Prediction & Prevention: โรคหัวใจป้องกันดีกว่ารักษา จากวิสัยทัศน์สู่การเปิด One-Stop Service คลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน รพ.หัวใจกรุงเทพ

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี พ.ศ.2559 ระบุว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนทั่วโลก สำหรับประเทศไทยในช่วงปี 57-60 มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 และโรคหลอดเลือดร้อยละ 41.3 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นตลอด โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของผู้ป่วยโรคหัวใจทั่วประเทศอยู่ที่ 6,906 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ยังพบโรคกลุ่มนี้ในกลุ่มคนอายุน้อยลง ด้วยอาจเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่มีความเครียดสูง อดนอน พักผ่อนน้อย กินอาหาร Fast Food ที่มีเส้นใยตํ่าและมีรสหวาน มีกิจกรรมทางกายน้อย และสูบบุหรี่ ซึ่งเอื้ออำนวยในการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ที่เป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด และจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชากรไทยในอนาคต

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โรงพยาบาลหัวใจเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยจัดแคมเปญ  “ดูแลหัวใจคุณ… ด้วยหัวใจเรา” MY HEART, YOUR HEART ในเดือนรณรงค์วันหัวใจโลก (วันที่ 29 กันยายนของทุกปี) พร้อมกับเปิด คลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน (Preventive Heart and Lipid Clinic) อย่างเป็นทางการ

พล...นพ.กัมปนาท วีรกุล อายุรแพทย์หัวใจ กล่าวว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดคือ 1 ใน 3 สาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการป้องกันจะเกิดความสูญเสียทรัพยากรในประเทศทั้งชีวิตและทรัพย์สินคนไทย เพราะค่ารักษามีราคาแพง ทั้งๆ ที่โรคกลุ่มนี้สามารถป้องกันได้

พล.อ.ท.นพ.กัมปนาท วีรกุล อายุรแพทย์หัวใจ

รพ.หัวใจกรุงเทพ เห็นว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ การป้องกันระดับปฐมภูมิ (Primary Prevention) ซึ่งได้กลายมาเป็นหัวใจหลักของคลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน และปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการป้องกันนั้นถูกกว่ามาก แต่การป้องกันกลับไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากคนไทยยังไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเท่าที่ควร”

ตัวอย่างภาพรังสีหลอดเลือดหัวใจด้านขวาของผู้ป่วยรายหนึ่งที่อุดตันและไม่สามารถขยายได้ในปี 2007 หลังจากปรับพฤติกรรม งดเนื้อสัตว์ ออกกำลัง ลดนํ้าหนัก กินยาควบคุมเบาหวาน ลดไขมัน จน LDL Cholesterol ลดจาก 182 เหลือ 67 mg/dl ภายหลัง 5 ปีต่อมา (2012) หลอดเลือดที่อุดตันเปิดออก ขณะที่รอยตีบส่วนต้นเริ่มดีขึ้น

รพ.หัวใจกรุงเทพจึงเปิด คลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน (Preventive Heart and Lipid Clinic) เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ดำเนินการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต ผ่านการให้คำแนะนำแบบองค์รวมแก่ผู้ป่วย และครอบครัว จากทีมผู้ชำนาญสหสาขา โดยร่วมมือกับ Preventive Heart Center, Oregon Health Science University เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการ การวินิจฉัยให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ และร่วมกันสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจสำหรับคนไทย โดยนำเสนอแนวทางสองประการคู่กันไปคือ

Primary Screening Program เริ่มต้นด้วยการประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ที่ยังไม่มีอาการ และหาแนวทางป้องกันเพื่อ “ลดโอกาส” เกิดโรค

Secondary Preventive Program สำหรับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก นอกจากจะประเมินปัจจัยเสี่ยงทุกตัวแล้ว ยังจำเป็นต้องเริ่มรักษาเพื่อชะลอการดำเนินของโรคให้ช้าลง ลดการเกิดโรคซํ้าในอนาคต พร้อมทั้งฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดให้กลับมาใกล้ปกติให้มากที่สุด

จุดเด่นของคลินิก คือ One-Stop Service ทั้ง “ค้นหา” และ “ป้องกัน” โรคหัวใจตั้งแต่ยังไม่มีอาการ (การป้องกันระดับปฐมภูมิ , Primary Prevention) ด้วยไลฟ์สไตล์ กระทั่งปัจจัยพื้นฐานอย่างพันธุกรรมที่แตกต่างกัน คำแนะนำในการป้องกันและรักษาจากทีมสหสาขาจึงแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความเสี่ยงของแต่ละคน การดูแลสุขภาพหัวใจยุคใหม่จึงต้องปรับให้ทุกคนมีแนวทางดูแลสุขภาพร่างกายที่เป็นของตัวเอง (Personalized Medicine), สำหรับ Registry and Monitoring เป็นการนำผลการตรวจเลือดหรือพยาธิสภาพหลอดเลือดที่พบ มาใช้ติดตามการดำเนินโรคเป็นระยะ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยคำแนะนำจากทีมสหสาขาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น อายุรแพทย์หัวใจ แพทย์ระบบต่อมไร้ท่อ เวชศาสตร์ฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ นักโภชนากร เภสัชกร และพยาบาลเฉพาะทาง นอกจากนี้ความรู้ที่เกิดขึ้นยังเป็นข้อมูลเพื่อศึกษาแนวทางในการป้องกันโรคนี้ในคนไทยอีกด้วย

ภายในงานมีทีมแพทย์และนักโภชนาการมาให้เกร็ดความรู้เรื่องการดูแลป้องกันหัวใจให้ห่างไกลโรค

