ผมเพิ่งได้มีโอกาสอ่านงานวิจั ยของศูนย์วิจัยวิเคราะห์ Customer insight by TMB analytics ของธนาคารทหารไทย ที่เผยแพร่ในช่วงเดือน มิ.ย. 61 สรุปออกมาได้ว่า
คนไทยประมาณร้ อยละ 80 มีเงินออมไม่เพียงพอ คำว่าเงินออมไม่พอจากงานวิจัยชิ้ นนี้ใช้มาตรฐานที่ว่าต้องมีเงิ นออมพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ ได้อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป งานวิจัยชิ้นนี้เมื่อแยกตามวั ยของกลุ่มตัวอย่างออกมาเป็นกลุ่ ม Gen X ที่มีอายุ 36 ถึง 52 ปี และ Gen Y ที่มีอายุอยู่ในช่วง 22 ถึง 35 ปี พบว่ากลุ่มคนที่มีเงินออมไม่ พอในกลุ่ม Gen X มีอยู่ 80 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในกลุ่ม Gen Y มีสูงกว่าเล็กน้อยอยู่ที่ 84 เปอร์เซ็นต์
กลุ่ม Gen Y ไม่ค่อยน่าแปลกครับ ยังพอมีอายุ การทำงานอีกเยอะ แต่ในกลุ่ม Gen X ที่เป็นกลุ่มที่ควรมีการเตรียมตั ววางแผนเกษียณล่วงหน้าได้แล้ว กลับมีผู้ที่มีเงินออมไม่พอสู งถึง 80 เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยชิ้นนี้ผลออกมาในทิ ศทางเดียวกันกับงานวิจัยที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่ งประเทศไทยทำการศึกษาในปี 2556 เรื่อง “การเตรียมพร้อมสำหรั บการวางแผนทางการเงินเพื่อวั ยเกษียณของกลุ่มแรงงานในระบบ ช่วงอายุ 40-60 ปี ที่พบว่าส่วนใหญ่ก็มีเงินเก็ บไม่พอที่จะใช้ชีวิตที่เรียกว่ าเกษียณสุขได้ แต่ถ้าหากตีมูลค่าของอสังหาริ มทรัพย์ที่คนกลุ่มนี้ถือครองอยู่เข้าไปรวมเป็นเงิ นออมอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ สัดส่วนการมีเงินออมให้เพี ยงพอต่อการเกษียณสุขก็น่าจะสู งขึ้นอีก 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
แต่การจะเปลี่ยนที่อยู่อาศัยที่ใช้ประโยชน์อยู่ให้เป็นส่ วนหนึ่งของเงินออมได้ก็ต้องเปลี่ ยนสินทรัพย์ให้กลายเป็นเงินเสี ยก่อน แนวคิดการออกสินเชื่ออสังหาริ มทรัพย์ที่เรียกกันว่า Reverse mortgage จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้กั บผู้สูงอายุเพื่อแปลงที่อยู่ อาศัยให้กลายเป็นเงินสำหรับจั บจ่ายใช้สอย
Reverse mortgage ในประเทศไทยปัจจุบันมี ธนาคารบางแห่ง เช่น ธนาคารออมสิน ปล่อยกู้อยู่ แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เชื่อว่าในระยะยาวเมื่อสินเชื่ อชนิดนี้แพร่หลายมากขึ้นน่ าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคั ญในวงการอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทย ลองมาดูกันครับว่า Reverse mortgage คืออะไร และจะมีผลต่อตลาดอสังหาริมทรั พย์ไทยอย่างไร
สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ สูงอายุ (Reverse Mortgage)
ผู้อ่านหลายท่านอาจจะเพิ่ งเคยได้ยินคำว่า Reverse mortgage สงสัยว่าหมายถึงอะไร ธนาคารบางแห่งให้ความหมายว่า เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรั บผู้สูงอายุ แต่ผมไม่ค่อยชอบคำแปลนี้ครับ เวลาอธิบายเป็นภาษาไทย ผมจะเรียกมันว่า “สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบย้ อนทาง” เพราะแนวทางการให้สินเชื่อชนิ ดนี้ เป็นการให้สินเชื่อแบบย้ อนทางเมื่อเทียบกับการให้สินเชื่ ออสังหาริมทรัพย์ทั่วไป
การให้สินเชื่อเพื่อการเคหะหรื อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ พวกเรารู้จักกัน คือการที่เรากู้เงิ นจากธนาคารเพื่อนำมาจ่ายให้กั บบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ เราไปซื้อที่อยู่อาศัย บริษัทจะโอนอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นชื่อของเราแล้วเราก็ ทำการจดจำนองกับธนาคารที่เป็ นผู้ปล่อยกู้ ที่อยู่อาศัยนั้นก็จะกลายเป็ นหลักประกันเงินกู้ของทางธนาคาร เราทยอยผ่อนไปได้เรื่อยๆ ปกติก็ 10-25 ปี เมื่อผ่อนหมดก็ ไปปลดจำนองจากทางธนาคาร ทรัพย์นั้นก็กลายเป็นของเจ้ าของเต็มตัว ถ้าขาดส่งหลายๆ งวดเข้าธนาคารก็ จะฟ้องยึดทรัพย์นั้ นออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงิ นมาชำระหนี้
แต่ Reverse Mortgage เป็นการกลับทางของการให้สินเชื่ อ คือให้เราเอาที่อยู่อาศัยที่ไม่ ติดจำนอง นำกลับมาจดจำนองใหม่กั บทางธนาคาร แล้วธนาคารทยอยจ่ายเงินงวดให้ เราทุกเดือน ตามอายุสัญญากู้ แต่ไม่เกิน 25 ปี
ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือเอาบ้ านมาเปลี่ยนเป็นเงิน แล้วแทนที่จะได้เงินเป็นก้ อนใหญ่ก้อนเดียว ธนาคารจะทยอยจ่ายให้เราเป็นเหมื อนเงินเดือนทุกเดือน ถ้าผู้กู้เสียชีวิตก่อนเงิ นงวดที่ธนาคารจ่ายให้จะหมด ก็เป็นหน้าที่ของทายาทผู้รั บมรดกจะต้องมาไถ่ที่อยู่อาศัยคื นจากทางธนาคาร ถ้าไม่มีใครมาไถ่ถอน ธนาคารก็จะนำมาขายทอดตลาด เพื่อนำมาชำระหนี้ที่ค้างอยู่
แต่ถ้าผู้กู้ดันอายุยืนธนาคารจ่ายเงินถึงงวดสุดท้ ายตามสัญญาแล้วยังมีชีวิตอยู่ ผู้กู้ก็จะไม่ได้รับเงินรายเดื อน ส่วนธนาคารจะทำอย่างไรกับทรัพย์ นั้นต่อ ก็สุดแล้วแต่ นโยบายของธนาคารในช่วงเวลานั้น เท่าที่ผมถามธนาคารที่ปล่อยกู้ ในลักษณะนี้ ผู้บริหารบอกว่าคงไม่ฟ้องขับไล่ ผู้กู้ แต่เชื่อว่าทรัพย์ที่นำมาเป็ นหลักประกันเมื่อระยะเวลาผ่ านไปมูลค่าที่ดินน่าจะสูงขึ้น จนสามารถนำมาตีมูลค่าใหม่ เพื่อ Re Finance Reverse Mortgage หรืออาจปล่อยค้างไว้ให้ดอกเบี้ ยเดิน จนถึงเวลาที่ผู้กู้ไม่ได้อยู่ ในอสังหาฯ นั้นแล้วจึงค่ อยนำมาขายทอดตลาด
การให้สินเชื่อประเภทนี้เกิดขึ้นเพราะต้องการแก้ปั ญหาเงินออมไม่เพียงพอสำหรับผู้ สูงอายุเพื่อทำให้สามารถนำอสั งหาริมทรัพย์ที่ผู้สูงอายุยั งใช้อยู่อาศัย นำมาเป็นหลักประกันในการกู้เพื่ อนำเงินไปใช้ในชีวิตประจำวั นในช่วงบั้นปลาย
ถ้าคิดง่ายๆ ก็คล้ายกับสินเชื่ อรถยนต์ที่ให้เอาทะเบี ยนรถมาจำนองไว้แล้วเจ้าของรถยั งนำรถไปใช้ทำมาหากินได้ ธนาคารที่เริ่มปล่อยกู้จึงยั งเป็นธนาคารของรัฐ โดยถือว่าเป็ นสินเชื่อตามนโยบายของรัฐบาล แต่ผมเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป จนระบบการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ ลงตัวขึ้น มีภาพที่ชัดเจนว่ามูลค่าของอสั งหาริมทรัพย์ที่นำมาจำนองมีมู ลค่าที่สูงขึ้นจริงและมีสภาพคล่ องเพียงพอที่ธนาคารเห็นว่าคุ้มกับความเสี่ ยง น่าจะมีธนาคารพาณิชย์หันมาให้สินเชื่อประเภทนี้กั นมากขึ้น
ท่านที่สนใจสินเชื่อประเภทนี้ ลองเข้าไปดูเงื่อนไขการให้สิ นเชื่อของธนาคารออมสินตามลิงก์ที่ผมให้ไว้ก็ได้ครับ
https://www.gsb.or.th/ personal/products/loan_rt/ Reverse-Mortgage.aspx
โอกาสของธุรกิจพัฒนาอสังหาริ มทรัพย์ที่มากับ Reverse Mortgage
ถ้า Reverse Mortgage ถูกใช้อย่างแพร่หลายในเมื องไทยน่าจะเกิดการเปลี่ ยนแปลงอะไรขึ้นกับธุรกิจพั ฒนาอสังหาริมทรัพย์บ้าง
1. ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองน่ าจะมีการพัฒนามากขึ้น เมื่อสินเชื่อประเภทนี้เติบโตขึ้ นและถูกใช้งานไปประมาณ 5-10 ปีขึ้นไปน่าจะมีอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้กู้ไม่อาจชำระหนี้ได้ หรือทายาทต้องการนำทรัพย์ มรดกมาขายเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ น่าจะทำให้ที่อยู่อาศัยในทำเลดี มีการซื้อขายเปลี่ยนมื อในตลาดมากขึ้น
ลองนึกดูครับว่า ถ้าผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานดู แล แล้วต้องการใช้เงินดูแลตัวเอง แล้วเอาบ้านในทำเลที่ปัจจุบั นราคาที่ดินสูง เช่น ในซอยแถวถนนพหลโยธิน ลาดพร้าว รามคำแหง ที่เมื่อ 20-30 ปีก่อน เป็นย่านที่มีหมู่บ้านจัดสรรเกิ ดขึ้นเป็นจำนวนมาก มากู้กับทางธนาคาร และเมื่อหลุดจำนอง ทรัพย์ในทำเลเหล่านี้น่าจะมีผู้ สนใจ ทำให้เกิดการซื้อขายเปลี่ยนมื ออสังหาริมทรัพย์มือสองมากขึ้ นกว่าเดิม เนื่องจากคุณภาพของทรัพย์มื อสองอยู่ในทำเลที่น่ าสนใจและหาได้ยาก
2. ตลาดการปรับปรุงต่อเติมที่อยู่ อาศัยเพื่อรองรับความเปลี่ ยนแปลงทางกายภาพของผู้สูงอายุ จะเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้สูงอายุสามารถเข้ าถึงแหล่งเงินกู้เพื่อนำมาปรั บปรุงที่อยู่อาศัยเดิมของตัวเอง
ผมเชื่อว่าวัสดุและอุปกรณ์ในบ้ าน ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้สู งอายุ จะมีมากขึ้น ฉลาดขึ้น ใช้งานได้ง่ายขึ้น จึงน่าจะทำให้ผู้สูงอายุ สามารถดูแลตัวเองในบ้าน และพูดคุยกับลูกหลานหรือผู้ให้ บริการผ่านเครือข่ายออนไลน์ได้ตลอดเวลา
3. ตลาดธุรกิจบริการสำหรับผู้สู งอายุมี ขนาดใหญ่และเติบโตเร็วกว่าตลาดวัสดุอุ ปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่ างมาก เนื่องจากผู้สูงอายุมีข้อจำกั ดด้านกายภาพความต้องการบริการจึ งมีสูงกว่าคนทั่วไป ในประเทศที่เจริญแล้วและมีผู้สู งอายุอยู่เป็นจำนวนมาก
เช่ น ในประเทศญี่ปุ่น มีบริการที่หลากหลายสำหรับผู้สู งอายุ ตั้งแต่บริการรถรับส่งที่จะพาผู้ สูงอายุออกไปจับจ่ายใช้สอยที่ศู นย์การค้า พาไปรับประทานอาหาร พาไปพบแพทย์โรงพยาบาลตามที่ แพทย์นัด
โดยผู้สูงอายุสามารถเรียกใช้บริ การได้ผ่านทางโทรศัพท์ บริการส่งสินค้าโดยเฉพาะอาหารที่ ส่งถึงบ้าน น่าจะได้รับความนิยมมากที่สุด รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับสุ ขภาพ เช่น กายภาพบําบัด การตรวจสุขภาพ อาหารเสริม รวมถึงบริการจัดส่งพยาบาลและเจ้ าหน้าที่ทางการแพทย์มาตรวจเยี่ ยมถึงบ้าน รวมถึงในช่วงท้ายของชีวิตถ้าผู้ สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ให้ผู้สูงอายุเข้าไปใช้ชีวิ ตในช่วงปลายอย่างมีคุณภาพ ด้วยการใช้เงินที่ได้รั บจากการทำ Reverse Mortgage
ประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่สั งคมผู้สูงวัย ผมเชื่อว่าน่าจะมีสินค้าและบริ การทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่พัฒนาขึ้นจากปัญหาสังคมผู้สู งวัยในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอสั งหาริมทรัพย์ในภาคบริการสำหรั บผู้สูงอายุ น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอี กมากครับ
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/ marketeeronline
ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
Related