พัฒนาตัวเองอย่างไรให้เป็น Millennial คนโปรดใน Office

ทั้งที่มีความหมายไปในทิศทางเดียวกันคือทำให้ดีขึ้น แต่เราควรพัฒนามากกว่าแก้ไข เพราะอย่างแรกเป็นการต่อยอดจากของที่มีอยู่เดิม และเสริมให้ก้าวหน้าขึ้น ต่างจากอย่างหลังที่เป็นการหาทางป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นอีก แน่นอนว่าในบริบทการทำงานใครที่พัฒนาตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ โอกาสเจริญเติบโตในสายงานย่อมมาถึงเร็วกว่าเพื่อนร่วมงานที่ยังย่ำอยู่กับที่ ทั้งด้วยการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทะนงตน ไม่เปิดรับความคิดเห็นจากคนต่างรุ่นและมองโลกในแง่ร้าย

Millennial หรือคนวัย 35 ปีลงมาคือประชากรโลกกลุ่มใหญ่สุดในปัจจุบันซึ่งครองสัดส่วนไม่น้อยในตลาดงานปัจจุบัน ก็มีทั้งข้อดีให้ต่อยอดและข้อเสียให้แก้ไข โดยต่อไปนี้คือสิ่งที่ Gen M ควรทำให้เพื่อช่วยให้เป็นที่รักของคนรุ่นพี่รุ่นน้องใน Office และส่งผลต่อเนื่องให้การงานก้าวหน้าด้วยไปพร้อมๆกัน

หยุดมองแค่เรื่องเฉพาะหน้า : มีเสียงบ่นจากพนักงานอาวุโสในหลายบริษัทว่า บ่อยครั้งที่ Millennial ดูเหมือนคนทำอะไรเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก มองแต่เรื่องเฉพาะหน้าและขาดความเข้าใจในภาพรวมในระยะยาวขององค์กร จนหลายครั้งไม่ต่างจากตัวถ่วง ดังนั้นควรปรับวิสัยทัศน์ มองภาพรวมและคิดถึงส่วนรวมทุกครั้งที่ทำงาน จำไว้ว่าบริษัทก็คล้ายรถยนต์ที่ชิ้นส่วน ฟันเฟืองและระบบทุกอย่างต้องทำงานสอดคล้องกันเพื่อพาคนขับและผู้โดยสารไปถึงจุดหมาย

พัฒนาทักษะสนทนาตัวต่อตัว : ต้องยอมรับเลยว่า หากคุยกันผ่านอุปกรณ์และช่องทางหลักในยุค Digital อย่าง Smartphone ,Social Media และ Chat App ต่างๆ Millennial ทั้งคล่องแคล่ว ทำได้ดีและกล้าแสดงความคิดเห็นกว่าคนรุ่น Generation X และ Baby Boom ที่เกิดก่อน ทว่าเมื่อต้องคุยกันต่อหน้า Millennial กลับตะกุกตะกักจนเกือบไปไม่เป็น ข้อติดขัดดังกล่าวสามารถหมดไปด้วยการลดเวลาคุยผ่านจอ และไม่รีรอที่เปิดบทสนทนากับเพื่อนร่วมงาน

เชื่อเถอะไม่มีการสื่อสารรูปแบบใดจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ ส่งเสริมความเข้าใจและชัดเจนได้ใจความมากกว่าไปกว่าการคุยกันซึ่งๆหน้าอีกแล้ว เพราะระหว่างสนทนาคุณจะได้เห็น ได้รู้ ได้ยิน ภาษากายของคู่สนทนาไปพร้อมกันด้วย ส่วน Device และ Platform ยุคใหม่ควรให้เป็นส่วนเสริมหรือช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้น

ถูกข้อความช่วยเหลือเมื่อไหร่ไม่ปฏิเสธ : การสนใจแต่เรื่องของตัวเองและเก่งรอบด้านเพราะรู้จักใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ ทำให้ Millennial คิดไปว่าคนรุ่นอื่นๆ ก็คงทำอะไรเองได้เกือบหมดเหมือนกัน ผลเสียที่ตามมาคือถูกมองว่าชอบฉายเดี่ยว เห็นแก่ตัว และไม่ค่อยตอบรับความช่วยเหลือเมื่อถูกร้องขอ

นี่จึงเป็นเหตุให้ต้องปรับปรุงตนเอง ด้วยการคิดและทำเพื่อส่วนรวมมากขึ้น แล้วขยับไปสู่การเสนอตัวเข้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานตามที่โอกาสและความถนัด โดยเมื่อทำประจำก็กลายเป็นนิสัย ที่ช่วยให้ชาว Millennial คนนั้นกลายเป็นคนโปรดของทุกคนใน Office ซึ่งจะส่งผลเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ให้บรรยากาศการทำงานใมบริษัทดีขึ้น

ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร : แม้สามารถจบงานได้ด้วยตัวเอง แบบแทบไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นของ Millennial จะมีข้อดีอยู่มากแต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะทำให้คนรุ่นนี้รักอิสระ ไม่ชอบทำตามกฏและอึดอัดกับการถูกควบคุม ถูกตีกรอบ ซึ่งเลี่ยงได้ยากหากทำงานอยู่ในองค์กร

ทางออกของเรื่องนี้คือกับปรับมุมมองว่า ระเบียบที่วางไว้ช่วยให้ทั้งองค์กรเดินหน้าไปได้อย่างเรียบร้อย และคิดว่าเพื่อนร่วมต้นสังกัดทุกคนล้วนต้องปฏิบัติตามกฏนี้เช่นเดียวกัน โดยประโยชน์ที่ได้จากการเคารพกฏคือความสัมพันธ์กับคนใน Office ที่ดีขึ้นและความไว้วางใจจากหัวหน้า

ลดลงบ้างความมั่นใจที่เกินพอดี : ทุกครั้งที่คำว่า “เกิน” ปรากฏขึ้น นั่นเป็นสัญญาณเตือนถึงการข้ามเส้นจนมากกว่าระดับที่คคนส่วนใหญ่รับได้ ซึ่งความมั่นใจคือนิสัยที่ชาว Millennial มีมากเกินสมาชิกรุ่นพี่ใน Officeและหากไม่ลดลงบ้างคงได้ซึ้งกับวลีเตือนสติอย่าง “ดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย”

ทางออกของปัญหานี้คือ เก็บความมั่นใจและทักษะที่ Millennial รู้ว่ามีเหนือใครไว้ใช้ในโอกาสเหมาะ เช่นเมื่อเพื่อนร่วมงานต้องการความช่วยเหลือหรือได้รับโอกาสมอบหมายงานที่ถนัด หากทำได้อาการหมั่นไส้จะลดลงและหัวหน้ามอบหมายงานที่ตรงตามทักษะให้ทำมากขึ้น

หยุดผลีผลามด้วยการไม่ตามกฏ : อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Millennial จะรู้สึกฝืนตัวเองทุกครั้งเมื่อต้องทำอะไรตามกฏ เพราะคิดว่าวิธีของตัวเอง ใช้งานได้ดีกว่าและมองว่าหากอยู่ไม่ได้ก็หางานใหม่ ทัศนะแบบนี้อันตรายอย่างยิ่งต่อหน้าที่การงานในปัจจุบัน และระยะยาวจะทำให้กลายเป็นคนจับจด ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ขณะเดียวกันยังแสดงให้ถึงความประมาทในการประเมินพลังของข้อมูลข่าวสาร ที่เรื่องเสียหายมักกระจายไปได้เร็วและไกลกว่าที่คิด

ดังนั้นควรคิดให้รอบคอบทุกครั้งก่อนละเมิดกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่คนอื่นยังสามารถปฏิบัติตามได้ ส่วนถ้าไม่ไหวจริงการไปพูดกับหัวหน้าตรงๆ เพื่อหาทางออกร่วมกันหรือพบกันครึ่งทางคือวิธีดีที่สุด / entrepreneur