3 บริษัทไทยในเวียดนาม

เวียดนาม ถือเป็นชิ้นเค้กที่น่ากินสุดสำหรับนักลงทุนต่างชาติก็ว่าได้

ด้วยอัตราการเติบโตเศรษกิจ 6-7% ใน 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับประชากรจำนวน 92.7 ล้านคน อยู่ในวัยทำงานถึง 56 ล้านคน และที่เหลือเป็นเด็กมากกว่าผู้สูงอายุ

ด้านภูมิศาสตร์ก็ดีกว่าประเทศอื่นๆ ตรงที่ติดกับจีน และมีทางออกสู่ทะเลตั้งแต่เหนือจรดใต้

เราจึงเริ่มเห็นการย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์

 

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น การควบรวมกิจการ หรือ การเข้าไปถือหุ้น (M&A) เป็นที่นิยมมากว่า เนื่องจากสามารถนับเงินได้ทันที และต่อยอดสินค้าของในไทยสู่ตลาดเวียดนามได้อย่างรวดเร็ว

โดยประเทศไทยอยู่อันดับ 10 ในแง่ของเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติในเวียดนาม แต่ถ้านับแบบ M&A ไทยอยู่อันดับ 1 เลยทีเดียว
เราไปดูกันว่า บริษัทดังๆ ของไทยที่ไปซื้อกิจการในเวียดนามนั้น มีใครบ้าง

 

TCC Group

-เวียดนามเบฟเวอเรจ (บริษัทของ ไทยเพฟฯ) ซื้อหุ้น 54% ของบริษัทซาเบโก ด้วยเงิน 4,840 ล้านเหรียญดอลลาร์

ซาเบโก (Sabeco) ถือบริษัทเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ซึ่งในปี 2016 ครอง Market Share ตลาดเบียร์ถึง 40% ตามมาด้วย Heineken 23% และ Habeco 18.4% และตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา อัตราการบริโภคเบียร์ของต่อหัวของคนเวียดนามเพิ่มขึ้นจาก 29 ลิตรต่อคนในปี 2011 เป็น 38 ลิตรต่อคนในปี 2016

สาเหตุที่อัตราการดื่มเบียร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เพราะจำนวนคนวัยทำงานที่เพิ่มมากขึ้น รายได้ต่อหัวที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเข้ามาของเบียร์นอกก็ทำให้ปริมาณการดื่มเบียร์ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

-นอกจากนั้น TCC ยังถือหุ้น 19% ใน Vinamilk ผ่านบริษัท F&N
โดย Vinamilk คือบริษัทนมยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม ที่มี Market Share ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดเช่นกัน นอกจากนั้น TCC ก็ยังซื้อหุ้นในกิจการ ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ร้านสะดวกซื้ออื่นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการลงทุนของ TCC นั้นเน้นไปที่ตลาดที่ตัวเองถนัดอย่างเครื่องดื่ม และค้าปลีก ซึ่งเป็นสองหมวดที่มีโอกาสขยายตัวสูงมากในประเทศที่กำลังโตอย่างเวียดนาม รวมไปถึงการเขาซื้อหุ้น ในเบอร์ 1 ของแต่ละตลาดก็สามารถการันตีความสำเร็จได้อย่างดี

 

Carabao Group

คาราบาว กรุ๊ป จับมือกับ Ngoc Thien Bao Company เพื่อเป็นผู้จัดจำหน่าย เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาว ในเวียดนาม โดยวางแผนลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายการผลิตให้ได้ 240 ล้านขวด ต่อปี

โดยมูลค่าของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังคิดเป็น 17% ของตลาดเครื่องดื่มในเวียดนามทั้งหมด ฉะนั้นส่วนแบ่งที่คาราบาวจะได้นั้น ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ แน่

กลยุทธ์ของคาราบาวนั้น คือการไปตั้ง หรือหาโรงงานผลิตใน CLMV เพื่อใช้แบรนด์คาราบาวแดงลุยตลาดโดยตรง ซึ่งคาราบาวไม่ได้ทำแค่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่รวมไปถึงยุโรปอีกด้วย

 

Central Group

-ในปี 2559 เซ็นทรัล กรุ๊ป รุกตลาดเวียดนาม โดยซื้อกิจการ บิ๊กซีเวียดนาม จากบริษัทกาสิโนกรุ๊ปของฝรั่งเศส ด้วยเงิน 1,140 ล้านดอลลาร์

แต่เดิมกาสิโนกรุ๊ปนั้นเชี่ยวชาญการบริหารค้าปลีกในยุโรป และอเมริกาใต้มากกว่า จึงถอนตัวออก และให้เซ็นทรัล ที่เข้าใจตลาดอาเซียนมากกว่า เข้ามาดูแลแทน และแน่นอนเมื่อเซ็นทรัลเข้ามาลงทุนแล้ว ก็นำร้านค้าในเครือ อย่าง B2S เข้าไปบุกตลาดเครื่องเขียน โดยของในร้าน 80% ก็เป็นแบรนด์ไทย

-ในปี 2559 เซ็นทรัล กรุ๊ป ซื้อกิจการของ Zalora และใช้ชื่อทำตลาดว่า Robins ในเวียดนาม และ Looksi ในไทย

การซื้อ Zalora ในปี 2559 นั้นเป็นการเติมพอร์ตออนไลน์ของเซ็นทรัลที่ให้สมบูรนณ์มากขึ้น โดยในเวียดนามมี Robins และ Big C สองหัวหอกสำคัญในตลาดค้าปลีก

-ในปี 2558 เซ็นทรัล กรุ๊ป ซื้อหุ้น 49% ของ Nguyen Kim (เหงียนกิม) บริษัทค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

 

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2017 เวียดนามนำเข้าสินค้าจากไทย 5.64 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเสียดุลการค้าให้ไทยเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์

สินค้าไทย ตั้งแต่ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค สินค้าแฟชั่น จนไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ไหลเข้าตลาดเวียดนามมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักก็มาจาก งานแสดงสินค้า งาน Trade Fair ที่รัฐบาลไทยอัดฉีดงบต่อเนื่อง ทำให้คนเวียดนามมีโอกาสเห็นสินค้าไทย และ ผู้นำเข้าในเวียดนามก็เชื่อมั่นในแบรนด์ไทยมากขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์ของเวียดนามกังวลว่า การลงทุนจากต่างชาติที่มากเกินไปนั้นอาจส่งผลเสียต่อเวียดนามในอนาคต อย่างประเทศไทยที่เน้น M&A ก็ทำให้บริษัทขนาดใหญ่กลายเป็นของต่างชาติไป

เช่นเดียวกับการเข้ามาของ เกาหลี จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่ถึงแม้จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมที่สร้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตต่อเนื่อง แต่สุดท้ายรัฐบาลเวียดนามก็ไม่อยากให้เวียดนามกลายเป็นจีนสาขา 2 ที่ใครอยากได้ของถูกก็มาหา
ฉะนั้นถึงแม้ว่าตอนนี้รัฐบาลเวียดนามจะเปิดกว้างรับการลงทุนอย่างเต็มที่ แต่ก็พยายามหาทางคานอำนาจ ไม่ให้ต่างชาติเข้ามาครองทุกอย่างเบ็ดเสร็จ

ที่มา : Bloomberg, Vietnamnet, Vietnam Briefing และ Trading Economics