  1. เลี่ยงอาหารอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ เนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ ของหวาน อาหารที่มีรสเค็ม นอกจากนี้ ควรดื่มนํ้าให้พอจนปัสสาวะใส เพื่อให้เลือดไม่ข้น จับเป็นลิ่ม มีการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะที่ดี
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ เริ่มออกกำลังกายจากชนิดเบาก่อน เมื่อกล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงขึ้นแล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มการเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ตัวอย่างเช่น Fat-Burn เป็นการออกกำลังกายในช่วงอัตราการเต้นของหัวใจเหมาะสม และมีสัดส่วนการเผาผลาญไขมันมากที่สุดที่ 70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดในแต่ละช่วงอายุ โดยมีสูตร 0.7 x (220–อายุ) ออกกำลังกายครั้งละ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ หรือเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 10,000 ก้าว ควรดื่มนํ้าให้พอขณะออกกำลังกาย
  3. พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียดให้อยู่หมัด ควรนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และหลับให้ลึก (Deep Sleep) เพื่อที่ร่างกาย สมองและหัวใจได้พักและซ่อมแซมตัวเอง นอกจากนี้ควรเลือกวิธีการคลายความเครียดให้เหมาะกับตัวเรา เช่น การออกกำลังกายที่ผ่อนคลาย ทั้งกายและใจ ฟังดนตรี การนั่งสมาธิ เจริญสติ เล่นโยคะ เป็นต้น
  4. ระวังเบาหวาน ไขมัน ปัจจัยเร่งหลอดเลือดให้เสื่อมเร็วขึ้น โรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูงเป็นตัวการเร่งให้หลอดเลือดมีความเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นตั้งแต่อายุน้อยๆ ย่อมเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น จึงจำเป็นต้องควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

  1. บุหรี่ตัวการใหญ่หลอดเลือดหัวใจไม่แข็งแรง ไม่ว่าจะสูบมากหรือน้อยส่งผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจเท่ากัน ทั้งยังส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัว เนื่องจากสารนิโคตินและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในควันบุหรี่และสารพิษอื่นๆ นับร้อยชนิด จะทำลายเซลล์ที่บุหลอดเลือดโดยตรง ทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร
  2. ยาและผลข้างเคียง ยาที่ควบคุมโรค เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง ควรทานตามคำแนะนำแพทย์ เลี่ยงยาที่อาจมีผลข้างเคียงอันตราย เช่น Non-Steroidal Anti-Inflammation เพราะทำให้ความดันเลือดสูง ไตวาย ลิ่มเลือดอุดตัน นํ้าท่วมปอด ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคหลอดเลือดอยู่แล้วจึงควรใช้เท่าที่จำเป็นด้วยความระมัดระวัง ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร
  3. สารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ การเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอาหารฟื้นฟูผนังหลอดเลือด เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง เมล็ดพืช ผักและผลไม้ที่ไม่หวานจัด ซึ่งมีเส้นใยลดการดูดซึมไขมันและนํ้าตาล มีโฟเลท แมกนีเซียม โพแทสเซียมช่วยฟื้นฟูเยื่อบุหลอดเลือด และยังมีโปรตีนที่ปลอดภย เพราะไม่มีคอเลสเตอรอล กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีมากในปลา เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน จะช่วยลดการจับกันของลิ่มเลือด ลดการเกิดหลอดเลือดอุดตัน ลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้
  4. Social Relationship ลดความเครียดเพิ่มอายุขัย การสร้างสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม การออกไปรวมกลุ่ม ทำกิจกรรมร่วมกันเล็กๆ จะช่วยลดความเครียด นำมาซึ่งหัวใจที่แข็งแรง เช่น การทำกิจกรรมจิตอาสา การตั้งกลุ่มเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชน หรือแม้แต่การรวมกลุ่มออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ ได้พูดคุยสังสรรค์แลกเปลี่ยนแบ่งปันเรื่องราวระหว่างกัน ก็จะช่วยให้เกิดความสุขใจ

โดยเกร็ดความรู้ทั้ง 8 ข้อนี้ หากปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอจะเป็นประโยชน์ช่วยป้องกันหัวใจให้ห่างไกลโรค

ในวันที่ 29 กันยายนของทุกปี ถือเป็นวันหัวใจโลก ทุกประเทศจะจัดกิจกรรมกระตุ้นให้มีการดูแลหัวใจที่ดียิ่งขึ้น โดยเน้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ ป้องกันมิให้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้นตั้งแต่แรกในเด็กเล็ก (Primordial Prevention) และควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เกิดแล้วให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย (Primary Prevention) เพื่อลดอุบัติการณ์จากโรคอันตรายนี้

คลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน (Preventive Heart and Lipid Clinic) จึงเป็นหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่งที่มุ่งลดความเสี่ยงของการเกิดโรคให้มากที่สุด และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว ทีมงานทุกคนเชื่อมั่นว่า การเรียนรู้ร่วมกันจะสร้างองค์ความรู้ที่สำคัญในการมี Personalized Healthy Lifestyle ซึ่งไม่เพียงแต่จะเกิดประโยชน์แก่ผู้มารับบริการ แต่ยังสามารถสร้าง Healthy Heart Family ขึ้นทั้งในบุคลากรและสมาชิกครอบครัวของท่าน ซึ่งจะช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความสูญเสียจากโรคนี้ของคนไทยในอนาคตอีกด้วย

เพราะหัวใจมีดวงเดียว “ดูแลหัวใจคุณ… ด้วยหัวใจเรา” MY HEART, YOUR HEART


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer