เปิดตัว “TMRW” (Tomorrow) ดิจิทัลแบงก์ในเครือ “UOB” เจาะลูกค้า Gen Y-ดิจิทัล จุดเด่นธุรกรรมผ่านมือถือ 100% โดยไม่ต้องเข้าธนาคาร ติดตั้งคีออสทั่ว กทม. 200 จุด รองรับธุรกรรมบางประเภท ชูไฮไลต์ ‘เกมออมเงิน’ สร้างสีสันในการออม แถมดอกเบี้ยเงินฝาก 1.6% หวังลูกค้า 1 แสนรายใน 1 ปี เผยเป้าหมายเจาะอาเซียน 5 ปี 5 ล้านราย

ยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชากรโลกดิจิทัลคิดเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Gen Y อายุ 18-35 ปี ซึ่งมีไลฟ์สไตล์การใช้โทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกัน “ยูโอบี” ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของลูกค้ากลุ่มนี้จึงส่ง “TMRW” ในฐานะ Digital Bank เพื่อเจาะเซกเมนต์นี้ และเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานของโกลบอล ดิจิทัล รีพอร์ท 2019 (Global Digital Report 2019) ระบุว่า ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีผู้ใช้บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่มีการค้าขายผ่านช่องทางดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือมากเป็นอันดับที่สามในโลก

อย่างไรก็ตาม รูปแบบและธุรกรรมธนาคารยุค Digital Disruption ในปัจจุบันยังคงเป็นแบบ “Omni Channel” คือเป็นการทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนผสมแบงกิ้ง (ออนไลน์และออฟไลน์)

1-TMRW Kiosk

ยุทธชัยย้ำอีกว่า TMRW ได้รับการออกแบบและพัฒนาตามแนวคิด “Different Generation, Different Solutions” เพื่อตอบรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัล และหวังจะพลิกโลกของบริการธนาคารให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โปร่งใสกว่าเดิม

โดยงบประมาณลงทุนด้าน IT ของยูโอบีอยู่ที่ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีการระบุงบประมาณของ TMRW แต่อย่างใด

ยุทธชัยกล่าวอีกว่า TMRW จะเป็น Digital Bank 100% ตั้งแต่การเปิดบัญชี โดยลูกค้าเพียงถ่ายหน้าบัตรประชาชน รอระบบยืนยัน จากนั้นลูกค้าสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชันทั้งหมดโดยไม่มีความจำเป็นต้องไปที่ธนาคารประจำสาขา การคุยกับ Chatbot เพื่อสอบถามข้อมูลและขอความช่วยเหลือ ยกเว้นแต่เพียงการถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มและธุรกรรมบางประเภทที่ต้องใช้ตู้คีออส

สำหรับตู้คีออส บริษัทจะเริ่มติดตั้งจากพื้นที่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ตาม BTS MRT รวมถึงร้านกาแฟต่างๆ รวมกว่า 200 ตู้ในกรุงเทพฯ ต่อมาจะขยายตู้คีออสไปยังหัวเมืองใหญ่ต่างๆ และได้รับความร่วมมือกับ Tops Supermarket ในการตั้งตู้คีออส รวมแล้วเป็นจำนวนกว่า 120 ตู้

อีกหนึ่งข้อแตกต่างของ TMRW และดิจิทัลแบงก์แอปพลิเคชันอื่นๆ คือ การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช้คำศัพท์เฉพาะด้านการเงิน อีกทั้ง TMRW ยังมีฟีเจอร์ ‘เกม’ เพื่อช่วยในการออมเงิน ซึ่งจากกลุ่มลูกค้าตัวอย่างจำนวน 1,500 คน พบว่า ฟีเจอร์เกมเป็นที่นิยมของผู้ใช้งานเนื่องจากมีความเพลิดเพลินและทำให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายในการเก็บออมเงินได้

โดยดอกเบี้ยเงินฝากของ TMRW อยู่ที่ 1.6% ต่อปี อีกทั้งลูกค้าสามารถเลือกหมวด Cash Back สินค้าตามที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง

ด้านแผนการตลาด บริษัทใช้การโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS ด้วยภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสื่อถึงการแก้ปัญหาระหว่างคนเกิดใน Gen ที่แตกต่างกัน, สื่อ Out of Home และมีการสร้างคอนเทนต์ลงสื่อออนไลน์ อีกทั้งยังมีการปั้นบทเพลง “TMRW” (Tomorrow) โดย 3 ศิลปิน Gen Y สายฮิปฮอป ได้แก่ Urboy TJ, Organic และ LazyLoxy เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย Gen Y อย่างจริงจัง

ยุทธชัยกล่าวอีกว่า การเปิดตัว TMRW จะเจาะลูกค้าภายในภูมิภาคอาเซียน โดยตั้งเป้าลูกค้าในประเทศไทยที่จำนวน 1 แสนคน ภายใน 1 ปี และภายใน 3-5 ปี ตั้งเป้าลูกค้ารวมทั้งภูมิภาคอาเซียนที่จำนวน 3-5 ล้านคน โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า จำนวนตัวเลขลูกค้าที่ไม่สูงมากเนื่องจากต้องการดูฟีดแบ็กและเป็นการทดลองตลาดว่า Digital Bank เต็มรูปแบบจะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากน้อยเท่าไร

อนึ่ง ปัจจุบัน “ยูโอบี” มีสัดส่วนฐานลูกค้าเป็น Gen X และ Baby Boomer (มากกว่า 35 ปีขึ้นไป) ประมาณ 75% และลูกค้า Gen Y ประมาณ 25%


Marketeer FYI

Gen Y คิดอย่างไรกับธนาคารยุคปัจจุบัน

1 ธุรกรรมการเงินมีความยุ่งยาก ซับซ้อน

2 ชอบทวงหนี้

3 ไม่แนะนำ Financial Solution

4 ไม่แนะนำการออมเงิน


สัดส่วนลูกค้า UOB เดิม VS TMRW

UOB

Gen X-Baby Boomer        75%

Gen Y                                25%

TMRW

Gen Y 100%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer