Co-Working Space พื้นที่ใหม่ที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ สำรวจตลาด Co-Working Space ล่าสุด

ข้อมูลจากบริษัท ฮับบ้า ไทยแลนด์ ระบุว่าเมื่อ 6 ปีที่แล้ว Co-Working Space ในไทยมีอยู่ประมาณ 4-5 แห่ง แต่เวลานี้ตัวเลขโดยประมาณคือ 90-100 แห่ง โดยโลเคชั่นหลักๆ ที่ Co-Working Space  ปักหมุดกันคือพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่เป็น Prime Area ส่วนในต่างจังหวัดก็จะเป็นกลุ่มเมืองเศรษฐกิจ เช่น ภูเก็ต, เชียงใหม่, ขอนแก่น เป็นต้น

โดยสนาม Co-Working Space นั้นแรกเริ่มมาจากกลุ่มทุนต่างชาติ 4-5 ราย ไม่ว่าจะลงทุนเองหรือเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย แต่เวลานี้ยังมีผู้เล่นรายเล็กๆ กลุ่มคนธรรมดาทั่วไป ที่มีพื้นที่เหลือๆ อยู่ในมือทั้งแบบทาวน์โฮมหรือบ้านเดี่ยว ตกแต่งภายในให้เป็นสำนักงานพร้อมติดป้ายว่าให้เช่าพื้นที่Co-Working Space

 

ยิ่งเมื่อยักษ์ใหญ่ Retail อย่าง CPN เลือกจะลุยธุรกิจนี้ด้วยการใช้พื้นที่ศูนย์การค้าของตัวเองที่มีอยู่ในมือแบ่งพื้นที่ทำธุรกิจให้เช่าสำนักงาน พร้อมกับย้ำว่างานนี้ CPN ไม่ได้มาเล่นๆ โดยจะเปิดสาขาแรก เซ็นทรัลเวิลด์ ในช่วงต้นปี 2019 เป็นสาขาระดับ Flagship มีพื้นที่ 3,000-4,000 ตารางเมตร

โดยตั้งเป้า 5 ปี CPN จะเนรมิต Coworking Space ถึง 20 สาขาโดยจะใช้พื้นที่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็นหลักโดยแบ่งเป็นกรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัดอีก 50%

โมเดลของ CPN คือนอกจากหารายได้จากธุรกิจ Coworking Space แล้วนั้น ยังต้องการเพิ่มจำนวนคนเดินห้างเซ็นทรัลที่ลูกค้าระดับเกรด A มีกำลังซื้อสูง โดย CPN ไม่ใช่ศูนย์การค้ารายแรกที่มุ่งมาทำธุรกิจนี้

โดยก่อนหน้านี้ ห้างลักชัวรีอย่างเกษร ก็เข้าสู่ตลาด Coworking Space เปิดตัว  Gaysorn Urban Resort พื้นที่ 2,300 ตารางเมตร บนชั้น 19-20 ของอาคารเกษร ทาวเวอร์

เป็นการตอกย้ำว่า Coworking Space ในพื้นที่กรุงเทพฯ กำลังกลายเป็น Red Ocean อย่างสมบูรณ์แบบมีทั้งนักลงทุนต่างชาติ, ศูนย์การค้า, บริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่คนธรรมดาทั่วไปที่มีสิ่งปลูกสร้างในมือก็ดัดแปลงมาเป็น Coworking Space

ทำไมใครๆ ก็สนใจที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ Coworking Space

เหตุผลแรกสุดเพราะการเกิดใหม่ของกลุ่มสตาร์ทอัพ และ SMEs ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงกลุ่มที่ทำธุรกิจค้าขาย ออนไลน์, คนที่ทำธุรกิจฟรีแลนซ์ โดยกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการพื้นที่ทำงานที่อิสระ

สุดท้ายคือกลุ่มบริษัทขนาดเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจหรือทำธุรกิจอยู่แล้ว ที่อยากจะมีออฟฟิศย่านใจกลางเมือง ก็เริ่มเห็นข้อดีของ Coworking Space เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายและไม่ยุ่งยากเหมือนเช่าออฟฟิศสำนักงาน

โดยข้อมูลของ บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด ได้เปิดเผยค่าเช่าออฟฟิศย่านธุรกิจที่มีการตกแต่งระดับเกรด A อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 960-1,400 บาท/ตารางเมตร/เดือน ยังไม่รวมค่าเครื่องใช้สำนักงานที่เจ้าของบริษัทต้องซื้อเข้ามาเอง

ในขณะที่ Coworking Space นั้นมีให้พร้อม แถมยังมีให้เลือกว่าจะเช่าแบบรายคน/วัน หรือจะเช่าแบบเป็นเหมาออฟฟิศ/จ่ายรายเดือน

สนนราคาก็มีตั้งแต่ 1 คน/200-300 บาท/วัน จนถึงรูปแบบออฟฟิศที่ต้องจ่ายโดยมีราคาเริ่มต้น 20,000-50,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และทำเลที่ตั้ง

ที่น่าสนใจกว่านั้น Coworking Space ที่ดูเป็น Red Ocean ในเมืองไทยยังจะสามารถเติบโตต่อเนื่องไปอีกในอนาคต โดย จุน เตียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมมอน กราวด์ ให้เหตุผลการเติบโต 4 ข้อไว้อย่างน่าสนใจ

1. Coworking Space จะเข้ามามีบทบาทในโครงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียม, สำนักงานให้เช่าออฟฟิศ จะถูกจัดสรรพื้นที่ Coworking Space ในรูปแบบมิกซ์ยูส

2. Coworking Space จะทำให้พนักงานกลุ่มฟรีแลนซ์, พ่อค้าออนไลน์, สตาร์ทอัพ ได้พบเจอและแลกเปลี่ยนแนวคิดไอเดียการทำธุรกิจ จนไปถึงการร่วมมือกันทำธุรกิจ

3. บริษัทใหญ่ๆ จะเริ่มมองหาพื้นที่ทำงานใหม่ๆ ให้พนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายขององค์กร และพื้นที่การทำงานใหม่ๆ ก็จะกระตุ้นให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์

4. กระแส Work-Life Balance ของคนยุคใหม่ ที่ไม่ยึดติดกับการทำงานในออฟฟิศในรูปแบบเดิมๆ

ไม่ต้องแปลกใจหากในปีหน้าจะเห็นกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะหันมาเน้นธุรกิจ Coworking Space มากขึ้นกว่าในอดีต

ถึงแม้จะเริ่มเป็น  Red Ocean แต่หากประเมินแล้วว่าตลาดยังมี Demand ที่ล้นเหลือ

ปลาใหญ่ปลาเล็กก็พร้อมที่จะว่ายน้ำตามกระแสเพื่อเก็บเกี่ยวรายได้  

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน