitter Melon สรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ดีต่อเลือด ช่วยปรับธาตุในร่างกายให้เกิดความสมดุล จับคู่กับอาหารมันๆก็นับว่าลงตัวดี

ชาจีนก็เช่นกัน ในเยาวราชมีร้านจำหน่ายใบชาเจ้าเก๋าหลายร้าน พี่สาวใจดีที่ร้านชาตราสิงห์ม้าแนะนำให้ดิฉันจิบชาจีนหลังบริโภคอาหารมันๆ “ช่วยล้างไขมันนะ คุณจะสบายท้องไม่อึดอัด” มร.เจมส์ จางก็เช่นกัน หลังจากลองตรวจด้วยการแมะหรือจับชีพจรแล้ว เขาแนะนำให้ดิฉันจิบพืชสมุนไพรต้มอย่างโสมผสมลูกพุทราจีน หรือน้ำขิงก็ไม่เลว นี่ก็เป็นหลักหยิน/หยาง หากร่างกายข้างในเราเย็น ก็ต้องเติมความร้อน หากร่างกายข้างในร้อน เราก็ต้องช่วยทำให้เย็นด้วยการเลือกกินอาหารต่างๆ แม้ไม่มีความรู้ทางด้านแมะ แต่ก็สามารถสังเกตง่ายๆอย่างดิฉันเป็นคนมือเย็น หนาวง่าย ความดันต่ำมาก พอสันนิษฐานได้ว่าร่างกายข้างในและเลือดค่อนข้างเย็น การออกกำลังกายบางชนิดอาจไม่เหมาะ อย่างว่ายน้ำ ยิ่งไปทำให้อุณหภูมิร่างกายต่ำเข้าไปอีก “คุณควรอบไอน้ำบ่อยๆนะให้เหงื่ออก ร่างกายอุ่นขึ้น” มร.เจมส์ แนะนำ ดิฉันบอกเขาว่าน่าเสียดายที่คลาสสอนชี่กงหรือมวยจีนไม่มีให้เลือกแพร่หลายเท่าโยคะ แต่ไม่เป็นไร สองศาสตร์นี้หลักการพื้นฐานน่าจะเหมือนกัน คือเป็นการเคลื่อนไหวขยับร่างกายเพื่อออกกำลังให้พลังภายในสมดุล ไหลเวียนดี เมื่อเลือดลมดี อวัยวะภายในต่างๆทำงานได้สะดวกย่อมนำมาซึ่งความแข็งแรง

การออกกำลังกายแบบ Active, Cardio ช่วยเรื่องการทำงานของหัวใจ อัตราการเต้นหัวใจถูกกระตุ้นจากการที่เราเคลื่อนไหวร่างกายว่องไวรวดเร็วในจังหวะเร่ง ส่วนการออกกำลังกายแบบ Passive ที่ดูเหมือนเคลื่อนไหวแช่มช้า แต่ว่าเป็นการจัดสมดุลในเรื่องพลังภายใน ชี่กง โยคะ ช่วยให้อวัยวะภายในหลายส่วนได้ออกกำลังกายผ่านท่าต่างๆที่คนโบราณค้นพบจากธรรมชาติรอบตัว โยคะมีการเหยียดยืดแบบแมว สุนัข ปลา ผนวกกับเทคนิคการหายใจที่ช่วยนำพาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด และช่วยนำของเสียข้างในออกมา ทั้งโยคะและชี่กงทำให้เหงื่อออกได้ไม่แพ้และอาจจะมากกว่าการออกกำลังกายแบบ Active ด้วยซ้ำปัจจุบันคนรุ่นใหม่นักกีฬาวัยฮิพจำนวนมากล้วนแล้วแต่นิยมใช้หลักหยินหยาง คือออกกำลังกายผสมผสานเพื่อสร้างความสมดุล ทั้ง Active และ Passive

การบำบัดตามศาสตร์โบราณของจีนส่วนใหญ่เน้นเรื่องพลังภายใน นอกจากการนวดที่ใช้มือ แขน ของผู้เชี่ยวชาญช่วยลดอาการตึงเครียด กระตุ้นจุดพลังที่สำคัญในร่างกายแล้ว ที่ปักกิ่ง มร.เจมส์ยังรักษาบำบัดด้วยการครอบแก้วสุญญากาศ และบำบัดแบบกัวซาที่ใช้อุปกรณ์วัสดุธรรมชาติขูดตามร่างกายเพื่อขับสารพิษ แต่ที่มาประจำที่เพนนินซูลา กรุงเทพฯ เขาให้บริการเฉพาะการนวดบำบัดและนวดเท้าแบบกดจุด ดิฉันไม่ได้ลองนวดเท้า แต่ได้รับการนวดศีรษะเพื่อปลดปล่อยพลังชี่ที่คั่งค้างอยู่ภายในไม่เคลื่อนไหวให้ออกไป อาการไมเกรนหายอย่างไม่น่าเชื่อ คอหลังบ่าไหล่ที่ตึงหนักมากก็ได้รับการนวดรีดเส้นเสียงดังกรึ้บๆตลอดการบำบัด แต่ที่แปลกคือเมื่อเสร็จแล้วไม่เกิดการระบมแม้แต่นิด ขอคารวะฝีมือจอมยุทธจางผู้มีบุคลิกเยือกเย็น  

หลังจากพบปะจอมยุทธแล้ว ดิฉันก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเพนนินซูล่าปักกิ่งและกรุงเทพฯที่นำเสนอเมนูมื้อเที่ยงแบบจีนเฮลธ์ตี้ เปิดมุมมองใหม่ๆในการเลือกสรรอาหารจีนดีแท้ ซาลาเปานึ่งนุ่มไส้เห็ดและผัก ฝั่นโก๋ไส้ผักและหนำเลี๊ยบ เกี๊ยวเยื่อไผ่กับเห็ดรวม ซุปโสมไก่ดำ ปลาหิมะนึ่งผักดองห่อใบบัว ข้าวผัดไก่กับเห็ดทรัฟเฟิลดำ ของหวานเป็นซุปครีมฟักทองที่ให้ความหวานจากฟักทองทำหน้าที่แทนน้ำตาล ไม่มีของทอด ของมัน เน้นรสแท้ของวัตถุดิบแต่ละอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ส่งผลให้โปรแกรมการผ่อนคลายจิตใจด้วยการไปเที่ยวเล่นค้างเยาวราชหนึ่งคืนของดิฉันมีความ Chinese Healthy ขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว

หนึ่งคืนในเยาวราชพิเศษมาก กับการค้างในโรงแรมที่ปรับอาคารประวัติศาสตร์อายุร้อยกว่าปีชื่อ Baan 2459 Hertitage Boutique Hotel (www.baan2459.com) มีห้องพักเพียงสี่ห้อง โรงแรมตั้งอยู่ในพิกัดแวดล้อมหลากวัฒนธรรม ด้านหนึ่งของโรงแรมอยู่ติดกับวัดเก่าแก่คือวัดสัมพันธวงศ์ฯหรือวัดเกาะ ด้านหน้าของโรงแรมอยู่ต้นถนนพาดสายที่มีสองร้านกาแฟเก๋าแหล่งรวมอากงอาแปะอาเฮียในย่านให้มาชุมนุมกันทุกเช้าที่ร้านเอ็กเต็งผู่กี่และร้านเอียะแซ ขณะที่เจ้าของผู้ก่อร่างสร้างบ้านหลังงามสีเหลืองขาวขึ้นใน พ.ศ. 2459 เป็นคู่สามีภรรยาชาวมุสลิมจากสองนิกายมาพบรักและแต่งงานกัน  ในอดีตคหบดีชาวมุสลิมมาตั้งรกรากทำการค้าขายกับชาวจีนสร้างคฤหาสถ์อยู่ไม่ไกลจากท่าน้ำราชวงศ์ที่เดินเล่นจากโรงแรมแป๊บเดียวถึง

เราเดินเล่นสำรวจย่านเก่าเปี่ยมประวัติศาสตร์อย่างเพลิดเพลิน เยาวราชเที่ยวนี้เฮลธ์ตี้เป็นพิเศษ อร่อยกับน้ำส้มเช้งคั้นสดเจ้าดัง ซื้อขนมเปี๊ยะเจ้าเก๋าร้านแต้เล่าจิ้นเส็ง ถนนเยาวพานิช (ปากตรอกเทียนกัวเทียน) ชอบไส้เต้าหู้ยี้ของร้านนี้มาก ทีแรกได้ยินชื่อแล้วไม่กล้ารับประทาน ปรากฏว่าเค็มหอมอร่อยมาก ด้านนอกโรยน้ำตาลกรุบๆ รับประทานแกล้มชาจีนจากร้านใบชาสองร้านเก่าแก่ในเยาวราช ใบชาลิ้มเม้งกี่ที่แยกเป็นสองร้านใช้ตราคนละตรา ลิ้มเม้งกี่ ตราม้าสิงห์ และลิ้มเม้งกี่ตราทหารเรือ อยู่ในซอยผดุงด้าวเช่นเดียวกัน ขนมเปี๊ยะกับน้ำชาจัดเป็นของว่างที่เฮลธ์ตี้กว่าปกติที่ดิฉันนิยมกินเค้กกับกาแฟเย็นเข้มข้นด้วยนมครีม แต่เพื่อสุขภาพจึงลดกาแฟจากวันละ 3 แก้วเหลือวันละหนึ่งแก้ว นมน้ำตาลก็ตัดทิ้ง

เยาวราชปัจจุบันนี้ยังเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวรุ่นใหม่มาเปิดกิจการเล็กๆน่าสนใจโดยปรับเปลี่ยนอาคารตึกแถวเก่า ให้เป็นร้านไอศครีมบ้าง สตูดิโอเซรามิคบ้าง ร้านกาแฟบ้าง ร้านที่เราชอบมากคือร้าน Jing Jing Ice-Cream Bar and Café อยู่ในซอยเจริญกรุง 14 ร้านไอศครีมนี้มีเมนูกาแฟแสนอร่อย คือเอสเพรสโซ่เย็นที่ใส่น้ำมะพร้าวสดออกมาเนียนเข้ากันชื่นใจเหลือเชื่อ เป็นเมนูกาแฟที่ไม่กระหน่ำทั้งนมและน้ำตาลตรงตามความต้องการของดิฉันในช่วงนี้มาก จิงจิงฯยังมีเมนูไอศครีมไม่หนักนมครีมอย่างมะลิซอเบ สูตรพิเศษสำหรับเดือนสิงหาคม

อีกร้านฮิพเท่อบอุ่นที่ดิฉันหลงรัก อยู่ในดงเรือนแถวเก่าแหล่งร้านทำกระสอบปอแบบดั้งเดิม ชื่อร้าน Aoon Pottery ในซอย 5 วัดปทุมคงคา เขตสัมพันธวงค์ สตูดิโองานปั้นเซรามิคอยู่ชั้นสอง มีกาน้ำชาและถ้วยชาดีๆให้เลือกซื้อหาแยะมากในบรรยากาศที่เราได้ไปบุกโรงทำงานของศิลปิน ชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่มีขนมอร่อยและอาหารจานเดียวบริการ ร้านกาแฟด้านในโรงแรมบ้าน 2459 ที่เราพักก็มีกาแฟดีบริการเช่นกัน ตั้งอยู่ในเรือนกระจกแสนงามด้านหลังโรงแรมชื่อ Shata Café ที่หนุ่มเท่ไฟแรงเจ้าของกิจการคาเฟ่นี้เล่าว่าตอนเขามาบูรณะอาคารเพื่อปรับเป็นโรงแรม มองไปเห็นกำแพงอิฐโบราณและต้นโพธิ์ที่แผ่ร่มเงาจากวัดสัมพันธวงศ์ จึงเกิดไอเดียคิดทำเรือนกระจกและชักชวนบาริสต้ามากฝีมือมาปรุงกาแฟบริการในคาเฟ่ที่ตั้งชื่อว่าชะตา เพราะเขาบอกว่าเป็นโชคชะตาจริงๆที่ทำให้มีโอกาสมาปรับปรุงพื้นที่เปี่ยมประวัติศาสตร์ใจกลางเยาวราช

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการนวดบำบัดโดย มร. เจมส์ จาง ณ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ได้ที่ อีเมล spapbk@peninsula.com เว็บไซต์ www.peninsula.com/bangkok ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ โรงแรมเพนนินซูลา ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน www.peninsula.com/beijing  ขอบคุณภาพถ่ายจากโรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ

 


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer