คนไทยรู้จักแบรนด์รถยนต์ Chevrolet ครั้งแรกด้วยรุ่น “Chevrolet Zafira” ในปี พ.ศ.2543 ด้วยจุดขายเป็นรถอเนกประสงค์คันแรกที่ทำตลาดจริงจัง (ปัจจุบัน Zafira เลิกผลิตไปแล้ว)

และด้วยยอดขายเป็นที่น่าพอใจทำให้ช่วงเวลาต่อมา “เชฟโรเลต” ก็เริ่มขยายไลน์การผลิตรถรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเมืองไทยต่อเนื่อง

แต่ที่เป็น “จุดเปลี่ยน” ของแบรนด์รถสัญชาติอเมริการายนี้ ก็คือความผิดพลาดในปี พ.ศ.2557 เมื่อเกิดข่าวใหญ่ระดับโลก บริษัทแม่อย่าง General Motors เรียกคืนรถยนต์ของตนเอง 8.4 ล้านคันในอเมริกา จากปัญหาสวิตช์สตาร์ทเครื่องยนต์ และอีก 7.6 ล้านคันจากปัญหาเกี่ยวกับถุงลมนิรภัย

ส่วนปัญหาในเมืองไทยนั้น ก็เกิดปัญหากับรถที่นั่งหลายรุ่นทั้ง Chevrolet Spin ที่มีปัญหาด้านการผลิต

อีกทั้งยังมีการสั่งตัวแทนทั่วประเทศไทยระงับการขาย “Chevrolet Cruze” โดยไม่บอกเหตุผล ปัญหาต่อมาก็คือการ QC รถรุ่น Chevrolet Sonic

ที่น่าสนใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองไทยสารพัดอย่างในรถที่นั่งหลายรุ่นของ Chevrolet ได้ไปรวมตัวเกิด “ดราม่า บนโลกออนไลน์” อย่างไม่ได้นัดหมาย ทำให้แบรนด์ “Chevrolet” สั่นคลอนในเรื่องความน่าเชื่อถือ จนเกิดการเปลี่ยนทีมผู้บริหารยกชุดเลยทีเดียว

ปัญหารถที่นั่งของ Chevrolet ที่เกิดขึ้นทั่วโลกทำให้ General Motors บริษัทแม่ตัดสินใจหยุดการผลิตรถที่นั่งหลายรุ่นในหลายๆ ประเทศ พร้อมกับมีข่าวลือ ว่าบริษัทแม่ประกาศปิดโรงงาน 5 แห่งในสหรัฐอเมริกา

ส่วนในประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ.2558 ก็มีนโยบายให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจ โดยวางเป้าหมาย 30% ของจำนวนพนักงานในไทยทั้งหมด พร้อมกับประกาศถอนตัวจากโครงการผลิตรถ Eco Car เฟส 2

เมื่อสะสางปัญหาและวางรากฐานธุรกิจใหม่หมด Chevrolet จึงเลือกใช้  “จุดแข็ง” ที่จะทำให้ตัวเอง ”ต่อสู้ และ อยู่รอด” ในอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย

“ทิศทางปี 2561 จะทำตลาดเฉพาะรถกระบะ Colorado และรถ Trailblazer  ตามกลยุทธ์ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนรถยนต์นั่งในไทยจะเลิกผลิต ที่ขายอยู่ในเวลานี้คือรถที่ค้างสต๊อก”  อุณา ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประสบการณ์ลูกค้า เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงแนวทางของ Chevrolet

 

เพราะแม้ตลาดรถกระบะ 1 ตันในเมืองไทยจะถูกยึดครองด้วย 2 บิ๊กเนมอย่าง Toyota และ Isuzu  แต่ด้วยการเป็นตลาดใหญ่มียอดขายประมาณ 400,000 คันต่อปี เลยยังมีที่ว่างให้แบรนด์เล็กๆ อย่าง Chevrolet แทรกตัวเข้ามาสร้างยอดขาย

อีกทั้งเมื่อหันกลับมาดูยอดขายที่ผ่านมานั้น ทั้งกระบะ Colorado และ Trailblazer เองก็มียอดขายในประเทศเป็นที่น่าพอใจ

เมื่อรู้ว่าจะทำตลาดรถรุ่นไหนจริงจัง Chevrolet ก็เลือกจะทำโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายให้รถทั้ง 2 รุ่น ทำให้นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ยอดขายของ Chevrolet เติบโตขึ้นทุกปี แม้การเติบโตนี้จะได้ผลบวกจากอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยที่เติบโตด้วยก็ตามที

แต่…ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับการกล้าคิดกล้าตัดสินใจของ Chevrolet

ที่เลือกจะยอมรับความจริงว่าสินค้าไหนในพอร์ตของตัวเองมีปัญหา และกล้าที่จะ “ตัดเนื้อร้ายชิ้นนั้นทิ้ง” ด้วยการเลิกผลิต เพื่อไม่ให้ Brand ของตัวเองเสียหายไปมากกว่านี้

เพราะมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งเมื่อสินค้าชิ้นหนึ่งมีปัญหา ก็จะส่งผลกระทบกับยอดขายสินค้าอื่นๆ ในแบรนด์ของตัวเองไปด้วยในทันที

เมื่อเลือกจะยกเลิกไม่ผลิตรถที่นั่ง จากนั้นก็มามองดูว่าสินค้าตัวไหนที่ตัวเอง “แข็งแกร่ง” พอที่จะแข่งขันในตลาด ก็เลือกจะทำสินค้านั้นอย่างจริงจัง

เพราะถึงวันนี้แม้กระบะ Chevrolet  Colorado จะไม่โดดเด่นเท่า Toyota และ Isuzu แต่ก็มีที่ยืนในตลาดได้อย่างมั่นคง