ถึงแม้ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กำลังมีภาระหนักในการขับเคลื่อนแบรนด์ในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น แต่เธอก็ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับดำเนินกิจกรรม “CSR เชิงกลยุทธ์” ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาในการดำเนินกิจการในเมืองไทย ดีแทคได้ใช้ความเชี่ยวชาญหรือจุดแข็งขององค์กรไปสนับสนุนแนวคิดการดำเนินโครงการที่สร้างผลดี (Impact) ต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดผลดีและการพัฒนาของชุมชนอย่างยั่งยืน

อเล็กซานดรากล่าวว่า  กลยุทธ์ข้อแรกในการทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืนของดีแทค คือ Do the right thing ยึดมั่นทำในสิ่งที่ถูกต้องมาตลอดระยะเวลาที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย

โดยมุ่งมั่นในการสร้างสังคมให้แข็งแกร่งด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแทคมีความเชี่ยวชาญ มีเงิน มีบุคลากร 

แต่ดีแทคจะเดินหน้าสร้างสังคมให้แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีได้อย่างไร ในเมื่อทุกวันนี้สังคมไทยยังมีปัญหาในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมาก เช่น

1. ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

“วันนี้เราเริ่มพูดในเรื่อง 5G  ในขณะที่ 4G เองคนไทยใช้ไม่ถึง 50% เรายังมีคนที่ไม่คิดจะใช้อินเทอร์เน็ตเลยอีกประมาณ 2–3 ล้านคน หมายความว่าใน 10-20 ปีข้างหน้า คนพวกนี้ไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการใดๆ ที่จำเป็นสำหรับเขาเลย  ดังนั้น ยิ่งเราเดินหน้าก็หมายความว่าเรากำลังทิ้งคนจำนวนมากไว้ข้างหลังเหมือนกัน”

ในขณะที่คนส่วนหนึ่งไม่เอาเทคโนโลยี แต่คนอีกส่วนหนึ่งจะเอาโรบอทมาเลี้ยงไก่ นั่นคือ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital divide) หรือความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงและการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสร้างโอกาสและทำกิจกรรมต่างๆ

2. ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม คนไทยส่วนมากใช้อินเทอร์เน็ตมากก็จริงแต่ไม่ใช้เพื่อทำมาหากิน หรือยังไม่นำมาใช้ในกระบวนการทำงานเท่าที่ควร

3. คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากไม่มีทักษะในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง ก็จะเกิดความเสี่ยงขึ้นบนโลกออนไลน์

ทั้งหมดคือปัญหาที่ดีแทคมองเห็นและได้เข้ามาจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ผ่าน 3 โครงการหลัก คือ

เน็ตอาสา อย่าทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีสถิติการเติบโตของคนใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว แต่ก็กระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ  โครงการอินเทอร์เน็ตอาสาที่ดีแทคทำต่อเนื่องด้วยการให้พนักงานได้ออกไปให้ความรู้และความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ที่สำรวจแล้วว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปถึงแต่ความรู้หรือการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่แท้จริงเข้าไม่ถึงเลย

ในขณะที่โลกถูกอินเทอร์เน็ตขับเคลื่อนไปข้างหน้า แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ดีแทคมีทีมเน็ตอาสาประมาณ 50 คน กระจายตัวไปสอนอินเทอร์เน็ตให้คนกลุ่มนี้ในต่างจังหวัด

สิ่งที่จะได้จากการเข้าไปแนะนำการใช้งานอินเทอร์เน็ตคือ การสร้างรายได้ให้กับอาชีพของลูกค้าได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่นกรณีของคนขายปูม้า นานาปูม้าต้ม ซึ่งเดิมทำขายแบบธรรมดาที่ ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี ดีแทคได้เข้าไปพัฒนากลายเป็นเพจบนเฟซบุ๊ก จนปัจจุบันขายดีมากจนขนาดขายคนเดียวไม่พอยังจะทำให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงเข้ามาช่วยขาย มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ถือเป็นการเข้าไปสร้างความมั่นใจให้ชุมชนสามารถซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ นอกเหนือไปจากความต้องการให้ลูกค้าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ 
อเล็กซานดราย้ำว่าถึงวันนี้ได้มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างอาชีพ ด้วยการสร้างร้าน E-commerce ได้มากกว่า 200,000 ร้านค้า

“นอกจากเปิดโอกาสให้มีการขายออนไลน์ กำลังยกระดับสอนให้เขาสามารถทำเรื่อง Packaging ได้ ทำเรื่องการแปรรูปอาหารหรือทำอาหารอร่อยๆ แล้วขายบนออนไลน์ได้ ซึ่งแปลว่าวันนี้เราสามารถสร้าง Economic impact ได้มหาศาล แล้วยังเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ พวกเขาด้วย”

สร้าง Smart Farmer พลิกเศรษฐกิจไทย

เป็นการแก้ปัญหาให้กับกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ต มีเงินซื้อมือถือ แต่ต้องการให้เขาได้ใช้ประโยชน์ในการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาชีพของเขาโดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่ม Smart Farmer

“คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เราหมายใจไว้มากๆ ว่าเขาต้องเป็นคนพลิกเศรษฐกิจไทยได้”

ดีแทคได้แบ่งเกษตรกรเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1. กลุ่มยากจน มีหนี้สิน 2. Contact Famer และ 3. กลุ่ม Smart Famer ที่ดีแทคทำงานด้วย มีอายุต่ำกว่า 45 ปี เป็นกลุ่มเกษตรกรที่อยากเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร ไม่ค่อยเป็นหนี้ ที่สำคัญมีศักยภาพในการนำดิจิทัลเทคโนโลยีไปต่อยอดในการทำการเกษตร

อย่างไรก็ตาม จากการทำงานพบว่าคนกลุ่มนี้ยังไม่มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดีพอ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แต่มีแรงจูงใจที่จะเพิ่มรายได้ในการทำงานเกษตร ก็เลยเริ่มจากการสอนเขาทำ Digital Marketing ขายของออนไลน์ให้เป็นก่อน สามารถเพิ่มผลผลิตให้เขาต่อไร่ได้ 30-40% ซึ่งหมายถึงเพิ่มรายได้ในกระเป๋าของเขาอีกด้วย

ตอนนี้ ดีแทค กรมส่งเสริมการเกษตร และเนคเทค-สวทช. ร่วมมือกันพัฒนา “ดีแทคฟาร์มแม่นยำ” ฟาร์มต้นแบบในการพัฒนาเกษตรแม่นยำผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT)

โดยโซลูชั่น IoT นี้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นในดิน ความชื้นในอากาศ แสง และปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องในการเพาะปลูก ซึ่งจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในการแสดงผล การตั้งค่า เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรเป็นรายแปลงได้อย่างแม่นยำ

“เป็นครั้งแรกเลยที่เราจะเอาเครื่องมือ IoT Solution มาขายในราคาที่ต่ำกว่า 20,000 บาท เพราะต้องการให้เกษตรกรซื้อได้ เป็นเจ้าของได้ คาดว่าประมาณไตรมาสที่ 2-3 เราจะเริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้”

Safe Internet “ดีแทค” จะไม่หยุดถ้ามีภัยเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์

เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ดีแทคลงมาดูแล คือกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเมามัน โดยไม่ได้คำนึงถึงภัยทางออนไลน์ที่จะตามมา

ดีแทคจึงได้ริเริ่มโครงการ Safe Internet ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยมีความเสี่ยงจากภัยที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ซึ่งประกอบด้วย ความเสี่ยงที่เกิดจากเนื้อหา  ความเสี่ยงที่เด็กเป็นเหยื่อจากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ความเสี่ยงที่เกิดจากการตกเป็นเหยื่อทางการค้า การโฆษณา ความเสี่ยงที่เด็กเป็นผู้ถูกกระทำจากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น และความเสี่ยงจากการใช้ระบบออนไลน์ เครื่องมือ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารนานเกินไป

ในปี 2561 ดีแทคได้ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นไปที่ปัญหาเรื่อง “การกลั่นแกล้งกันในโลกออนไลน์ หรือ Cyberbully โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กและเยาวชน อายุ 7–16 ปี ทำโครงการ “Stop Bullying เลิฟแคร์ไม่รังแกกัน” เปิดบริการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผ่านห้องแชท Stop Bullying Chat Line

กิจกรรมรณรงค์ในสถานศึกษาต่างๆ หรือ dtac School Outreach เพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการรังแกกัน และรู้จักบริการปรึกษาผ่านห้องแชทออนไลน์ โดยรูปแบบยังคงเน้นลักษณะกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม ได้ร่วมทำกรณีศึกษากับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในประเด็นเรื่อง “การแกล้งกันของเด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล”

มีการให้ความรู้และทักษะแก่กลุ่มผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดทำคู่มือพ่อแม่ยุคดิจิทัล เข้าใจลูก เข้าใจโลกไซเบอร์ หรือ dtac Parent Guide Book ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

“เป้าหมายสำคัญของ Safe Internet ก็คือการเพิ่มข้อมูลคุ้มกันให้เด็กรู้เท่าทันภัยที่จะเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อคุณรู้เท่าทันถ้าคุณอยากที่จะเผชิญกับความเสี่ยงก็แล้วแต่คุณ แต่ถ้าคุณรู้เท่าทันคุณมีโอกาสที่จะปกป้องตัวเองได้ดีกว่า”

อย่างไรก็ตาม กล่าวว่าปัญหาของ Safe Internet เกิดจากที่ไม่มีหน่วยงานที่ทำงานเชิงบูรณาการ

“ที่สิงคโปร์มีบทเรียน มีหนังสือให้ครูสอนเด็กเกี่ยวกับหน้าที่ของพลเมืองดิจิทัล  ในขณะที่เด็กไทยเรียนหน้าที่พลเมืองเฉยๆ  เราอยากแนะนำว่าหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างองค์ความรู้เรื่องการเป็นพลเมืองดิจิทัล เพื่อให้คนรู้จักแสวงหาโอกาสบนโลกออนไลน์ให้ได้ด้วย”

ซึ่งเรื่องนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้ทำงานร่วมกันไปในแนวทางเดียวกันด้วย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน