ทำไม ลิโด้ – สกาล่า ไม่ได้ไปต่อ

#SaveScala ได้กลายเป็น # สุดฮอตใน Twitter ในวันที่ข่าว จุฬาขอคืนพื้นที่ลิโด้ และสกาล่า หลังโรงภาพยนตร์ทั้ง 2 แห่งหมดสัญญา และเครือเอเพ็กซ์ เจ้าของโรงภาพยนตร์ต้องส่งคืนให้ของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ หรือ CU Property เพื่อพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางCU Property ซึ่งหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์อย่างแน่นอน

โดยโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ จดทะเบียนนิติบุคคลในนามบริษัท สยามมหรสพ

การขอคืนโรงภาพยนตร์จากเครือเอเพ็กซ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

เพราะก่อนหน้านั้นหลังโรงภาพยนตร์สยามถูกไฟไหม้ในช่วงชุมนุมจลาจลทางการเมืองในปี 2553 CU Property ก็ได้ขอคืนพื้นที่โรงภาพยนตร์สยามซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์หนึ่งในเครือเอเพ็กซ์มาสร้างสยามแควร์วันด้วยงบลงทุน 1,800 ล้าน

ถ้าเข้าใจไม่ผิด ปัจจุบัน โรงภาพยนตร์อินดี้ สแตนอโลนที่ไม่ใช่เครือยักษ์ใหญ่ในกรุงเทพนอกจากลิโด้ สกาลา ก็มีเฮาส์ อาร์ซีเอ อีกที่หนึ่ง แถมราคาตั๋วชมภาพยนตร์ก็ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ และเอสเอฟ ซีเนม่า

โรงภาพยนตร์สยามจะปิดธุรกิจและส่งพื้นที่คืนให้ CU Property ในปี 2556 

ถึงเวลาที่โรงภาพยนตร์ลิโด้ และสกาล่าก็จะต้องส่งพื้นที่คืนให้กับ CU Property จากสัญญาที่เอเพ็กซ์ทำไว้กับ CU Property  ได้หมดลง

โดยสัญญาของลิโด้หมดในปี  2559 แต่เครือเอเพ็กซ์ได้ขอต่อรองกับ CU Property และได้รับการผ่อนผันให้กับโรงภาพยนตร์ลิโด้ดำเนินธุรกิจมาตลอดปี 2560

จนสิ้นปี 2560 เครือเอเพ็กซ์ได้ขอขยายเวลาส่งมอบพื้นที่โรงภาพยนตร์ลิโด้กับทาง CU Property เป็นกรกฎาคม 2561 

จากการยิื่นเรื่องกับ CU Property  ว่าเอเพ็กซ์จะขอฉายภาพยนตร์เพื่อเป็นการอำลาโรงภาพยนตร์ลิโด้ก่อนส่งคืนพื้นที่ให้กับ CU Property ถึง 2เทศกาลภาพยนตร์ด้วยกัน

โดยในเดือนเมษายน 2561เป็นเทศกาลฉายภาพยนตร์ฟิล์มนานาชาติ และพฤษภาคม 2561 เทศกาลฉายภาพยนตร์เงียบ

 

สิ่งที่ทำให้เครือเอเพ็กซ์พยายามต่อเวลากับโรงภาพยนตร์ลิโด้

เพราะที่ผ่านมานอกจากรายได้จากการฉายภาพยนตร์ ลิโด้ยังมีรายได้จากการให้ร้านค้ารายย่อยเช่าพื้นที่ด้านล่างโรงภาพยนตร์ลิโด้ซึ่งถือเป็นรายได้หลักที่พยุงให้ธุรกิจลิโด้เดินต่อไปได้

เมื่อลิโด้หมดสัญญาต้องส่งคืนให้กับ CU Property ผู้บริหารเครือเอเพ็กซ์จึงตัดสินใจคืนพื้นที่สกาล่าไปด้วย

ด้วยเหตุผลส่วนหนึ่งมาจาก CU Property ได้เก็บค่าเช่าพื้นที่ของโรงภาพยนตร์สกาล่าเพิ่มขึ้น

จากข้อมูลสัญญาที่เขียนไว้ในปี 2559 คือ โรงภาพยนตร์สกาล่าจะต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2562 และ 2563

ลำพังโรงภาพยนตร์สกาล่าเองที่มีรายได้จากการฉายภาพยนตร์ และเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเช่าพื้นโรงภาพยนตร์สกาล่าจัดกิจกรรมต่างๆ ก็แทบจะไม่พอจ่ายให้กับ CU Property แล้ว

เมื่อ CU Property ไม่ต่อสัญญาให้กับลิโด้ จึงทำให้ผู้บริหารเครือเอเพ็กซ์ตัดสินใจคืนพืิ้นที่โรงภาพยนตร์สกาล่าด้วย จนเกิดกระแส SaveScala ออกมามากมาย

CU Property จึงต้องออกมาชี้แจงว่า จะขอลิโด้ไปใช้ประโยชน์อย่างเดียว ส่วนสกาล่าถ้าเครือเอเพ็กซ์ไม่เช่าต่อก็จะเก็บโครงสร้างอนุรักษ์ไว้

แต่ก็ต้องดูกันต่อไปในระยาวเพราะพื้นที่ในสยามสแควร์วันนี้เปรียบเสมือนทองคำที่มีราคาสูง

โดยในปีที่ผ่านมา เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้สำรวจราคาที่ดินทั่วกรุงเทพ พบว่าสยามสแควร์เป็นพื้นที่ที่มีราคาที่ดินแพงสุดในประเทศไทยในราคาขายตารางวาละ 2 ล้านบาท หรือไร่ละ 800 ล้านบาท และคาดกว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 6.5% ในปีนี้

 

ต้องยอมรับพฤติกรรมเปลี่ยน

ในวันที่พฤติกรรมคนไทยชอบใช้ชีวิตตามห้าง และเกิดโรงภาพยนตร์ตามห้างในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ และเอสเอฟซีเนม่าทั่วหัวระแหง

เมื่อเทียบรายได้ระหว่างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ เอสเอฟ ซีเนม่า 2 เครือโรงภาพยนตร์ที่แทบจะเข้ามากินรวบตลาดโรงภาพยนตร์ไทย

เมื่อดูย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมารายได้เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งมีรายได้มาจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ ธุรกิจคาราโอเกะและโบว์ลิ่ง โฆษณาในโรงภาพยนตร์ พื้นที่ให้เช่า และอื่นๆ โดย ประมาณ 70% จะเป็นรายได้มาจากโรงภาพยนตร์

 

 

ใครคือผู้บริหารลิโด้-สกาล่า

โรงภาพยนตร์ลิโด้ กับสกาล่า เป็นโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ จดทะเบียนธุรกิจในนามสยามมหรสพ มีพิสิฐ ตันสัจจา สามี นงนุช ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุช

พิสิฐ ตันสัจจา เป็นผู้มีประสบการณ์เปลี่ยนโรงละครเฉลิมไทยเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย

การเปิดโรงภาพยนตร์สยาม ลิโด้ สกาล่า เป็นการชักขวนของ กอบชัย ซอโสตถิกุล ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเซาท์อีสต์เอเชียก่อสร้างที่ต้องการพัฒนาพื้นที่พระราม1 ให้กลายเป็นแหล่งชุมชนและการค้า ปัจจุบันบริหารโดยนันทา ตันสัจจา ลูกสาว

โดยในสยามสแควร์ โรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ประกอบด้วย 3 โรงภาพยนตร์ได้แก่

โรงภาพยนตร์สยาม เปิดฉายครั้งแรก15 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ปัจจุบัน CU Property ขอคืนพื้นที่ตั้งแต่ปี 2553 กลายเป็นสยามสแควร์วัน ด้วยงบลงทุน 1,800 ล้าน

โรงภาพยนตร์ลิโด้ เปิดฉายครั้งแรก 27 มิถุนายน 2511  ปัจจุบันหมดสัญญาเช่าจาก และส่งคืนให้กับ CU Property ในเดือนกรกฎาคม 2561นำไปพัฒนาทำห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์วันเฟส 2 ด้วยงบลงทุนประมาณ 1,800 ล้านบาท

โรงภาพยนตร์สกาล่า เปิดฉายครั้งแรก 31 ธันวาคม พ.ศ. 2512 หมดสัญญาปลายปี 2560 และเตรียมส่งคืนให้กับ CU Property พร้อมกับลิโด้