“ทีมอลล์” เพื่อนธุรกิจคนใหม่ของ “ซันโทรี่” ดีลที่จะทำให้ “แบรนด์รังนก” ทรงอิทธิพลในจีน

นับจาก “ซันโทรี่” ซื้อกิจการจากบริษัท “เซเรบอส” พร้อมกลับเปลี่ยนชื่อมาเป็น “บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่” ต้องบอกว่าจังหวะการทำตลาดสินค้าของ “แบรนด์” ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์อยู่ในโหมด “เกมรุก ในเชิงสร้างสรรค์”

และไม่ใช่แค่นั้น “ซันโทรี่” ยังได้ย้ายสำนักงานของบริษัท “แบรนด์ ซันโทรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล” จากประเทศสิงคโปร์มาประจำอยู่ในประเทศไทย โดยมองว่าไทยเป็นประเทศที่ทำรายได้หลักเป็นอันดับหนึ่งให้แก่สินค้าอย่าง “แบรนด์” อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตขนาดใหญ่ถึง 3 โรงงาน

ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ไม่แพ้กันคือประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางในการ “ส่งออก” สินค้าได้ง่ายกว่าประเทศสิงคโปร์ 

“แบรนด์รังนก” ขอบินในโลกออนไลน์ในจีน

ตรงนี้จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ “แบรนด์” จะเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเข้มข้นมากขึ้นกว่าในอดีต และไม่ใช่แค่สินค้าใดสินค้าหนึ่งแต่เลือกจะทำตลาดเชิงรุกในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดยปฏิบัติการล่าสุดของผู้นำธุรกิจอาหารเสริมรายนี้ คือการเป็นพันธมิตรกับ “ทีมอลล์ โกลบอล” บริษัท e-commerce ยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศจีน 

โดยสาระสำคัญของดีลนี้คือการนำ “แบรนด์รังนก” เปิดตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ในประเทศจีน ผ่านช่องทางของ “ทีมอลล์” โดยวางเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีข้างหน้าจะต้องมียอดขาย “แบรนด์รังนก” ในประเทศจีนในทุกๆ แพลตฟอร์มมากกว่า 1,000 ล้านบาท

“แบรนด์รังนกวางขายใน 19 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งร้านค้าในจีน แต่ล่าสุดเราได้ทดลองวางขายผ่านช่องทาง flagship store แบบออนไลน์ของบริษัท ทีมอลล์ โกลบอล ผลปรากฏว่ายอดขายแบรนด์รังนกกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับ 1 ในกลุ่มสินค้าที่มาจากประเทศไทย” 

“เพราะคนจีนเองก็รู้จักแบรนด์รังนกมานาน ไม่ว่าจะเป็นการที่คนจีนมาเที่ยวเมืองไทยแล้วซื้อแบรนด์รังนกกลับไปฝากญาติ หรือซื้อในประเทศจีนตามร้านค้าต่างๆ”

“ตรงนี้ที่ทำให้เราตัดสินใจเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับทีมอลล์ โกลบอล ที่จะมีสินค้าแบรนด์รังนกขายทั้งในออนไลน์และออฟไลน์” มร.เก็น ไซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เล่าถึงเหตุผลในการตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรกับ “ทีมอลล์ โกลบอล”

โอกาสตลาดที่ “เปิดกว้าง”

โดยหากสำรวจตลาดรังนกทั้งหมด (รวมรังนกทั้งแบบแห้งเพื่อนำไปปรุงต่อเพื่อบริโภค และแบบบรรจุขวดพร้อมดื่ม) ในประเทศจีนนั้นถือว่าใหญ่มากเพราะมีมูลค่าสูงถึง 3,500 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังมีช่องว่างทางการตลาดที่ใหญ่มากพอที่ “แบรนด์รังนก” จะเข้าไปสร้างยอดขาย

เพราะเมื่อ Insight เชิงลึกจะพบว่าช่องทางการขายที่ใหญ่สุดในกลุ่มอาหารเสริมเพื่อสุขภาพสินค้ารังในประเทศจีนคือระบบ MLM” (multi-layer marketing หรือที่คนไทยมักเรียกว่าระบบ “ขายตรง”) ในขณะที่ “แบรนด์รังนก” แม้จะอยู่ในกลุ่มอาหารเสริมเพื่อสุขภาพเช่นกัน แต่ไม่ต้องการขายผ่านตัวแทนแบบในระบบ MLM เพราะแบรนด์ต้องการให้บริษัททำความรู้จักกับผู้บริโภคแต่ละรายแบบ B2C (business to customer) โดยเริ่มผ่านช่องทางออนไลน์ก่อน

ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญนั้นก็คือ“ทีมอลล์ โกบอล” ไม่ได้มีแต่เพียงช่องทางออนไลน์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ หากแต่มีครบวงจรทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และนับเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกที่ได้รับความนิยมจากคนจีนเป็นอันดับหนึ่ง หลักฐานที่ยืนยันชัดเจนนั้นคือในปีที่ผ่านมา “ทีมอลล์ โกลบอล” มีรายได้มากกว่า 5 ล้านล้านหยวน

ซึ่งนั่นแปลว่า “แบรนด์รังนก” จะเข้าใกล้ผู้บริโภคคนจีนได้มากขึ้นผ่านช่องทางของ “ทีมอลล์ โกลบอล”ทั้งในออนไลน์และศูนย์การค้าของทีมอลล์ ที่มีมากกว่า 700 สาขาทั่วประเทศจีน

“ทีมอลล์” ไม่ใช่แค่ช่องทางการขายอย่างเดียว

ความน่าสนใจต่อมาคือแล้ว “ทีมอลล์ โกลบอล” ยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ธุรกิจ e-commerce ในจีนนั้นจะ “ช่วยเหลือ” ในการสร้างยอดขายให้แก่ “แบรนด์รังนก” ได้ด้วยวิธีไหนอีกที่จะเป็นมากกว่าแค่ช่องทางการขาย?

วิลเลี่ยม เจ้า ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจภูมิภาคเอเชีย ทีมอลล์ โกลบอล บอกว่า สิ่งที่ทำให้ “ทีมอลล์” เป็นเบอร์หนึ่งนั้น คือการสร้างความแตกต่างจาก e-commerce รายอื่นๆ ในประเทศจีน

“ในช่องทางออนไลน์เราจะมีการเก็บ Profile ของผู้ซื้อ, ความถี่ในการซื้อสินค้านั้นๆ, ยอดการช้อปต่อครั้ง, รสนิยมการซื้อ, และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เมื่อแบรนด์รังนกขายผ่านทีมอลล์จะได้รับข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ของลูกค้า ซึ่งสามารถนำไปใช้คิดค้นโปรโมชั่นและวางแผนการตลาดให้ตรงความต้องการผู้บริโภคจีน”

ขณะเดียวกัน ทีมอลล์ก็มีแคมเปญ “ทีมอลล์ ดิสคัฟเวอรี่” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคชาวจีนค้นพบและพัฒนาความชื่นชอบในสินค้าคุณภาพสูงที่ได้รับเลือกมาจากทั่วโลก สมมุติหาก “แบรนด์รังนก” มีการเปิดตัวรสชาติใหม่ๆ หรือกิจกรรมการตลาดในศูนย์การค้าของ

“ทีมอลล์” ก็อาจจะมีการแนะนำแบรนด์รังนกผ่าน influencer ชาวจีน จัดทำเป็นวีดิโอ หรือ Live สดผ่านช่องทาง Social Media ของทาง “ทีมอลล์” ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภครับรู้ความเคลื่อนไหวของ “แบรนด์รังนก” มากยิ่งขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้นแต่ “ทีมอลล์” เองก็ยังมีระบบ logistics ที่จะมาช่วยพันธมิตรอย่าง “แบรนด์” ในการขนส่งสินค้าข้ามประเทศจากประเทศไทยมาสู่จีนได้อย่างสะดวกสบายขึ้น

โดยวิลเลี่ยม เจ้า บอกว่าโดยส่วนตัวเขานั้นเชื่อว่า “แบรนด์รังนก” จะประสบความสำเร็จในตลาดจีนได้ไม่ยากเพราะด้วยการอยู่ภายใต้ปีกของ “ซันโทรี่” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในการเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ซึ่งเกิดจากความแข็งแกร่งของทีม R&D ที่พัฒนาสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแล้วนั้น “แบรนด์” ยังมีระบบซัปพลายเชนที่แข็งแกร่ง

และนี่คือความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของ “ผู้นำตลาดรังนก” ในบ้านเราอย่าง “แบรนด์รังนก” ที่เลือกจะไม่หยุดนิ่งพร้อมกับค้นหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้แก่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา

โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ไม่ว่าจะเป็นรังนกหรือซุปไก่สกัดที่เวลานี้ “แบรนด์” มีจำหน่ายถึง 19 ประเทศ การเสริมความแข็งแกร่งในช่องทางการขายที่ร่วมกับ “ทีมอลล์” ครั้งนี้ก็เพื่อทำตลาดเชิงรุกในประเทศจีนให้มากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งเปรียบเสมือนการต่ออีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเพื่อเป้าหมายให้ “แบรนด์รังนก” กลายเป็นเครื่องดื่มสุขภาพระดับโลก


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer