กิจกรรมเพื่อสังคมของเซ็นทรัล เปลี่ยนวิธีคิดเพื่อสังคมที่ยั่งยืน (วิเคราะห์)

ตลอด 71 ปี กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 9 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้ทำโครงการเพื่อสังคมต่อเนื่องนับพันโครงการ 

แต่เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เซ็นทรัลกรุ๊ป มีนโยบายที่ชัดเจนให้ทุกบริษัทในเครือเปลี่ยนวิธีคิดในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม

จากการทำ CSR (Corporate Social Responsibility) แบบจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการให้เงินและสิ่งของเป็นครั้งคราว กลายเป็นการนำเอาความเชี่ยวชาญมาสอนอาชีพและสร้างโอกาสให้แทน หรือที่เรียกว่า CSV (Creating Shared Values) ภายใต้โครงการที่เรียกว่า “เซ็นทรัล ทำ”

โดยกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นจะอยู่ภายใต้กรอบกิจกรรม 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ด้านการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีของคน (PEOPLE)  2. ด้านการพัฒนาสินค้าชุมชน (COMMUNITY)  3. ด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ENVIRONMENT)  4. ด้านความสงบสุขและการอนุรักษ์ศิลปวัฒธรรม (PEACE & CULTURES)

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เล่าว่า

“เรื่องของ PEOPLE และ COMMUNITY เป็น 2 เรื่องหลักที่เซ็นทรัลกรุ๊ปกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก เรียกว่าประมาณ 70-80% เลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันเรื่องสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมก็ไม่ได้ทิ้ง”

 ปี 2562 นี้ ใน 2 เรื่องแรก เซ็นทรัลกรุ๊ปกำลังขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาคนผ่านระบบใหม่ๆ ทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน ส่งเสริมพัฒนาสินค้าของชุมชน และพัฒนาสนับสนุน Small SME  

 

ส่วนในเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นกำลังโฟกัสชัดเจนในเรื่อง งดการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดในปีนี้ และตั้งใจจะให้เป็นบริษัทด้านรีเทลแรกที่จะ “หักดิบ” เรื่องนี้อย่างจริงจังกว่าที่ผ่านๆ มา  

กิจกรรมเพื่อสังคมของเซ็นทรัล มุ่งมั่นในการสร้าง Excellent People

ในระดับอาชีวศึกษา เซ็นทรัลกรุ๊ปได้ร่วมกับสถาบันอาชีวะ 4 สถาบัน ออกแบบหลักสูตรพื้นฐานวิชาชีพในสถาบันให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน เช่น หลักสูตรด้านโรงแรม หลักสูตรโลจิสติกส์ หรือด้านอาหารไทย ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการไปทั่วโลก รวมทั้งหลักสูตรทอผ้า ซึ่งเป็นงานฝีมือที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม จากเรื่องราวของการทำได้ เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะและประสบการณ์ผ่านการปฏิบัติงานจริง มีรายได้ในระหว่างเรียน ได้เรียนรู้วิทยาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมสำหรับการทำงานเมื่อเรียนจบได้ทันที

“เราเป็นผู้จ้างงานรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ มีการจ้างงานมากกว่า 220,000 รายทั่วประเทศ อีกทั้งยังให้ความสำคัญในการสร้างงานให้กับผู้พิการ การมุ่งมั่นในเรื่องสร้างคนเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องแน่นอน”

สร้าง Story Telling ผ่าน “จริงใจ FarmersMarket

เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ได้รับซื้อสินค้าตรงจากเกษตรกรมาร่วม 20 ปี เพื่อจำหน่ายในกว่า 270 สาขา แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มากพอ และที่สำคัญ เซ็นทรัลต้องการสอนให้เกษตรกรเหล่านั้นสามารถเป็นพ่อค้าเองอย่างเต็มตัวด้วย

 โครงการ “จริงใจ Farmers’ Market” เลยเกิดขึ้นมา มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ชาวบ้านสามารถเอาสินค้าที่เป็นผักผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงอาหารพร้อมรับประทานมาขายได้ด้วยตนเอง นำร่องที่ท็อปส์มาร์เก็ต ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร   

 ที่นี่พวกเขาจะได้เจอกับลูกค้าโดยตรง ได้คุยกันถึงความต้องการของลูกค้า สอบถามความพึงพอใจและความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปปรับปรุงสินค้าให้ตรงตามความต้องการ

 โดยมีคนจากท็อปส์เข้ามาช่วยวางแผนการผลิตสินค้าเพื่อให้ได้ผลผลิตตามความต้องการของลูกค้า มีคุณภาพและความปลอดภัยเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และได้จัดให้มีจุดตรวจสารพิษตกค้างตามมาตรฐาน

รวมทั้งช่วยกันสร้างเฟสบุ๊ก จริงใจ Farmers’ Market อุดรฯ และไลน์  สื่อเหล่านี้ถือเป็นเครื่องมือการตลาด (Marketing Tools) เช่นเดียวกับการสร้าง Story Telling บอกเล่าเรื่องเล่าเรื่องราวของสินค้าและเกษตรกรผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ซื้อได้เห็นความตั้งใจของผู้ปลูกผ่านการจัดทำ QR Code ณ จุดขาย 

“จากการได้รวมกลุ่มพูดคุยกัน ชาวบ้านก็ได้รับรู้เรื่องปัญหาของการใช้พลาสติก เขาก็เลยมีการครีเอตแพ็กเกจจิ้งที่มาจากใบกล้วย เชือกกล้วย ใช้แทนถุงพลาสติก รวมทั้งมีการร่วมมือกันระหว่างชาวบ้านด้วยกันเพื่อเอาจุดเด่นของแต่ละคนมารวมกันทำเป็นโปรดักต์ที่น่าสนใจขึ้นมาสร้างเป็นมูลค่าเพิ่มได้อีก”  

ในปี 2562 วางแผนเปิดใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช โคราช ขอนแก่น และเชียงราย  

สร้างแบรนด์ Good Goods  รายได้ที่ขายได้ตรงนี้ไปไหน ราคารับซื้อกับราคาขายต่างกันมาก

สินค้าที่เป็นงานฝีมือบางชิ้นจะสวยงามยิ่งขึ้นถ้ามีการดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อจับกลุ่มผู้มีรายได้สูง  ซึ่งในระยะแรกชาวบ้านไม่เชื่อว่าจะมีตลาด จะมีคนซื้อ เซ็นทรัลเลยส่งทีมดีไซน์เข้าไป แล้วรับซื้อสินค้าที่ผลิตมาทั้งหมด ผ่านแบรนด์ที่ชื่อว่า Good Goods (กู้ด กู้ดส์)

จากถุงผ้าใบละไม่เกิน 100 บาท ถูกใส่ดีไซน์ สายจับที่สวยงามกลายเป็นราคา 700 กว่าบาท หมวกผ้าใบละ 100 กลายเป็นสินค้าชิ้นละเป็นพันบาท ซึ่งจะมีป๊อบอัพอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์  และกำลังขยายไปพื้นที่ใหม่ที่ขยายใหญ่ถึง 190 ตารางเมตร บริเวณ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์

ผ้าย้อมครามจากสกลนครก็สามารถเข้าไปวางขายในร้าน  “มูจิ” แบรนด์ดังของโลกที่เซ็นทรัล เวิลด์  เป็นโจทย์ต่อไปที่จะมองไกลไปว่าถ้าสินค้าจะไปเข้าห้างดังในต่างประเทศ เช่น มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ จะทำอย่างไร

รวมทั้งสนับสนุนร้านค้าเอสเอ็มอีชื่อดังในแต่ละจังหวัด เช่น ร้านอาหาร มาเปิดพื้นที่เล็กๆ ให้ในกรุงเทพฯ เพื่อให้เขามีโอกาสต่อยอดออกไปอีก

นอกจากนั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดช่วงเดือนมีนาคมนี้ เซ็นทรัล และท็อปส์ จะเป็นผู้ประกอบการด้านรีเทลเจ้าแรกที่จะประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง พร้อมกับแคมเปญต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้คนเปลี่ยนนิสัยตัวเองเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก

พิชัยยังย้ำว่าในขณะเดียวกัน จะเริ่มให้ความรู้ในเรื่องความจำเป็นในการแยกขยะให้ถูกต้องและสุดท้ายคือเรื่องการจัดการ Food Waste ที่เป็นอาหารเหลือ ก็ได้มีการไปร่วมกับสมาคม SOS ที่อังกฤษซึ่งมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพในการส่งต่ออาหารต่างๆ เหล่านี้ไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่แจ้งความต้องการมา ซึ่งตอนนี้โรงแรมในเครือบางแห่งได้เริ่มทำเรื่องนี้แล้วด้วย 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer