เรียกว่าเป็นลูกหม้อธนชาต นับตั้งแต่ปี 2529 ที่ได้เริ่มต้นเข้ามาทำงานใน บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ธนชาต หลังจากนั้นก็ไต่ระดับเป็นแม่ทัพกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ จนกระทั่งสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ อดีต CEO ที่เกษียณโยกไปเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

วันนี้ ประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ CEO คนใหม่อย่างเป็นทางการของแบงก์ส้ม ยังคงถ่อมตัว ไม่ลืมจุดเริ่มต้นจากพนักงานธรรมดาคนหนึ่ง และยังเป็นลูกน้องของพี่สมเจตน์เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือยุทธศาสตร์วันนี้ ต้อง Fast & Focused มากขึ้น

Fast & Focused สู่ผลกำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง 15 ไตรมาสติดต่อกัน

อย่างที่ทราบกันว่าถ้าเป็นธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนชาตคืออันดับหนึ่งในตลาด ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าฟันเฟืองสำคัญที่ดูเรื่องลีสซิ่ง เชี่ยวชาญ รู้ทุกซอกทุกมุมในเส้นเลือดหลักขององค์กร คือประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ที่เป็นหัวเรือดูแลเรื่องลีสซิ่งมาตลอด โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนหน้านี้คือ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจสินเชื่อรถยนต์

กุญแจความสำเร็จของเขาและธนชาต มี 2 ข้อหลักๆ หนึ่ง คือความเข้าใจลูกค้า สอง ทำตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้

“ผมคิดว่าถ้าแข่งโปรโมชั่นไม่ใช่เรื่องยาก แต่สุดท้ายแล้วความยั่งยืนก็ไม่เกิดขึ้น เพราะคุณไม่ได้กุมที่หัวใจลูกค้า การจะกุมหัวใจได้ ลูกค้าต้องรู้สึกว่า คุณเข้าใจเขาที่สุด คุณรู้ว่าเขาต้องการอะไร และคุณก็ให้เขาได้มากที่สุด นั่นคือหัวใจการทำงานที่ผมเน้นย้ำกับทีมงานมาตลอด ต้อง Fast & Focused

ขณะเดียวกัน ความเข้าใจอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องสร้างสรรค์โซลูชั่นให้แมตช์กันระหว่างหลักเกณฑ์ของแบงก์ กับความต้องการของลูกค้า ตรงนี้ที่ยากที่สุด

“วันนี้ผมก็ยังคงเชื่อมั่นในพื้นฐานวิธีคิดและการดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์ ทำอย่างไรที่เราจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่สุด เราให้ความสำคัญกับนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหรือกระบวนการบริหารจัดการ ให้ลูกค้าเร็วยิ่งขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น และแบงก์เองก็เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยเงินกองทุนระดับสูง มีสินทรัพย์รวมกันกว่า 1 ล้านล้านบาท และสร้างผลกำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง 15 ไตรมาสติดต่อกันจากงวดเดียวกันของปีก่อน”

คำพูดที่บอกเรานั้น พิสูจน์ด้วยผลงานรูปธรรมปี 2018 ที่ผ่านมา กับตัวเลขผลกำไรสุทธิปีล่าสุดอยู่ที่ 14,703 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยเฉลี่ยเติบโตปีละ 10% ขณะที่ตัวเลขหนี้เสีย (NPL Ratio) คงที่ 2.3% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม

4 กลยุทธ์ รุก 2019

เมื่อนวัตกรรมดิจิทัลเร่งให้วงการธนาคารต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ประพันธ์เน้นย้ำถึงการกระชับองค์กรให้เคลื่อนไหวเร็วขึ้น โดยกำหนดยุทธศาสตร์ 4 ประการ เตรียมพร้อมรับมือในอนาคต

เริ่มตั้งแต่การปรับผังผู้บริหารและตั้งหน่วยงานใหม่ ให้สอดรับกับแผนธุรกิจและ Customer Journey เพื่อให้แต่ละหน่วยงาน Focus กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น

เช่น การตั้งหน่วยงาน Enterprise Digital Banking เพื่อศึกษาพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปและวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลให้เหมาะสม และจะมีการนำโมเดลการบริหารธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบบริหารธุรกิจด้านอื่นๆ  อีกทั้งแต่ละธุรกิจจะมีทีมบริหารที่ดูแลงานขายและงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

กลยุทธ์ข้อต่อมา คือ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data Driven Organization) ซึ่งจะเป็นการนำข้อมูลมาขับเคลื่อนธุรกิจทุกทิศทางและเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

กลยุทธ์ข้อที่ 3 การลดกระบวนการทำงานต่างๆ (Agility) เปลี่ยนไปสู่ระบบอัตโนมัติเพื่อให้บริการได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยที่ผ่านมาธนชาตได้พัฒนาระบบ Automotive Lending Digital Experience (ALDX) ให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้รับการบริการที่รวดเร็วขึ้นซึ่งประสบความสำเร็จ ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี

และกลยุทธ์ประการที่ 4 ที่ผู้บริหารเน้นย้ำให้ความสำคัญ คือการเพิ่มความรู้ทักษะพนักงาน ให้มีความรู้ลึกและรอบด้านในการให้คำปรึกษาด้านการเงินแก่ลูกค้า (Advisor) อย่างตรงจุดและสม่ำเสมอ

“แน่นอนว่าเราอยู่ในยุคที่มีนวัตกรรมจะส่งผลกระทบต่อทั้งวงการ ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น  คนของเราจึงต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ต้องพัฒนาขีดความสามารถตลอดเวลา นวัตกรรมทำให้ลูกค้ามองเห็นความคุ้มค่ามากกว่า เลือกที่จะเดินเข้ามาหา และพนักงานต้องกุมหัวใจตอนที่ลูกค้าเดินออกไป กระทั่งเดินกลับมาใหม่หรือชวนคนรู้จักเข้ามาอีกครั้ง”

ขนาบด้วยทีมผู้บริหารระดับเซียน

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของตลาดการเงินการธนาคาร รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ทีมผู้บริหารที่มีความพร้อม มากด้วยประสบการณ์ เข้าใจลูกค้าและตลาดอย่างลึกซึ้ง คือคีย์เวิร์ดช่วยกำหนดกลยุทธ์และแผนงานในทุกมิติ เพื่อสามารถนำพาธนชาตไปสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศได้

 

จากซ้าย อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก  ประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารธนชาต  ป้อมเพชร รสานนท์  รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์

โดยแม่ทัพขนาบข้างประพันธ์ ประกอบด้วย มร.วิลเลียม ซาอิด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งมีประสบการณ์บริหารงานธุรกิจด้านโครงสร้างต้นทุน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงของสโกเทียแบงก์มาแล้วในหลายประเทศ อาทิ แคนาดา สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน รับผิดชอบบริหารด้านลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ และการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม

ส่วนธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก มี อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ จะยังคงบริหารงานอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม

และอีกหน่วยงานที่สำคัญคือ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ บริหารโดย ป้อมเพชร รสานนท์  รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งมีประสบการณ์คลุกคลีในวงการรถยนต์และมีความเข้าใจธุรกิจนี้เป็นอย่างดี รวมถึงร่วมงานกับธนชาตมานานกว่า 30 ปี เป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่สำคัญให้ธนาคารเป็นที่หนึ่งของสินเชื่อรถยนต์

ย้ำพนักงานต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตาข่าวการควบรวมระหว่างธนชาตกับทีเอ็มบีตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ธนาคารไทย งานนี้หัวเรือใหญ่ธนชาตยังคงไม่ตอบคำถามใดๆ บอกแต่เพียงเป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นกำลังพิจารณาอยู่ แต่ตอนนี้ไม่สามารถอัปเดตอะไรได้

“สิ่งที่เราโฟกัสตอนนี้คือการรักษาตำแหน่งที่เราอยู่ในปัจจุบันอย่างเรื่องลีสซิ่ง และเพอร์ฟอร์แมนซ์อื่นๆ อย่างเรื่องเงินฝาก ที่จะเพิ่มให้ได้อีกอย่างต่ำ 7% อันนี้สำคัญที่สุด ส่วนอนาคตจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ตาม ต้องดูความชัดเจนอีกทีหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้”

“เราต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน อย่างดิจิทัลทรานสฟอร์มเมชัน วันนี้พนักงานเราพร้อมแล้วหรือยังที่จะรับมือต่อนวัตกรรมที่เกิดขึ้น เราใช้เครื่องมือต่างๆ ดีพอแล้วหรือยัง เหมาะสมกับลูกค้าหรือไม่ นี่คือจุดแข็งของเราที่ต้องพัฒนาให้มากขึ้น

“สำหรับพันธกิจที่ธนาคารธนชาตจะมุ่งไปในปี 2562 ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่ การรักษาความเป็นที่ 1 ในตลาดสินเชื่อรถยนต์, พัฒนาสินเชื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ, เพิ่มบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) และขยายสัดส่วนธุรกิจลูกค้ารายย่อย ซึ่งจากกลยุทธ์และทิศทางบริหารงานที่คมชัดดังกล่าว ประกอบกับทีมงานที่มีคุณภาพ ผมเชื่อมั่นว่าจะทำให้ธนชาตไปถึงเป้าหมายของปี 2562 ได้ และผลประกอบการจะเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา”  CEO ย้ำ

 

ตามติดชีวิต และแนวคิดการทำงาน “ประพันธ์”

ตื่นเช้ามาตี 5 อาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านมาถึงโอลิมปิคฟิตเนส ที่เอ็มบีเค ก็ออกไปวิ่งสักชั่วโมงหนึ่ง  วิ่งเสร็จก็เข้าไปทำงานประมาณ 8.30-9.00 น. ในการทำงาน 80-90% เป็นงานประชุม คิดแผน กลยุทธ์ในการทำงาน  การทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการบริการทั้งนั้น ก็มีการปรับเปลี่ยนเรื่องกลยุทธ์ตลอดเวลา 

ตอนเย็นถ้าไม่มีอะไรก็กลับบ้าน ถึงบ้านประมาณ 3-4 ทุ่ม อ่านข่าวสารในไอแพด ส่วนใหญ่ไม่ได้ดูทีวี  ส่วนวันเสาร์ส่วนใหญ่ก็เป็นวันพักผ่อนไปกับครอบครัว ดื่มกาแฟ ทานข้าว วันอาทิตย์เช้าก็อาจจะนัดเพื่อนกลุ่มจักรยานไปปั่นเล่นกัน บ่ายๆ ก็ไปนั่งดื่มกาแฟ  ตอนเย็นก็พักผ่อนเตรียมตัวไปทำงานในวันจันทร์

“ผมชอบที่จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำอะไรก็มีเป้าตลอด จะวัดตลอดว่าสำเร็จไหม ถ้าทำแล้วไม่ค่อยมีเป้ารู้สึกว่าไม่ค่อยท้าทายเท่าไร  ชอบคิดอะไรล่วงหน้า จริงๆ ยึดหลัก 7 Habits มาตลอด เวลาทำงานก็ใช้หลัก 7 ข้อนี้  ไม่มองโลกในมุมลบ ทุกอย่างมีโอกาสเสมอ แม้แต่สิ่งที่เป็นลบในนั้นมันมีโอกาสให้เรามีความสุขทำงานกับมันได้”

“เป้าหมายเราอาจจะมีเป้าใหญ่มาก แต่ในทุกๆ ปี เราควรจะซอยเป้าให้เล็ก ให้เหมือนบันไดที่เราเดินขึ้นไป เมื่อไรที่เราก้าวข้ามไป 1 ขั้นไปเรื่อยๆ มันจะรู้สึกว่าเรามีความภูมิใจในความสำเร็จนั้นๆ และแม้ว่าในแต่ละขั้นที่ก้าวไปจะมีอุปสรรค หรือความล้มเหลว แต่ผมมองว่ามันคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

“อยากทำให้พนักงานของเรามีความสุขในการทำงาน  ถ้าพนักงานทุกคนมีความสุขก็จะส่งผ่านไปยังการให้บริการลูกค้าอย่างมีคุณภาพ ลูกค้าเองก็มีความสุขจากการได้รับบริการและผลิตภัณฑ์ของเรา เหล่านี้ก็จะส่งผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้คือระบบ Ecosystem ที่เกิดจากความสุขในการให้บริการทางการเงิน ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว เราก็จะก้าวและเติบโตไปกับลูกค้าพร้อมๆ กัน” ประพันธ์ย้ำท้าย

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer