วงการโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยสูงสุดคงหนีไม่พ้นเฟซบุ๊ก และ ไลน์ 2 แพลตฟอร์มสามัญประจำเครื่องที่คนเล่นเน็ตเกือบทุกคนต้องมี

 

เมื่อดูที่บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กมีผู้ใช้มากกว่าไลน์ ซึ่งการมีผู้ใช้จำนวนมากนั้น ส่วนหนึ่งมาจากหลายคนมีการสมัครเฟซบุ๊กไอดีหลายชื่อ เพื่อเอาไว้ใช้เป็นเฟซบุ๊กหลัก เฟซบุ๊กรอง เฟซบุ๊กที่เปิดไว้ให้พ่อแม่และครอบครัวแอดโดยเฉพาะ และอื่นๆ

ส่วนไลน์ เชื่อว่าจำนวนผู้ใช้ 43 ล้านบัญชี ส่วนหนึ่งเป็นบัญชีจากผู้ใช้คนเดียวกัน ที่มีเบอร์มือถือ 2 เบอร์ แต่จำนวนผู้ใช้คนเดียวกันน่าจะเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าเฟซบุ๊ก เพราะการสมัครไลน์ จะต้องมีเบอร์โทรศัพท์มาผูกกับบริการด้วย

ในปีที่ผ่านมาสมาคมโฆษณาดิจิทัลแห่งประเทศไทย หรือ DAAT ได้เปิดเผยข้อมูลว่าเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มมีรายได้จากการขายโฆษณาสูดสุด ด้วยมูลค่ามากถึง 4,479 ล้านบาท

และรองลงมาได้แก่ยูทูป 2,690 ล้านบาท ส่วนไลน์มีรายได้ 1,147 ล้านบาท

ดูจากรายได้โฆษณาตรงนี้แสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กมีรายได้มากกว่าไลน์หลายเท่าตัว

แต่เป็นเรื่องที่แอบตลกร้ายคือ ตัวเลขรายได้ที่เฟซบุ๊ก จากบริษัท เฟซบุ๊ก ประเทศไทย และไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ไลน์ มีรายได้มากกว่าเฟซบุ๊ก ซึ่งสวนทางกับมูลค่าโฆษณาที่ DAAT เก็บรวบรวมไว้

 

การที่ทั้ง 2 บริษัทมีรายได้ที่ต่างจากมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลจำนวนมาก ทำให้เราแอบสงสัยไม่ได้ว่า รายได้ที่เกินมานั้น มาจากไหน

เมื่อมองไปที่เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ที่เคยบอกกับเราว่ารายได้ของเฟซบุ๊ก 98% มาจากการขายโฆษณาในรูปแบบ แบนเนอร์ โฆษณาขั้นวิดีโอ และ Boots Post เป็นหลัก ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของรายได้เฟซบุ๊กเลยก็ว่าได้

แต่ถ้าเป็นเช่นนี้จริง เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ควรมีรายได้ที่แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ ที่ 4 พันกว่าล้านบาท หรืออยู่ในหลักพันล้านบาท

ซึ่งเรื่องนี้มาจากการดำเนินธุรกิจของเฟซบุ๊ก ประเทศไทย จะมีรายได้จากการขายโฆษณาในรูปแบบใหม่ๆ เท่านั้น

ส่วนรายได้จากแอดเวอร์ไทเซอร์ Boots Post และตัดบัตรเครดิตผ่านระบบหลังของเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่ตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้รายได้ที่ได้จากการโพสต์ไม่ได้ขึ้นตรงกับประเทศไทย จะเป็นรายได้ที่ขึ้นตรงกับเฟซบุ๊กประเทศไอร์แลนด์ ต้นทางที่ออกใบเสร็จเรียกเก็บบริการกับแอดเวอร์ไทเซอร์

การที่เฟซบุ๊กออกใบกำกับภาษีในนามของเฟซบุ๊กไอร์แลนด์มาจากช่องว่างภาษีของสหรัฐอเมริกา ที่กำหนดว่าให้บริษัทอเมริกันไม่ต้องเสียภาษีจากกำไรที่เกิดจากบริษัทลูกที่ได้ไปลงทุนในต่างประเทศให้กับประเทศอเมริกา และไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีฐานภาษีธุรกิจที่ต่ำทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานในธุรกิจลงได้

ซึ่งโมเดลนี้ไม่ได้มีแค่เฟซบุ๊กที่ใช้เท่านั้น แต่ยังมีเทคคอมพานีสัญชาติอเมริกันรายใหญ่อื่นๆ อีกหลายบริษัทก็ทำธุรกิจในรูปแบบนี้ อย่างเช่น แอปเปิล ที่เคยถูกพูดถึงการใช้ไอร์แลนด์เป็นประเทศหลีกเลี่ยงภาษีมากถึง 5 แสนล้านบาท เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

 

ส่วนไลน์ ประเทศไทย ที่มีรายได้แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ น้อยกว่าเม็ดเงินโฆษณาจริงที่ DAAT ได้ระบุไว้เพียงเล็กน้อย มาจากการที่ไลน์ ประเทศไทย มีรายได้จากการขายโฆษณา ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาน์ ไลน์แอด และสติกเกอร์ ผ่านแอปไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสัญญาที่บริษัทไลน์ ประเทศไทย ทำโดยตรงกับแบรนด์ผู้ซื้อโฆษณา และผู้ใช้ไลน์ในประเทศไทย เป็นหลัก และจะมีเพียงบางส่วนที่เป็นดีลที่แบรนด์ดีลตรงกับไลน์ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

 

และสิ่งนี้เองทำให้เมื่อนำรายได้ของทั้งสองบริษัทที่แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์มาเปรียบเทียบกัน ไลน์จึงมีรายได้มากกว่าเฟซบุ๊ก

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer