พอเข้าช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีแบบนี้ถือเป็นฤดูการขายของสินค้าในหมวดแอลกอฮอล์ด้วยเช่นกันจึงไม่แปลกที่จะได้เห็นแบรนด์ต่างๆ อัดแคมเปญเพื่อดันยอดขายกันอย่างสุดฤทธิ์ เเละหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญคือการปล่อยแพ็กเกจจิ้งใหม่จับเอาเรื่องราวต่างๆ มาสร้างสรรค์ลวดลายบนขวดที่นอกจากจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าแล้วยังเป็นการเติมความลิมิเต็ดเปิดขายเฉพาะฤดูกาลจนคนต้องตามเก็บ

เช่นเดียวกับแบรนด์แชมเปญหรูระดับโลก Moët & Chandon (โมเอ็ท แอนด์ ชองดอง) เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งขวดใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทรี บยูท ทู เฟรนช์ อาร์ท เดอ วิฟ” (Tribute to French Art-de-Vivre)

ลวดลายสุดละเมียดที่จะพาให้เหล่าคนรักแชมเปญเดินทางไปค้นพบเรื่องราวและวัฒนธรรมของแบรนด์ Moët & Chandon พร้อมซึมซับช่วงเวลาแห่งความสุขภายใต้บรรยากาศการเฉลิมฉลองในช่วงส่งท้ายปีที่กำลังมาถึง

Moët & Chandon สู่การเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง

หากย้อนกลับไปประมาณ 275 ปีที่แล้ว หรือราว ค.ศ.1743 สินค้าในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คงความนิยมมากที่สุดคือไวน์ประเภทต่างๆ ซึ่งในปีเดียวกันนี้ยังถือเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์แชมเปญที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง Moët & Chandon

โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจเริ่มจากการเป็นผู้ผลิตไวน์ในเมืองเอเปียร์เน (Épernay) ในแคว้นเเชมเปญ ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส เพื่อส่งผลิตผลของโรงงานไปขายยังเมืองหลวงอย่างปารีส จนมาถึงยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 มีความต้องการใช้ไวน์ประเภท Champagne (แชมเปญ) ที่ให้ความสดชื่นมากกว่าไวน์ปกติ ซี่งเหมาะแก่การเฉลิมฉลองเป็นอย่างมาก

ทาง House จึงเริ่มยกระดับแบรนด์ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด ควบคุมคุณภาพ เพื่อส่งตรงสู่มื้อดินเนอร์หรูและงานสังสรรค์ของเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงในกรุงปารีส ก่อนจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เเละส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วทั้งยุโรป

“คงไม่ผิดหากจะเอ่ยว่า… ทุกวันนี้ แชมเปญภายใต้ชื่อ Moët & Chandon ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะ เเละในพิธีแต่งงานก็มีการรินแชมเปญเพื่อให้แขกที่มาร่วมงานร่วมชูแก้วเฉลิมฉลองไปด้วยกัน”

ในแง่ของสร้างแบรนด์ Moët & Chandon ในยุคปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของอาณาจักรแบรนด์หรูอย่าง LVMH (Moët Hennessy Louis Vuitton) ซึ่งมีแบรนด์หรูอยู่ในมือมากกว่า 70 แบรนด์ ใน 6 ประเภทธุรกิจสร้างรายได้รวมกว่า 42,000 ล้านยูโร/ต่อปี รวมถึงยอดขายแชมเปญอย่างเดียวก็มากกว่า 26 ล้านขวดทั่วโลกในแต่ละปี

จึงไม่น่าแปลกใจที่แนวทางการสร้างแบรนด์ของ Moët & Chandon จึงราวกับสินค้าแบรนด์เนมในวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งการปล่อยไฮไลต์โปรดักส์ต่างๆ

ตัวอย่างเช่นการคัดเฉพาะปีที่องุ่นมีรสชาติดีที่สุดมาผลิตเป็น GRAND VINTAGE ประจำปีนั้นๆ จนกลายเป็นแชมเปญที่พิเศษสุดหาดื่มรสชาติแบบนี้จากปีอื่นๆ ไม่ได้อีกแล้ว

Photo: @theavantguardian.com/moet-chandon-grand-vintage-2009/

“เป็นการสร้างความลิมิเต็ดและความสวยงามที่มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ
Moet & Chandon ได้เป็นอย่างดี”

Moët & Chandon: Tribute to French Art-de-Vivre อีกหนึ่งความลิมิเต็ดที่ทุกคนจับต้องได้

ขอกลับมาที่ลวดลายขวดดีไซน์ใหม่สำหรับช่วงเทศกาลแห่งความสุขในปีนี้อย่าง 
Moët & Chandon: Tribute to French Art-de-Vivre ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์กระตุ้นตลาดช่วงท้ายปีของแบรนด์แล้ว

บนลวดลายพิเศษที่ว่ายังแฝงไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมเรื่องราวของแบรนด์ รวมถึงสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส เอกลักษณ์ของกรุงปารีสร้อยเรียงเรื่องราวสะท้อนผ่านลายเส้นซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบของพระราชวังแวร์ซายและเมืองต้นกำเนิดของแบรนด์อย่างเอเปียร์เนให้ความรู้สึกเข้ากับอารมณ์แห่งความสุขแบบนี้ได้อย่างลงตัว

 

“Savoir-fête” แชมเปญพีระมิด: ลวดลายแรกที่ซ่อนอยู่คือ Savoir-fête (แซวัวค์ แฟค์) หรือการรินแชมเปญบนแก้วที่ต่อกันเป็นพีระมิดไล่เรียงเป็นชั้นลงมาซึ่งเปรียบเหมือนกับการส่งต่อความสุขให้แก่ผู้ที่มาร่วมเฉลิมฉลองถือเป็นเสน่ห์อีกหนึ่งอย่างที่ใช้กับการรินแชมเปญโดยเฉพาะ

“Arc de Triomphe” ประตูชัยแห่งนโปเลียน: ตามประวัติก่อนที่ยอดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างนโปเลียน จะไปออกรบมักจะแวะเวียนไปที่เมืองเอเปียร์เนเพื่อดื่มเฉลิมฉลองก่อนการออกทำศึกแทบทุกครั้ง

นอกจากนั้นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Moët & Chandon ฌอง เรอมี่ โมเอ็ท ยังเลือกใช้ชื่อตำแหน่งอันทรงเกียรติของนโปเลียน “Imperial” มาตั้งเป็นชื่อให้กับแชมเปญที่ขายดีที่สุดของแบรนด์อย่าง Moët & Chandon Imperial อีกด้วย

“Eiffel Tower” สัญลักษณ์แห่งฝรั่งเศส: สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งและประณีตจนกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศรวมถึงเป็นอนุสาวรีย์ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองและความภาคภูมิใจของคนฝรั่งเศส

สะท้อนกลับมายังตัวผลิตภัณฑ์ Moët & Chandon ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์อันน่าภาคภูมิใจที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและการสร้างแบรนด์อันแข็งแกร่งบนความประณีตที่อยู่ในแชมเปญทุกขวด

“สำหรับแชมเปญ Moët & Chandon ลวดลาย Tribute to French Art-de-Vivre จะถูกบรรจุลงในขวด โมเอ็ท อิมพีเรียล (Moet Imperial) ผลิตจากองุ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ องุ่นพันธุ์ปิโน นัว เป็นส่วนผสมหลัก เพิ่มความซับซ้อนด้วย องุ่นพันธุ์มูนิเยร์ เติมความสดชื่นด้วย องุ่นพันธุ์ชาโดเน เพื่อให้ได้รสชาติของแชมเปญเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ จำหน่ายในไซส์ขนาด 75 cl. แล้ว วันนี้! ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สยามพารากอน, ดิ เอ็มควอเทียร์, เเละเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์