Asahi Breweries, LTD ผนึกกำลังบุญรอด เทรดดิ้ง สู่การยกระดับคุณภาพเบียร์สดด้วยมาตรฐานการเสิร์ฟแบบญี่ปุ่น

“อาวุธหนัก” ในการรุกตลาดเบียร์พรีเมียมในบ้านเราของแบรนด์เบียร์อันดับ 1 จากญี่ปุ่นอย่าง “อาซาฮี” (Asahi) คือการเสิร์ฟ ดราฟเบียร์ หรือ เบียร์สด ที่ดีที่สุดให้กับแฟนเบียร์ชาวไทย

หลังจากเข้ามาลุยตลาดในปี 2002 อาซาฮีเติบโตจากผลิตภัณฑ์เบียร์สด ภายใต้แบรนด์ อาซาฮี ซูเปอร์ ดราย (Asahi Super Dry) เป็นตัวชูโรงในการทำตลาดมาโดยตลอด

แม้ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ของตลาดเบียร์ทุกเซกเมนต์ในไทยอาจไม่หวือหวาเติบโต แต่อาซาฮียังคงเติบโตด้วยตัวเลขมากกว่า 2 ดิจิ


“เมื่อ เบียร์สด ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป” มาตรฐานในการเสิร์ฟจึงสำคัญที่สุด

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างเบียร์สดหรือดราฟเบียร์ กับ เบียร์ที่อยู่ในกระป๋องหรือบรรจุอยู่ในขวดสีชาที่เราคุ้นเคยก่อน

เบียร์กระป๋องหรือเบียร์ขวด สามารถเรียกได้ว่าเป็นเบียร์สำเร็จรูป เพราะเพียงเปิดฝา เปิดกระป๋อง ผู้บริโภคก็สามารถรินดื่มเพื่อลิ้มรสชาติที่เหมือนกันในทุกๆ ขวด ทุกๆ กระป๋องได้ทันที

ส่วน เบียร์สดและดราฟเบียร์ ที่ผู้บริโภคนิยมดื่มตามลานเบียร์ ร้านเบียร์ หรือตามร้านอาหาร นอกจากจะมีความแตกต่างในเรื่องของรสชาติแล้ว กว่าจะมาเป็นเบียร์ 1 แก้วให้เราได้ดื่มกัน จำเป็นต้องพึ่งกระบวนการรักษามาตรฐาน รวมถึงความรู้และความเข้าใจในการเสิร์ฟจากผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านเบียร์ ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายก่อนที่เบียร์สดในถังจะถูกรินสู่แก้วเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภค

เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานเบียร์ ASAHI SUPER DRY อาซาฮี จึงจัด “งานสัมมนาเรื่องมาตรฐานเบียร์สด ASAHI SUPER DRY ขึ้นเพื่อเป็นการให้ความรู้กับเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านเบียร์พันธมิตรทั่วกรุงเทพฯ ที่จำหน่าย ASAHI SUPER DRY เพื่อให้ร้านพาร์ตเนอร์อาซาฮีทุกร้านรู้ลึกถึงทุกขั้นตอนในการควบคุมคุณภาพเบียร์สด เรียนรู้การใช้เครื่องมือต่างๆ

รวมถึงพอยต์ที่สำคัญที่สุดอย่างการเสิร์ฟเบียร์สดที่ถูกต้องตามหลักของ ASAHI SUPER DRY ที่เรียกว่า ‘คาราคูจิ เสิร์ฟ’ (KARAKUCHI SERVE) สร้างมาตรฐานให้เบียร์สดที่ถูกเสิร์ฟในประเทศไทยอยู่ในมาตรฐานเดียวกับเบียร์อาซาฮีที่ญี่ปุ่น รวมถึงทั่วโลกอีกด้วย

“โดยงานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากเหล่าบรรดาร้านอาหารชื่อดังในไทยเข้าร่วมกว่า 40 ร้าน โดยรายละเอียดการสัมมนาแบ่งเป็นหัวข้อหลักๆ ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเบียร์สด Asahi, ทำความรู้จักเครื่องจ่ายเบียร์สด, เหตุผลที่ต้องเสิร์ฟเบียร์สดให้สมบูรณ์แบบ โดยแบ่งเป็นกฎ 3 ข้อในการควบคุมคุณภาพก่อนเสิร์ฟ และ กฎ 2 ข้อในการเสิร์ฟ การรับมือกับสถานการณ์เบียร์เป็นฟอง

และไฮไลต์ของงานคือ วิธีการเสิร์ฟแบบ คาราคูจิ เสิร์ฟ โดย 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์สด (Brewmaster) Mr.Kunihisa Shouzaki และ Mr.Takashi Wada จากอาซาฮี ประเทศญี่ปุ่น บินมาให้ความรู้ถึงประเทศไทย”

Mr.Kunihisa Shouzaki


“เบียร์สด เปรียบเสมือนกับการปรุงอาหาร ซึ่งการที่จะได้เบียร์สดตามมาตรฐานเสิร์ฟให้กับนักดื่มสัก 1 แก้วนั้น
ต้องพิถีถันในทุกขั้นตอน ทั้งในเรื่องของวัตถุดิบ รวมถึงต้องเข้าใจวิธีการเสิร์ฟซึ่งเหมือนกับวิธีปรุงอาหารให้อร่อย”

 

3 กฎหลักที่ต้องควบคุมความสดของเบียร์

สำหรับ 3 กฎหลักในการรักษาคุณภาพเบียร์สดให้คงคุณภาพเสมอประกอบไปด้วย

• ตั้งเป้าหมายให้เบียร์สดที่เริ่มเปิดถังแล้ว “ขายหมดให้เร็วที่สุด” เพื่อรักษาความสดใหม่ นอกจากนั้นยังต้องเข้มงวดในการดูแลเรื่อง FIFO (First In First Out) เพื่อให้แน่ใจว่าการเก็บสต๊อกเบียร์เป็นไปตามลำดับ เบียร์ที่ผลิตก่อนได้รับการขายก่อนอย่างถูกต้อง

• ควบคุมอุณหภูมิและควบคุมแรงดันของก๊าซ: 2 อย่างนี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เบียร์อาจเปลี่ยนรสชาติ โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 30 องศา (เมื่อวัดจากตัวถัง) ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเบียร์สดจึงต้องมองหาสถานที่จัดเก็บเบียร์ที่ถูกต้อง รวมถึงอาจใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นลดความร้อนของถังในระหว่างเสิร์ฟ

และในส่วนของการควบคุมระดับก๊าซต้องปรับระดับที่พอดีตามที่กำหนด โดยดูได้จากแผ่นวัดที่ผู้จัดจำหน่ายมอบให้ เพราะถ้าหาก ก๊าซในถังเบียร์สดน้อยไปจะทำให้น้ำเบียร์ที่ออกมาจืด ฟองมาก หรือถ้ามีก๊าซมากเกินไปจะทำให้เบียร์เป็นฟองมากกว่าปกติ เสียรสชาติเช่นกัน

• และข้อสุดท้าย คือการที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจทุกๆ ขั้นตอนเพื่อให้เบียร์ได้มาตรฐาน รวมถึงรักษาความสะอาดทั้งในส่วนของเครื่องจ่ายเบียร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

2 กฎหลักในการเสิร์ฟเบียร์แบบ ‘คาราคูจิ เสิร์ฟ’ (KARAKUCHI SERVE)

Mr.Takashi Wada

• ข้อที่ 1: เรื่องของการล้างแก้วเบียร์ ด้วยการล้างผ่านน้ำไหล ไม่เช็ดแก้วด้วยผ้า และแช่เย็นแก้วแยกจากตู้แช่วัตถุดิบอื่นๆ เพราะแก้วที่สกปรกจะส่งผลกับรสชาติของเบียร์โดยตรง ซึ่งผู้บริโภคจะสังเกตได้ หากเบียร์สดที่อยู่ในแก้วไม่สะอาดจะเกิดฟองลอยพุ่งขึ้นมา รวมถึงรอยนิ้วมือที่อาจติดอยู่ในแก้ว เราจะเห็นฟองที่ลอยขึ้นมาจากคราบสกปรกเหล่านั้นได้

• ข้อที่ 2: “7 วิธีการเสิร์ฟ ASAHI SUPER DRY แบบ คาราคูจิ เสิร์ฟ” วิธีการที่อาซาฮีคิดค้นมาแล้วว่าจะสามารถเสิร์ฟเบียร์ให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด

ไล่ตั้งแต่ขั้นแรกคือการล้างแก้วให้สะอาดจริงๆ เพื่อลดการเกิดปฏิกิริยาระหว่างเบียร์และสิ่งสกปรกทำให้เบียร์เสียรสชาติ เอียงแก้ว 45 องศาเข้ากับหัวจ่ายเบียร์สดเพื่อให้ระหว่างรินไม่ทำให้เบียร์รวมตัวกับอากาศมากเกินไป

เริ่มริน ASAHI SUPER DRY จนถึง 70% ของแก้ว เเละตั้งแก้วขึ้นตรงโดยที่ไม่ให้หัวจ่ายสัมผัสน้ำเบียร์ในแก้ว ห่างประมาณ 1 ซม. ผลักหัวจ่ายไปด้านตรงข้ามเพื่อปล่อยฟองเบียร์จนเต็มแก้ว รักษาระยะห่างของแก้วไว้ที่ 1 ซม. เพื่อไม่ให้เกิดฟองขนาดใหญ่

เช็กให้มั่นใจว่า น้ำเบียร์อยู่ที่ 70% ของแก้ว และฟองอยู่ที่ 30% สามารถปาดฟองขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนแก้วออกได้ด้วยที่ปาดฟอง เสิร์ฟโดยหันโลโก้ Asahi ให้ลูกค้า และเบียร์สดที่ถูกเสิร์ฟด้วย ‘คาราคูจิ เสิร์ฟ’ จะทิ้งคราบฟองเบียร์ไว้บนแก้วหลังดื่มหมด อาซาฮีเรียกว่า Angle Ring หรือ วงแหวนแห่งความสุข

ความตั้งใจในการจัดงานสัมมนาขึ้นในครั้งนี้ของอาซาฮี นอกจากจะเป็นการรักษาคุณภาพของสินค้าตามสไตล์ Japanese Quality เพื่อมอบประสบการณ์ที่สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ไว้วางใจในแบรนด์แล้ว ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็นพาร์ตเนอร์กับอาซาฮี และเป็นการยกระดับการเสิร์ฟเบียร์ ASAHI SUPER DRY ให้กับร้านที่จำหน่ายในไทย

ท้ายที่สุดเมื่อ “คนปรุง” (ผู้ประกอบการ) สามารถเสิร์ฟเบียร์ที่เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อรสชาติที่ดีที่สุดออกมาให้กับ “ลูกค้า” ที่เป็นแฟนอาซาฮีในไทยก็ได้เปิดประสบการณ์การดื่มเบียร์มาตรฐานเดียวกับญี่ปุ่นและคนทั่วโลก “ผู้ผลิต” อย่างอาซาฮีก็จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดเบียร์สดที่ตนเองถนัด!


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer