MI เปิดภาพรวมตลาดโฆษณาปี 2018 โตเพิ่ม 3.5% ออนไลน์โต 20% แตะหมื่นห้าพันล้านบาท สื่อ Outdoor แบบจอมัลติมีเดียมาแรง แบรนด์ยังใช้อย่างต่อเนื่อง สื่อโทรทัศน์ทรงตัว

ภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด (MI) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดโฆษณาปี 2018 คาดการณ์ว่าจะโตขึ้น 3.5% คิดเป็นมูลค่า 89,500 ล้านบาท แต่ปัจจุบันตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมมีมูลค่ารวมแล้วกว่า 72,222 ล้านบาท โดย ‘สื่อ’ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องคือ ‘สื่อออนไลน์’ (online) และ ‘สื่อเอาต์ดอร์’ (Outdoor)
ภวัตกล่าวถึงสื่อออนไลน์ในปี 2018 ว่า มีการเติบโต 20% หรือเกือบ 15,000 ล้านบาท ซึ่งมีผลมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกระแสรายการบุพเพสันนิวาส, BNK 48, เอเชี่ยนเกมส์ ฯลฯ
ตัวเลขการเติบโตบนสื่อออนไลน์ยังส่งผลให้เรตราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ที่เห็นได้ชัดคือ การขยายตัวและปรับขึ้นราคาของเพจและ Influencer ต่างๆ แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด เนื่องจากเป็นไปตามแพลตฟอร์มที่ใช้และเรตราคาที่ตกลงกัน
“อย่างเคส Line TV โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีพาร์ตเนอร์ทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ” ภวัตกล่าว
ส่วนสื่อ Outdoor โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอแบบมัลติมีเดีย-ภาพเคลื่อนไหวก็เป็นสื่อที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จาก 5.9% ในปี 2017 กลายเป็น 6.3% ในปี 2018 และคาดการณ์ว่ารายใหญ่จะขึ้นราคาไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งจอภาพแบบมัลติมีเดียจะเป็นที่ต้องการมากกว่าป้ายแบบภาพนิ่ง
“เสน่ห์ของสื่อ Outdoor คือ หนึ่ง ตรงกลุ่มเป้าหมาย ถ้าหวังร้อยคนก็จ่ายหนึ่งร้อย สอง สร้างอิมแพคได้ดีกว่าสื่ออื่นๆ เพราะคนเขาเห็นจริงๆ และสาม Outdoor เป็นเหมือนการ repeat ให้คนเห็นทุกวัน ตอกย้ำกับกลุ่มเป้าหมายด้วยแบรนด์นี้” ภวัตขยายความ
ภวัตกล่าวอีกว่า ที่สื่อ Outdoor เติบโตได้ดีในปัจจุบันเพราะคนบนโลกออนไลน์สมาธิสั้น ไม่จดจำอะไรมาก แต่พอเห็นสื่อนอกบ้านเขาจะจดจำแบรนด์ได้ และแบรนด์จะไปตอกย้ำเขาได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่านักการตลาดต้องการสื่อสารแบบไหน ถ้าเพื่อตอกย้ำความเป็น TVC ก็อาจจะใช้จอมัลติมีเดีย แต่ถ้าต้องการบอกตัวแบรนด์ก็อาจใช้ภาพนิ่ง
นอกจากนี้จะเห็นว่าตามต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่อย่างภูเก็ต เชียงใหม่ ก็จะเริ่มมีเทรนด์การใช้ป้ายแบบกรุงเทพฯ แล้ว ส่วนจังหวัดเมืองรองยังคงสื่อสารแบบดั้งเดิมคือ รถแห่ รถป้าย และการติดแบนเนอร์เป็นหลัก
ภวัตกล่าวอีกว่า สื่อโทรทัศน์ปีนี้ค่อนข้างทรงตัว แม้ว่าบางช่องเรตติ้งจะเพิ่มสูงขึ้น เช่น Workpoint, Mono, ช่อง One แต่โดยรวมก็ไม่มีสื่อไหนกล้าประกาศขึ้นราคาค่าโฆษณา ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารยังคงตกลงต่อเนื่อง ซึ่งปี 2017 หนังสือพิมพ์ได้เม็ดเงินโฆษณาไปทั้งหมด 7.8% พอปี 2018 เหลือ 6.1% ขณะที่นิตยสารจาก 1.9% ในปี 2017 ลดลงเหลือ 1.3% ในปี 2018
–
ส่วนแบ่งตลาดสื่อโฆษณา ปี 2017-2018
| Media | 2017 | 2018 |
| TV | 56.4 | 55.4 |
| BKK Radio | 4.4 | 4.6 |
| Cinema | 2.4 | 2.5 |
| Internet | 14.3 | 16.9 |
| Newspaper | 7.8 | 6.1 |
| Magazine | 1.9 | 1.3 |
| Transit | 5.8 | 5.8 |
| Outdoor | 5.9 | 6.3 |
| In-Store | 1.0 | 1.1 |
| Total | 100 | 100 |
หน่วย: ร้อยละ/ที่มา: MI
เม็ดเงินตลาดโฆษณาปี 2018
| 2017 | 2018 (ถึงเดือนตุลาคม) | |
| Internet | 12,402 | 12,210 |
| Out of Home | 10,960 | 9,548 |
| Cinema | 2,044 | 1,814 |
| Magazines | 1,684 | 916 |
| Newspapers | 6,780 | 4,429 |
| BKK Radio | 3,804 | 3,327 |
| TV | 48,766 | 39,976 |
หน่วย: ล้านบาท/ที่มา: MI
