เปิดเทรนด์ Youtube Ad

การเพิ่มขึ้นของประชากรเน็ต และเวลาบนโลกออนไลน์ ได้เข้ามาส่งเสริมให้ มูลค่าโฆษณาดิจิทัล เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ปี 2562 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 18,716 ล้านบาท เติบโต 25% อ้างอิงจาก สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT

Facebook ครองแชมป์ Platform ยอดนิยม 2018 Facebook 4,479 ล้านบาท Youtube 2,690 ล้านบาท Display 1,517 ล้านบาท Search 1,424 ล้านบาท Creative 1,340 ล้านบาท Social 1,179 ล้านบาท Line 1,147 ล้านบาท Online VDO 791 ล้านบาท *มูลค่า Advertising Spend ที่มา DAAT, สิงหาคม 2018

โดยในปีนี้ มูลค่าโฆษณาดิจิทัล อยู่ที่ 14,973 ล้านบาท  มี Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาสูงสุดถึง 4,479 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ Youtube 2,690 ล้านบาท

ซึ่งการเติบโตของมูลค่าโฆษณาบน Youtube มาจากเทรนด์ที่น่าสนใจ 3 เทรนด์ ได้แก่

 

1. ประชากร Youtube  92% ของผู้ใช้เน็ต

ในทั่วโลกมีการใช้ Youtube มากกว่า 1,000 ล้านชั่วโมงต่อวัน และคนไทยก็เป็นประเทศที่ใช้เวลาในการดู Youtube สูงอันดับต้นๆ ของโลก

ซึ่งการใช้เวลาจำนวนมากของคนไทยทำให้แบรนด์ได้หันมาลงโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม Youtube มากขึ้น เพราะมองว่าการลงโฆษณาผ่าน Youtube จะสามารถเข้าถึงคนจำนวนมากได้ดี

จากจุดแข็งของ Youtube ที่คนส่วนใหญ่จะเข้ามาหา Inspire, การอัพเดตสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ต และการมีคอนเทนต์ที่หลากหลายสามารถเข้าถึงได้ง่ายและตรงความต้องการ

เข้า Youtube ทุกวัน 75% ใครเข้า Youtube ทุกวัน 16-24 ปี 85% 25-34 ปี 79% 35 ปีขึ้นไป 67%คนดู Youtube 92% ของผู้ใช้เน็ต โดย 93% เป็นคนเมือง ใช้เวลาดูเฉลี่ยต่อครั้ง 70 นาที 92% เป็นคนต่างจังหวัด ใช้เวลาดูเฉลี่ยต่อครั้ง 60 นาที

 

เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่าคนไทยเข้ามาดู Youtube เฉลี่ยวันละ 2.1-2.4 ชั่วโมง

ในกลุ่มคนเมืองมีการเข้ามาดู Youtube มากถึง 93% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด โดยเข้ามาดู Youtube เฉลี่ยครั้งละ 70 นาที รวม 2.4 ชั่วโมงต่อวัน

และกลุ่มคนต่างจังหวัดมีการเข้ามาดู Youtube มากถึง 92% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ซึ่งอัตราการเข้ามาชม Youtube ของคนต่างจังหวัดแทบไม่แตกต่างจากคนกรุงเทพ พวกเขาเข้ามาดู Youtube เฉลี่ยครั้งละ 60 นาที คิดเป็นเวลา 2.1 ชั่วโมงต่อวัน

 

2. Skip Ad คือโอกาสสร้าง Brand Love

จากผล research ของ google ประเทศไทย พบว่า คนไทยมากถึง 72% มองว่าการที่แบรนด์ให้ skip ad ได้ จะทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์

 

คิดอย่างไรกับโฆษณาบน Youtube 74% คุณภาพของโฆษณาบนยูทูปดีขึ้น 72% การ skip ad ได้เป็นเรื่องที่ดี 72% รู้สึกดีกับแบรนด์ถ้าให้ skip โฆษณา 72% skip โฆษณาได้ทำให้มีประสบการณ์ที่ดีขึ้นกับ Youtube 65 % การดูวิดีโอบน Youtube (ทั้งวิดีโอโฆษณาและวิดีโอจาก Content Creator) ช่วยในการตัดสินใจได้ว่าจะเลือกซื้อสินค้าไหน หรือแบรนด์ไหน

 

โดย Youtube ได้แนะนำว่าการทำโฆษณาที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคไม่มองหาปุ่ม skip ad เพื่อกดข้าม จะต้องเปิดหมัด Hook ให้ได้ภายใน 5 วินาทีแรก ก่อนที่ปุ่ม skip ad จะขึ้นมาให้กด

ซึ่งการทำโฆษณาให้ผู้บริโภคสนใจนั้น แบรนด์จะต้องเก็บข้อมูลหาความสนใจของกลุ่มผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์นั้นๆ และนำเสนอให้ตรงจุด

และจะเห็นได้ว่าในปีนี้ advertiser มีการปรับการนำเสนอโฆษณาให้อยู่ในรูปแบบคล้ายกับ content มากขึ้น เช่นโฆษณาในรูปแบบ Music VDO หรือการนำ content creator บน Youtube มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาในรูปแบบต่างๆ ตามสไตล์ของ content creator นั้นมากๆ ขึ้น เพื่อให้ผู้ดู Youtube รู้สึกว่าสิ่งที่ดูอยู่นั้นไม่ใช่โฆษณา

 

3. สื่อสารผ่านพลัง Google

จุดแข็งของ Youtube คือ พลังของ Google ที่ใช้ในการวิเคราะห์ผู้บริโภค

ซึ่งการวิเคราะห์ผู้บริโภคที่ว่านี้ คือการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานบริการต่างๆ ของ google ที่ได้รับความนิยมด้วยจำนวนผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก

ได้แก่ Google Search Engine, Google Map, Google Play, Gmail, Google Chrome, ระบบปฏิบัติการ Android และ Youtube มาประมวลผลผ่านระบบ AI เพื่อหา Moment ต่างๆ ของผู้บริโภค และเสนอโฆษณาไปถึงผู้บริโภคให้ตรงกับ Moment นั้นๆ

เช่น ผู้บริโภค search หาวิธีการเลี้ยงลูกใน google, ติดตั้งแอปเกี่ยวกับทารก หรือการใช้ google map เดินทางไปโรงพยาบาล จะทำให้รู้ว่า ผู้บริโภคคนนั้นกำลังจะมีลูก เป็นต้น

โดย Moment ใหญ่ๆ ของผู้บริโภค ที่มีอิมแพคต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ประกอบด้วย

– การเรียนจบ

– เปลี่ยนงาน

– แต่งงาน

– เริ่มต้นธุรกิจ

– ซื้อบ้านใหม่

– เกษียณอายุ

ซึ่ง Moment ต่างๆ เหล่านี้ยังประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักๆ ในการซื้อสินค้า ได้แก่ ก่อนที่จะมองหาสินค้า /สนใจที่จะซื้อ และการแสดงความต้องการที่จะซื้อจริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นบริษัทรถอีโคคาร์ การเข้าไปอยู่ในแต่ละ 3 ขั้นตอนการซื้อสินค้าได้ จะดูจาก Moment การเรียนจบ เพราะเชื่อว่าคนเรียนจบส่วนใหญ่จะซื้อรถเป็นคันแรก และนำเสนอโฆษณาไปถึงคนคนนั้นเพื่อให้เกิดการอยากซื้อรถอีโคคาร์

เมื่อคนคนนั้นเกิดความอยากได้รถอีโคคาร์ และทำการ search หาข้อมูลเพิ่มขึ้น แบรนด์รถอีโอคาร์ก็จะโฆษณาเพื่อประสิทธิภาพของรถ และข้อเสนอต่างๆ เพื่อให้เกิดการไปโชว์รูมทดลองขับ

และสุดท้ายเมื่อผู้บริโภคแสดงความต้องการอยากซื้อจริงๆ ด้วยการไปที่โชว์รูม ระบบจะส่งโฆษณาเพื่อตอกย้ำให้เกิดการตัดสินใจซื้อที่รวดเร็วขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้การใช้ Youtube เป็นเครื่องมือในการโฆษณา แบรนด์จะต้องมองหลักๆ เลยว่าโฆษณาชิ้นนั้นไปรบกวนผู้บริโภคแค่ไหน เพราะถ้าโฆษณาไปรบกวนผู้บริโภคมากเกินไป ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคจะมองแบรนด์ในทางลบและไม่อยากที่จะเป็นลูกค้าแบรนด์อีกต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer