การสร้างสรรค์ พิมพ์เขียวของแบรนด์: ดร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

เทคนิค การสร้างพิมพ์เขียวให้กับแบรนด์ เสาเอกของธุรกิจที่ผู้ประกอบการต้องโฟกัส

หากคุณกำลังคิดอยากจะเป็นผู้ประกอบการ คุณต้องเข้าใจก่อนว่า การเริ่มธุรกิจนั้นมีสิ่งที่ต้องทำก่อนการขายสินค้าหรือการให้บริการเสียอีก นั่นก็คือการสร้างบลูพริ้นต์หรือการวางพิมพ์เขียวให้กับแบรนด์ ในการทำธุรกิจต้องมองภาพใหญ่เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแบรนด์ของสินค้าหรือบริการ โดยคุณต้องทำการสร้างและพัฒนาพิมพ์เขียวของแบรนด์อย่างพิถีพิถัน จึงจะถือว่าเป็นการวางกลยุทธ์ของธุรกิจอย่างเป็นระบบ

เช่นเดียวกับสถาปนิกที่ต้องใช้พิมพ์เขียวและต้องวางโครงสร้างในการสร้างบ้าน ผู้ประกอบการก็ต้องใช้โครงสร้างและกระบวนการที่คล้ายคลึงกันในการกำหนดกรอบและแนวทางในการขับเคลื่อนแบรนด์ของธุรกิจ บทความนี้ครอบคลุมองค์ประกอบที่เป็นส่วนสำคัญของพิมพ์เขียวของแบรนด์ ซึ่งได้แก่

การพัฒนาจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้า

ข้อความโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่บรรยายถึงเอกลักษณ์หรือจุดที่มีความแตกต่างในด้านประโยชน์หลักของแบรนด์ของคุณที่ลูกค้าจะได้รับนั้นเรียกว่า จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือของแบรนด์

แบรนด์ (Unique Selling Proposition: USP)

แนวความคิดนี้ถูกนำไปใช้โดยนักการตลาดเพื่อพัฒนาข้อความเกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้าหรือบริการที่ใช้ในการโฆษณา ทิศทางของแบรนด์ และสื่อที่ใช้ในการส่งเสริมการขาย

ที่สำคัญจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือของแบรนด์จะให้คำมั่นสัญญากับลูกค้าหรือที่ลูกค้าของคุณว่า พวกเขาจะได้รับประโยชน์ที่แตกต่างจากคู่แข่งที่เป็นเอกลักษณ์นั้นโดยการใช้สินค้าหรือบริการจากแบรนด์ของคุณ ด้วยเหตุนี้จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือของแบรนด์จึงมีความหมาย รวมถึงคำมั่นสัญญาของแบรนด์ด้วยนั่นเอง

สรุปสั้นๆ ได้ว่า จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือของแบรนด์ คือข้อความที่ใช้ในการชักชวนลูกค้าของคุณให้เกิดความชื่นชอบแบรนด์ของคุณมากกว่าแบรนด์ของคู่แข่ง

จุดขายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือของแบรนด์ของคุณจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณเป็นอย่างไร และคุณให้อะไรที่เป็นประโยชน์ซึ่งลูกค้าของคุณจะได้รับเมื่อพวกเขาใช้สินค้าหรือบริการของคุณ การสร้างสรรค์จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้าหรือของแบรนด์ของคุณเองนั้นจะทำให้คุณสามารถกำหนดภาพลักษณ์และจุดยืนของแบรนด์ที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าได้

การสร้างสรรค์บุคลิกภาพของแบรนด์

คนทุกคนมีบุคลิกภาพ สินค้าหรือบริการของคุณก็เช่นเดียวกัน

องค์ประกอบสำคัญหนึ่งของแบรนด์จะรวมลักษณะเฉพาะของบุคลิกภาพของแบรนด์เอาไว้ด้วย ลักษณะเฉพาะของแบรนด์ก็คือ ลักษณะที่ปฏิบัติต่อแบรนด์เหมือนมนุษย์ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้

บุคลิกภาพของแบรนด์ (Brand Personality) คือ สิ่งที่ผู้บริโภคใช้ในการแยกแยะสินค้าหรือบริการของคุณออกจากสินค้าหรือบริการของคู่แข่ง ยิ่งคุณสามารถทำให้บุคลิกภาพของแบรนด์ของคุณเข้ากันกับกลุ่มเป้าหมายของคุณได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ง่ายต่อการขายสินค้าให้แก่พวกเขามากขึ้นเท่านั้น ผู้เขียนได้รวบรวบตัวอย่างของบุคลิกภาพของแบรนด์ให้คุณๆ ได้ทำความเข้าใจเพิ่มเติม ดังนี้

  • สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก สื่อถึงบุคลิกภาพที่กระฉับกระเฉง มีความมั่นใจ และน่าหลงใหล ซึ่งเหมือนกับบุคลิกภาพของผู้ก่อตั้งสายการบินแห่งนี้ คือ ริชาร์ด แบรนสัน 
  • แอปเปิ้ล ได้รับการจดจำด้วยลักษณะเฉพาะของบุคลิกภาพของแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เป็นนักออกแบบที่มีความทันสมัยและมีลักษณะที่ไม่เป็นทางการ
  • การบินไทย มีบุคลิกภาพที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย มีความเป็นมิตร เอื้อเฟื้อและช่วยเหลือ
  • กางเกงยีนส์ลีวาย มีบุคลิกภาพที่สื่อถึงความแข็งแรงบึกบึน เท่แต่เรียบง่าย ไม่พิถีพิถัน และไม่ต้องแต่งเติม
  • รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นรถของคนมีระดับ มีฐานะดี มีความหรูหรา ชอบความเนี้ยบพิถีพิถัน เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับในความสำเร็จ เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่
  • รถยนต์มินิ คูเปอร์ มีบุคลิกภาพที่คล่องแคล่ว กะทัดรัด มีความเท่ ทันสมัย ชอบความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร
  • รถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู แสดงถึงบุคลิกภาพที่โฉบเฉี่ยว มีระดับ ชอบความก้าวล้ำ ทันสมัย
  • ร้านกาแฟอเมซอน มีบุคลิกภาพลุยๆ ดูลึกลับในบางครั้ง หลงใหลในการท่องเที่ยว
    ผจญภัย ชอบอยู่ในบรรยาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีความเป็นมิตร เข้าถึงได้ง่าย และเป็นที่พักพิงให้ผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
  • เครื่องดื่มเอส แสดงถึงบุคลิกภาพที่มีความตื่นเต้น ตื่นตัว สดชื่น
  • รองเท้าไนกี้ มีบุคลิกภาพที่มีความแข็งแกร่ง เข้มแข็ง มีความทันสมัย คล่องแคล่ว มีแรงบันดาลใจ ชอบการแข่งขัน
  • รองเท้าทิมเบอร์แลนด์ มีบุคลิกภาพที่แสดงถึงความห้าวหาญ ชอบการผจญภัยและการเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ
  • นมตราหมี มีบุคลิกภาพที่แสดงถึงความห่วงใย ใส่ใจ และดูแลคนรอบข้าง 
  • บาร์บีคิวพลาซ่า แสดงถึงบุคลิกที่เป็นคนรุ่นใหม่ ชอบความสนุกสนาน รักอิสรภาพ รักเพื่อนและรักครอบครัว

คุณต้องพิจารณาว่า ลักษณะเฉพาะที่เหมือนมนุษย์ลักษณะใดที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับแบรนด์ของคุณแล้วผู้บริโภคสามารถปรับตัวของพวกเขาให้เข้ากันเป็นหนึ่งเดียวกับสินค้าหรือบริการของคุณได้โดยง่าย จากนั้นคุณก็ใช้ลักษณะเฉพาะดังกล่าวมาสร้างสรรค์เป็นบุคลิกภาพของแบรนด์ของคุณในที่สุด

การกำหนดจุดยืนของแบรนด์

ในตลาดมีความคับคั่งของธุรกิจต่างๆ มากมาย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องวางตำแหน่งแบรนด์ (Brand Positioning) ของคุณให้เหมาะสม การสร้างความแตกต่างให้กับตัวเองเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดจุดยืนของแบรนด์ของคุณ ถ้าหากคุณกำลังทำสินค้าหรือบริการใหม่คุณต้องไม่สร้างจุดยืนขึ้นมาใหม่ภายใต้แบรนด์เดิม กุญแจสำคัญคือคุณต้องค้นหาวิธีการพัฒนาปรับปรุงจุดยืนของแบรนด์ที่มีอยู่ให้เกิดความชัดเจน

วิธีการที่ดีที่สุดในการกำหนดจุดยืนสำหรับแบรนด์ของคุณก็คือการพิจารณาดูว่าคู่แข่งของคุณนำเสนออะไรในตลาด คุณภาพของสินค้าหรือบริการของพวกเขาเป็นอย่างไร ตั้งราคาไว้ที่ระดับใดของตลาด การให้บริการลูกค้าอยู่ในระดับไหน ช่วงเวลาในการดำเนินงานของพวกเขาคือช่วงเวลาใด

เมื่อคุณรู้ว่าคู่แข่งของคุณกำลังทำอะไร คุณก็จะสามารถมองหาช่องว่างในตลาดซึ่งคู่แข่งของคุณยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการ และคุณควรเร่งยึดพื้นที่นั้นเป็นของคุณให้ได้

คุณต้องพิจารณาคู่แข่งของคุณให้ละเอียดรอบด้าน สิ่งที่คุณเรียนรู้จากพวกเขาจะทำให้คุณสามารถกำหนดจุดยืนของตัวเองซึ่งเป็นจุดยืนที่ให้ประโยชน์ที่แตกต่างจากคู่แข่งแก่ผู้บริโภคได้ คุณต้องดึงประโยชน์ที่แตกต่างนั้นออกมาหนึ่งหรือสองอย่างแล้วจัดการทำให้ดีกว่าเหนือกว่าของคู่แข่ง เพื่อกำหนดเป็นจุดยืนของคุณในตลาดท่ามกลางการแข่งขันกับแบรนด์ต่างๆ

การสร้างสรรค์พิมพ์เขียวของแบรนด์อย่างง่ายๆ สำหรับสินค้าหรือบริการใหม่ของคุณจะทำให้คุณนำหน้าคู่แข่งคนอื่นๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจเช่นเดียวกันกับคุณ และพิมพ์เขียวนี้ยังจะช่วยทำให้คุณสามารถเปิดสู่โลกของธุรกิจได้โดยง่ายและดำเนินการอย่างเป็นระบบที่ชัดเจนกว่าคู่แข่งขันในท้องตลาด ฉบับหน้าพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจในประเด็นอื่นๆ กันนะครับ! 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer