AIS Business รับมือ Transformation is Now

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา กระแส Digital Disruption ได้ถาโถมเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต และธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมอย่างรุนแรง รวดเร็ว จนใครหลายคนรับมือไม่ทัน

เพราะโลกในวันนี้ได้เปลี่ยนไป ความสำเร็จ และความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ในอดีต อาจไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ความสำเร็จในอนาคต ซึ่งถ้าไปยึดถือแต่เรื่องเดิมๆ ที่เคยแข็งแกร่งในอดีตโดยไม่ปรับตัวให้เท่าทันตามกระแสโลก ความยิ่งใหญ่นั้นอาจจะไม่ยั่งยืน และเลือนหายไปในที่สุด

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บรรทัดฐานก็ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ในอดีต ใครมีที่ดินมากกว่าคนนั้นเป็นผู้ครองโลก

ในอดีต ใครมีการบริหารการจัดการที่ดีคนนั้นเป็นผู้ครองโลก

แต่ในโลกปัจจุบัน ใครมีดาต้ามากกว่าคนนั้นเป็นผู้ครองโลก

เพราะดาต้าได้กลายเป็น Digital Backbone ที่จะต่อยอดธุรกิจให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้าได้มากกว่า

และ Digital นี้เอง ที่จะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการขับเคลื่อนทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ให้สามารถปรับตัวได้เท่าทันกระแส Digital Disruption ติดปีกทุกองค์กรให้พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว

แม้โลกในวันนี้จะเป็นโลกของการ Transformation is Now

แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจคือมีองค์กรไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าจะปรับตัวเองเพื่อตั้งรับกับ Digital Disruption อย่างไร

บรรทัดต่อไปมีคำตอบ

Business Transformation

Business Transformation ถือเป็นปราการด่านแรกขององค์กรที่จะปรับตัวเองเพื่อตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต 

โดย Business Transformation ประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ 2 ประการคือ

1. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กร

การยกระดับองค์กรประกอบด้วย 3 ส่วนหลักได้แก่

หนึ่ง-ปรับกระบวนการทำงานหลักให้เป็นดิจิทัล (Digitizing Core Processes) อย่างเช่นการปรับกระบวนการผลิตโรงงานอุตสาหกรรมจากแรงงานคนเป็นแขนกลที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่มากกว่า และในอนาคตการใช้แขนกลในภาคการผลิตจะมีต้นทุนที่ต่ำลง จากเทคโนโลยีแขนกลได้กลายเป็นเทคโนโลยีระดับแมสในภาคการผลิต เป็นต้น

สอง-ปรับรูปแบบช่องทางการส่งมอบบริการลูกค้าให้เป็นดิจิทัล (Digitizing Customer Interface) อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าที่ปรับตัวเองสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้ทุกวันทุกเวลาและทุกสถานที่โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงห้างสรรพสินค้าที่เป็น Traditional เป็นต้น

สาม-คิดค้นและขยายองค์กรสู่รูปแบบบริการหรือธุรกิจใหม่ๆ (Discovering and Scaling by Digital) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน เพราะเทคโนโลยีทำให้สามารถขยายธุรกิจในรูปแบบสเกลอัพได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่น AirBNB ซึ่งเป็น Business Model ที่สามารถขยายธุรกิจไปทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน เป็นต้น

2. ยกระดับและให้ความสำคัญกับกระบวนการเพื่อลูกค้า

เมื่อยกระดับองค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำอีกประการหนึ่งควบคู่กันไปคือ การยกระดับและให้ความสำคัญกับกระบวนการเพื่อลูกค้า ด้วยแนวทางยกระดับ 3 ประการได้แก่

หนึ่ง-เข้าใจและรู้จักลูกค้าลึกซึ้งผ่าน Big Data ในโลกของดิจิทัลได้ก่อให้เกิด Consumer Footprint เป็นจำนวนมากที่ทำให้องค์กรรู้จักลูกค้าในเชิงลึกได้มากกว่าเดิม และทำให้สามารถทำการตลาดถึงลูกค้าในกลุ่มที่ย่อยเล็กลงไปแทนการทำตลาดในรูปแบบแมสที่แบ่งเป็น Segmentation เหมือนในอดีต

สอง-สร้างความแตกต่างของแบรนด์ตัวเองจากคู่แข่งด้วย Innovation แม้จะเป็นสินค้าและบริการเหมือนกัน แต่ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ ภายใต้คำว่า Innovation ซึ่งคำว่า Innovation ไม่ได้หมายถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น ยังรวมถึงนวัตกรรมทางความคิด การจัดการ และการนำเสนอสินค้าและบริการถึงมือลูกค้าด้วย

สาม-Speed ความเร็วในการแข่งขันถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในยุคดิจิทัล เพราะในยุคนี้ ใครเร็วกว่าคนนั้นย่อมได้เปรียบ

อย่างเช่นในกรณีของ LINE ที่ได้กลายเป็นเจ้าตลาดแอปแชทในประเทศไทย เกิดจากความเร็วในการเข้ามาทำตลาดก่อนคู่แข่งอย่าง KakaoTalk เพียงไม่กี่เดือน

ซึ่งในเวลานั้น KakaoTalk มีจุดเด่นที่เหนือกว่า LINE ในหลายๆ ด้าน เช่น สติกเกอร์ดุ๊กดิ๊ก ที่ LINE ยังทำไม่ได้ แต่กลับแพ้ LINE เพราะความเร็วในการเข้าสู่ตลาด

ส่วนปัจจุบันเมื่อ LINE มีผู้ใช้มากขึ้นจนครองเจ้าตลาดแอปแชทในประเทศไทย ได้มีการเติบโตที่แข็งแรงด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่แพ้ KakaoTalk ที่เคยไล่ตามเลยทีเดียว

อย่ายึดติดความสำเร็จในอดีต

ในซิลิคอนวัลเลย์ บริษัทดิจิทัลใหญ่ๆ อย่าง Facebook, Google ไม่ได้มองว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว เพราะนั่นหมายถึงการไม่พัฒนาตัวเองต่อ

แต่ Facebook, Google (และอาจจะรวมถึงบริษัทดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จบริษัทอื่นๆ) กลับมองตัวเองเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ต้อง Transform ตัวเองอยู่เสมอๆ เพื่อนำเสนอบริการที่สนองตอบต่อการเปลี่ยนไปของผู้บริโภค

ซึ่งการปรับเพื่อเปลี่ยนของ Facebook, Google ได้ให้ความสำคัญกับ 2 เรื่องหลักได้แก่

หนึ่ง-Consumer Centric ทำความรู้จักเข้าใจ คอนซูเมอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แบบเข้าถึงรู้จักตัวตนที่แท้จริง

สอง-Culture of Company ดึงคนเก่งและดี อยู่กับบริษัทต่อเนื่องยาวนาน ด้วยการปรับสิ่งแวดล้อมองค์กร ที่ดีในการทำงาน เช่น มีการจัดอาหาร และเครื่องดื่ม ให้พนักงานรับประทานฟรี มีสวัสดิการดีๆ ให้กับพนักงาน เป็นต้น

 

AIS Transform ตัวเองอย่างไร

เอไอเอส เห็นความสำคัญของ Digital Transformation ที่จะเข้ามาสร้างโอกาสให้กับองค์กรในการก้าวไปสู่ Innovation Organization อย่างยั่งยืน สู่การเป็นผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร

ผ่านแบรนด์ AIS Business บนคอนเซ็ปต์ Most Trusted ICT Service Provider อย่างเต็มรูปแบบ

ที่พร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำเทคโนโลยีไปใช้ในการทำงาน และเป็นตัวกลางดิจิทัลแพลตฟอร์มให้กับลูกค้าองค์กรทั้ง SME ไปจนถึง Enterprise บนเครือข่ายที่แข็งแกร่งของเอไอเอส ได้แก่

– เครือข่าย Mobile: เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศ รวมทั้งมีคลื่นความถี่หลักในการให้บริการ 4G มากที่สุด

– เครือข่าย Fixed Broadband: เอไอเอส ไฟเบอร์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้รายแรกในประเทศ ครอบคลุมแล้วกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ

– เครือข่าย IoT: เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการที่มีทั้งโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย

รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี และ Digital Services ทั้งที่จากการ Synergy ความแข็งแกร่งของบริษัทและบุคลากรในเครือทั้งหมด อาทิ CS Loxinfo, Teleinfo Media, Rabbit Line Pay ฯลฯ ร่วมกันให้บริการและทำตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าองค์กร

และการผนึกศักยภาพจากพันธมิตรด้านไอทีชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, G-ABLE, SAP, VMware ฯลฯ ทำให้สามารถให้บริการ Digital Platforms และ Solutions หลากหลายด้าน ตั้งแต่ Network, Data Center, Cloud, Managed ICT Services, IoT, Payment ได้อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร

ไม่ใช่เพียงเรื่องเครือข่ายเท่านั้น แต่ครอบคลุมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์ Device, Platform, การออกแบบ Software และ Application, ระบบ Cloud Computing ระดับเวิลด์คลาส, eSIM ที่พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ รวมทั้งที่เกี่ยวข้องในอีโคซิสเต็มทั้งหมด และยังสามารถ Customized โซลูชั่นส์ให้สอดคล้องกับแต่ละองค์กรในแต่ละอุตสาหกรรมได้ด้วย

และเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจองค์กร เอไอเอสได้ประกาศถึงเจตนารมณ์ของบริษัทที่มุ่งมั่นตั้งใจนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงทีมงานบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีมาสนับสนุนภาคธุรกิจและองค์กรของไทยให้เติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

รวมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นจากขีดความสามารถด้านโครงข่าย Digital Infrastructures ที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย

 

AIS Business พาร์ตเนอร์ร่วมทำ Transformation

บริการด้าน ICT ของ AIS Business ประกอบด้วยบริการหลักๆ ดังนี้

1. บริการ Cloud & ICT เพื่อธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

ด้วยคุณภาพการให้บริการที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายหลังการซินเนอร์ยี่กับบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งบริการ Cloud ของเอไอเอสในทุกๆ ด้าน ทำให้มี DATA CENTER ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และตามภูมิภาคต่างจังหวัด รวม 9 แห่งทั่วประเทศ

ส่งผลให้ปัจจุบันเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการ Cloud ที่มี DATA CENTER ในไทยจำนวนมากที่สุด ซึ่งได้มาตรฐาน Carrier Grade Data Center เทียบชั้นระดับโลก

และการที่เอไอเอสมีเครือข่ายคุณภาพ 3G, 4G, 4.5G และบริการสื่อสารข้อมูล (Enterprise Data Service) จึงทำให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายขององค์กรได้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า

รวมถึงมีบริการ ICT Service ที่หลากหลายจากซีเอส ล็อกซอินโฟทั้งหมด ตลอดจนนำทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาร่วมให้บริการ Managed Network และ Managed ICT Services เหล่านี้ จึงสามารถให้บริการ Cloud ได้แบบ End-to-End Single Service Provider อย่างครบวงจร ตั้งแต่ Cloud Infrastructure, Platform, Software, Network, Security ไปจนถึง Managed Services ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม ใช้ได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่จนถึงผู้ประกอบการ SME และ Startup

นอกจากนี้ ยังออกบริการใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก ได้แก่

-Data Analytics as a Service ร่วมกับ G-Able สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูล มาวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลบนระบบ Cloud ด้วยประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Server ขนาดใหญ่ ในราคาที่ต่ำกว่า ยืดหยุ่นกว่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอที ช่วยในการวางแผนกลยุทธ์การเพิ่มรายได้จากแผนการตลาดได้อย่างตรงจุด

-SAP Business One ร่วมกับ SAP เพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ช่วยจัดการระบบงานขาย และระบบบัญชีแบบครบวงจร โดยมีจุดเด่นเพื่อ SME คือ ขึ้นระบบได้เร็ว สามารถขยายตัวเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจได้ ประหยัดเวลาและงบประมาณด้าน Hardware

-SD-WAN ร่วมกับ CISCO และ VERSA เทคโนโลยีบริหารจัดการเครือข่ายที่ล้ำหน้า โดยใช้ Software เป็นตัวกลางในการจัดการเครือข่ายทั้งหมดในจุดเดียว ทำให้การใช้งานร่วมกันกับเครือข่ายหลากชนิดพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นวงจรส่วนบุคคล, อินเทอร์เน็ต หรือ 3G/4G จากผู้ให้บริการที่แตกต่างกันก็ทำได้อย่างง่ายดาย เป็นรายแรกในเมืองไทย

2. บริการ IoT เชิงพาณิชย์

เอไอเอสเป็นรายแรกและรายเดียวในไทยที่เปิดให้บริการโซลูชั่นส์ IoT เชิงพาณิชย์ กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำของประเทศ

ด้วยศักยภาพของเครือข่าย IoT ทั้ง NB-IoT และ eMTC ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรความร่วมมือจากโครงการ AIAP (AIS IoT Alliance Program) ที่มีสมาชิกรวมกว่า 800 รายที่ร่วมกันสร้างสรรค์ IoT Ecosystem ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

จึงทำให้เอไอเอสสามารถทำงานและต่อยอดความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการร่วมกันวิจัยและพัฒนา และการออกโซลูชั่นส์ด้าน IoT เพื่อประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจริงๆ ตลอดจนการนำ IoT สนับสนุนนวัตกรรมสมาร์ทซิตี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การคมนาคม คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

โซลูชั่นส์ IoT ที่เอไอเอสที่น่าสนใจประกอบด้วย

– Smart Transportation สำหรับงานขนส่งคมนาคม โดยความร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ให้บริการติดตั้งอุปกรณ์ NB-IoT Tracking บนรถตำรวจ

-Smart Recognition ช่วยจดจำ ตรวจสอบ วัตถุ ยานพาหนะหรือบุคคลโดยกล้องวิดีโอ สามารถประยุกต์ใช้งานด้านความปลอดภัย และด้านการตลาด Customer Care

-Smart Cold Chain ช่วยบริหารจัดการตู้แช่-ห้องเย็น โดยความร่วมมือกับบริษัท The Cool

– Smart Health ร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ

-Smart Industrial Estate ช่วยบริหารจัดการภายในนิคมอุตสาหกรรม ร่วมกับ อมตะนคร

3. บริการ Digital Transformation Solutions

แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการองค์กรในลักษณะ Project-based ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละธุรกิจ อาทิ

– Smart Retail ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่

– Points & Privilege แพลตฟอร์มระบบสะสมคะแนน และสิทธิพิเศษของธุรกิจตนเอง

– Robot-as-a-Service การให้บริการหุ่นยนต์พร้อมระบบควบคุม ให้องค์กรสามารถกำหนดพฤติกรรมหุ่นยนต์ การโต้ตอบ การให้ข้อมูล แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

– Smart Call ระบบสำหรับธุรกิจที่ต้องส่ง Agent ไปติดต่อลูกค้าเพื่อให้บริการที่ Site งาน

4. บริการ Digital Payment Gateway

พร้อมให้บริการเชื่อมต่อระบบชำระเงินของธุรกิจให้สามารถรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัล โดยผสานศักยภาพของบริษัทในเครือ ทั้ง Rabbit LINE Pay และ mPAY ทำให้สามารถออกแบบโซลูชั่นส์ด้าน Payment ให้กับลูกค้าองค์กรได้ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ให้บริการ ICT รายอื่น

5. บริการ Digital Marketing & Outsource Contact Center

ด้วยประสบการณ์ของบริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย (บริษัทในเครือ) พร้อมตอบโจทย์การทำการตลาดดิจิทัลให้กับธุรกิจ เช่น DigiXpert สำหรับธุรกิจ SME, YellowPages eCommerce Platform, SEO, Email Marketing, Social Marketing, การทำเว็บไซต์ รวมถึงบริการ Outsource Contact Center สำหรับธุรกิจในการติดต่อลูกค้า ทั้งกรณีรับสายลูกค้าและโทรหาลูกค้า

 

สำหรับลูกค้าองค์กรและเอสเอ็มอี ที่สนใจใช้บริการ AIS Business สามารถติดต่อได้ที่ ทีมงานของ AIS ที่ดูแลลูกค้าองค์กร, AIS Corporate Call Center 1149 หรือที่ business.ais.co.th


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer