UNI-AIRE จากแอร์พันธุ์อึด สู่แนวคิดการสร้างผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน

ปีที่ผ่านมาตลาดแอร์มูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ยังอยู่ในตลาดสำหรับที่พักอาศัย เป็นตลาดหลักของผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ในขณะที่ตลาดแอร์เชิงพาณิชย์ถึงแม้ว่าจะเป็นตลาดรอง แต่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งเมื่อเบอร์หนึ่งอย่าง “ยูนิแอร์” เดินหน้ารุกตลาดผ่านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ตลาดแอร์ในปีนี้น่าจับตามอง

บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ทำความเย็นภายใต้แบรนด์ UNIAire (ยูนิแอร์) หรือที่เราคุ้นหูกันในสโลแกนที่ว่า ยูนิแอร์ แอร์พันธุ์อึด”

 

“ยูนิแอร์” เป็นบริษัทของคนไทย 100% ที่อยู่ในธุรกิจเครื่องปรับอากาศมานานกว่า 45 ปี เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในแบรนด์คนไทยเลยก็ว่าได้ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยเริ่มต้นจากการผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ จวบจนปัจจุบัน ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

จากจุดเริ่มต้นที่เกิดจากกลุ่มวิศวกรไทยที่ร่วมกันบุกเบิก ยูนิแอร์จึงเป็นแบรนด์ที่เชี่ยวชาญและให้ความสำคัญกับงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีเป็นหลัก นั่นทำให้ตัวผลิตภัณฑ์โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรม กอปรกับมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยภายใต้โรงงานขนาดกว่า 10,000 ตร.ม. การเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน ประหยัดพลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตรงนี้เองที่กลายมาเป็นจุดแข็งของแบรนด์และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่าเป็น แอร์พันธุ์อึด”

 

จากแอร์พันธุ์อึด สู่การสร้างความเย็นอย่างยั่งยืน

ด้วยวิสัยทัศน์ขององค์กร ที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำของกลุ่มผู้ผลิตในประเทศ ด้านการขาย การผลิต และเทคโนโลยีการทำความเย็น ความร้อน และการระบายอากาศในคุณภาพระดับสากล แนวทางการดำเนินธุรกิจของยูนิแอร์จึงมุ่งเน้นไปที่ การสร้างความเย็นอย่างยั่งยืน โดยอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และจุดแข็งเรื่องความทนเป็นตัวขับเคลื่อน

เรามุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่พร้อมไปด้วยดีไซน์ ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันการใช้งานและทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจในเรื่องความเย็นแก่ผู้บริโภค ทั้งด้านสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาที่สมเหตุสมผล

ส่วนหนึ่งที่ Marketeer สัมภาษณ์ ณรัณ ศิริสันธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ยูนิแอร์ประกอบธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบพัฒนาและ ผลิตเครื่องปรับอากาศของตนเอง รวมถึงการออกแบบ ติดตั้งระบบปรับอากาศให้กับอาคารสถานที่ต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมายูนิแอร์ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและผสานนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้การผลิต เช่น พัฒนาระบบ Internet of Things ซึ่งเป็นการควบคุมเครื่องปรับอากาศผ่านระบบ Cloud Network, การนำเทคโนโลยี Invertor ช่วยประหยัดพลังงานซึ่งเป็นคุณสมบัติที่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมต้องการ หรือการใช้สารทำความเย็น R 32 หรือที่เรียกว่า น้ำยาแอร์รุ่นใหม่ที่รักษ์สิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนสำหรับเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในประเทศไทย

และเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ยูนิแอร์ได้ลงทุนด้าน R&D โดยการสร้าง “ห้องทดสอบขีดความสามารถทำความเย็น” มูลค่ากว่า 20 ล้านบาทเพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้ในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกระบวนการตรวจสอบอีกหลายขั้นตอนเพื่อให้การผลิตอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ที่สำคัญเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความเย็นอย่างยั่งยืนแก่ผู้บริโภค

 

หากสังเกตดูให้ดี ความเย็นอย่างยั่งยืน ในความหมายของยูนิแอร์ นั้นมี 3 มิติ

1. ความยั่งยืนด้านสังคม: คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีความปลอดภัย คงทน และการออกแบบที่เป็นสากล คือยืดหยุ่น สะดวกสบายเข้าด้วยกัน

2. ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม: คือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัด ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

3.ความยั่งยืนด้านเศรษฐศาสตร์: แน่นอนว่า ทุกการซื้อขายผลิตภัณฑ์จากยูนิแอร์ คือการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ของลูกค้า ความอึดและทนทาน คือการประหยัดและลดต้นทุนที่คุ้มค่า

 

การดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ตัวเลขยอดขาย หากแต่ยังใส่ใจสังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการการผลิต ประกอบกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง…ทำให้ยูนิแอร์ ก้าวสู่ปีที่ 45 อย่างมั่นคง

 

คลิกชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.uni-aire.com

หรือติดต่อที่ LINE@: @uni-aire

E-mail: localsale@uni-aire.com

Tel : 02-312-4500 ext. 310

Fax : 02-312-4277, 02-750-1954