“ปี 2022 ต้องมีรายได้หมื่นล้าน” จากปากของ “สุทธิเดช” ซีอีโอผู้ไม่นิยมออกสื่อของนีโอ คอร์ปอเรท

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็น สุทธิเดช ถกลศรี ประธานกรรมการและประธานบริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าคอนซูมเมอร์ของไทย ซึ่งปีที่ผ่านมาปิดรายได้ไปกว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านสินค้าที่มีทั้งหมด 8 แบรนด์ ได้แก่ ไฟน์ไลน์  ดีนี่ บีไนซ์ เอเวอร์เซ้นส์ ทรอส วีไวต์  สมาร์ท และ  โทมิ จะออกมาพบปะสื่อมวลชน

เขาตื่นเต้นอย่างมากกับพบเจอครั้งนี้ ถึงกับพูดออกไมค์เลยว่า “ทำงานมา 28 ปี ไม่ค่อยได้เจอสื่อเท่าไหร่ ครั้งนี้จึงตื่นเต้นมาก จนจำไม่ค่อยได้แล้วว่าต้องพูดอะไรบ้าง”

“นีโอ คอร์ปอเรท” เริ่มต้นด้วย “เอเวอร์เซ้นส์”

Marketeer ได้เจอกับ สุทธิเดช เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสที่ “นีโอ คอร์ปอเรท” ได้จัดงานเปิดบ้าน “House Warming 2018” เพื่ออัพเดทถึงเป้าหมายในอนาคต และถือโอกาศแนะนำออฟฟิศแห่งใหม่ย่านอ่อนนุช ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้เพียงปีเศษๆ 

ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ บนชั้น 4 ของตึกออฟฟิศ ที่รายล้อมไปด้วยพืชผักสวนครัว และดนตรีอะคูสติกส์เพราะๆ สุทธิเดช เล่าย้อนความหลังไปถึงอดีตตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทให้ฟังว่า นีโอ คอร์ปอเรท เริ่มต้นธุรกิจด้วย “เอเวอร์เซ้นส์” หลังจากเห็นโอกาศในช่วงนั้นที่ยังไม่มีสินค้า สำหรับใต้วงแขนเพื่อผู้หญิงมากนัก ทำให้ในปีแรกสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท ปีถัดมาจึงเปิด “ทรอส” พร้อมกับขยับรายได้เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท แล้วเว้นไป 1 ปีค่อยขยายมาเปิด “ไฟน์ไลน์”

28 ปีที่ผ่านมาตลาดสินค้าคอนซูเมอร์เปลี่ยนไปเยอะ แต่ก่อนสินค้าของไทยเองอาจจะไม่ค่อยเน้นคุณภาพมากนัก เน้นราคาเป็นหลัก แต่สำหรับนีโอ คอร์ปอเรท เรื่องคุณภาพต้องมาก่อน เพราะเราเชื่อว่าของดีราคาไม่แพงขายได้อยู่แล้ว”

“นั้นทำให้แม้เศรษฐกิจกำลังแย่อย่างในภาวะต้มยำกุ้ง เรายังสามารถโตได้ถึง 50% ในขณะที่คนอื่นต่างติดลบกันถ้วนหน้า”

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้มียอดขายเติบโตมาโดยตลอด คือการที่นึกถึงคู่ค้าอยู่เสมอ อย่างในช่วงต้มยำกุ้ง ค่าเงินบาทลอยตัวเยอะมาก ค่าเงินขึ้นลงทุกวัน สิ่งที่ นีโอ คอร์ปอเรททำคือการสร้างตารางง่ายๆขึ้นมา และเขียนกำกับด้วยราคา 25-60 บาท พอสินค้าเข้าวันไหนราคาก็จะอ้างอิงจากค่าเงินวันนั้นๆ ทุกคนก็แฮปปี้ เพราะนีโอ คอร์ปอเรทไม่กดราคาใครเลย

สุทธิเดช กับการจับไมค์พูดกับสื่อ ซึ่งนานๆจะมีสักครั้ง

 

ต้อง “ปรับตัว” อยู่ตลอด

หากการอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างด้านสินค้าคอนซูมเมอร์ ซึ่งผู้บริโภคมีแบรนด์ลอยัลตี้ต่ำอยู่แล้ว การมีสินค้าที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นีโอ คอร์ปอเรท จึงต้องปรับหลังบ้านไปพร้อมๆกัน เพื่อรับมือกับการแข่งขัน

นอกเหนือจากการออกจากสงครามราคาแล้ว สิ่งที่ทำคือการปรับลด SKU จาก 600 SKU เหลือ 400 SKU เช่น ไฟน์ไลน์จากที่มี 8 สีก็ลดลงเหลือ 4 สี ทั้งหมดนี้เพื่อลดความซับซ้อนและทำให้ง่ายต่อการจัดการ

อีกทั้งการเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ทำให้ในแต่ละปี นีโอ คอร์ปอเรทจะใช้เวลากว่า 200 ครั้งต่อปีในการทำวิจัยทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ ภายใต้งบ 2% จากยอดขาย

2022 ต้องมีรายได้หมื่นล้าน

สุทธิเดช บอกต่อว่า ในปี 2017-2022 ได้วางเป้าหมายให้ นีโอ คอร์ปอเรท จะต้องมีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท หรือจะต้องเติบโตปีละ 12% อีกตั้งยังต้องการขยับรายได้จากการส่งออกให้เพิ่มเป็น 20% ภายใน 3 ปี จากวันนี้ที่ยังมีสัดส่วนเพียง 2% เท่านั้น และก้าวไปสู่แบรนด์ในระดับ Regional ในที่สุด

เพื่อให้ไปถึงยังเป้าหมาย เขาเตรียมได้ใช้งบลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี กว่า 1,000. ล้านบาท  ในการสร้างโรงงานใหม่ที่รังสิตคลอง 13 ภายใต้พื้นที่กว่า 190 ไร่ ที่เสริมกำลังด้วยเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ พร้อมกับจริงจังในการหาวิธีการใหม่ๆเพื่อให้เข้าใจผู้บริโภค จึงได้เตรียมสร้าง R&D Center ขึ้นมาด้วย

เขาบอกว่า สินค้าใหม่ๆต่อจากนี้จะเน้นจับเทรนด์สุขภาพมาทำ เน้นเจาะกลุ่มพรีเมี่ยมให้มากขึ้น โดยวางให้ ดีนี่ เป็นหัวหอกหลังให้การสร้างยอดขาย และต้องการให้ ไฟน์ไลน์ ขยับมาเป็นผู้นำจากวันนี้ที่มีส่วนแบ่งอยู่ในเบอร์ 3


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer