ฟิลลิปประกันชีวิต รุกขยาย Workplace ใจกลางย่านธุรกิจ

ปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า

“ผลสำรวจจาก Manpower Group พบว่ากลุ่มคนวัยทำงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 48% ตระหนักว่าการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มีผลต่อศักยภาพในการทำงานและคุณภาพของผลงานที่สูงขึ้น บริษัทฯ จึงได้นำแนวคิด  Workplace Strategy มาออกแบบสถานที่ทำงานในรูปแบบใหม่ ณ สาขาไอทีเอฟ สีลม

โดยพัฒนาบนพื้นที่ใช้สอย 1,600 ตารางเมตร  ใจกลางย่านธุรกิจ โดยจัดสรรพื้นที่การทำงานแบบมีส่วนร่วม ให้มีพื้นที่เปิดโล่ง เลือกใช้โต๊ะทำงานที่มีขนาดใหญ่สามารถใช้งานร่วมกันได้ และห้องประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นส่วนตัว  สร้างบรรยากาศกับการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ เน้นโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมภายในเป็นหลัก เช่น คาน เสา และเหล็กโผล่ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายเป็นกันเอง

รวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยในการอำนวยความสะดวกให้กับตัวแทนและผู้ถือกรมธรรม์ ภายในปี 2561ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการขยายสาขา คือสาขานนทบุรี สาขาอุบลราชธานี และสาขาหนองคาย เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต โดยข้อมูล ณ ปัจจุบันมีตัวแทนทั้งสิ้น 2,910 คน

ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จึงทำให้บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาตัวแทนมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาหลักสูตร เพื่อยกระดับสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ให้เป็นนักวางแผนทางการเงินและการลงทุนให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ตัวแทน ผู้ถือกรมธรรม์ ให้เข้าถึงการบริการได้ดียิ่งขึ้น และง่ายต่อการใช้งาน อาทิ แอปพลิเคชัน iFAME อำนวยความสะดวกแก่ตัวแทน และแอปพลิเคชัน PhillipLife สำหรับลูกค้าและบุคคลทั่วไป

ด้านผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคม 2561 มีเบี้ยฯ ประกันภัยรับปีแรกจำนวน 294 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 36 สำหรับเบี้ยฯ ประกันภัยรับปีต่อไปนั้นได้รับจำนวน 504 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของเบี้ยฯ ประเภทสามัญร้อยละ 89

ส่งผลให้ขณะนี้มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 798 ล้านบาท สูงกว่าอัตราการเติบโตของปีที่ผ่านมาร้อยละ 20 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของทั้งธุรกิจฯ สำหรับเป้าหมายผลผลิตตลอดปี 2561 นี้ บริษัทฯ กำหนดเบี้ยประกันภัยปีแรกจำนวน 666 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 107 เบี้ยประกันภัยปีต่อไปจำนวน 834 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของเบี้ยฯ สามัญร้อยละ 85 และเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37

นอกจากนั้นเบี้ยสามัญรายใหม่ต่อกรมธรรม์ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 32,938 บาท เป็น 48,030 บาท ณ ปัจจุบัน โดยคาดว่า Case size ณ สิ้นปี 2561 จะปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 70 จากที่ผ่านมา จากการเติบโตในระดับสูงดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้านของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพตัวแทน ด้านเทคโนโลยี ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย และอื่นๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้เอาประกันภัยได้อย่างมีคุณภาพ

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer