ทำอย่างไรให้ประสิทธิภาพงานเพิ่มขึ้น

“ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” คือวลีอมตะ ย้ำให้รู้ว่า ‘งาน’ สำคัญกับชีวิตของเราแค่ไหน ตั้งแต่เป็นแหล่งรายได้ สนามให้แสดงฝีมือฝึกปรือทักษะ เวทีทดสอบความสามารถ และเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า “ตัวเราเองมีดีอะไรหรือจุดอ่อนอยู่ตรงไหน?” ดังนั้นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ต้องการ

เริ่มวันด้วยงานยาก : วิธีแรกที่จะช่วยสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดขึ้นได้คือการเริ่มวันด้วยงานยาก เพราะนี่คือประเภทงานที่คุณต้องทุ่มเทความสามารถลงไปมากสุด โดยถ้าสำเร็จลุล่วงได้ การจัดการงานระดับรองๆ ลงมาก็คงไม่ใช่อะไรที่เหนือบ่ากว่าแรงอีกต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าในระยะยาวคุณจะเก่งขึ้น ต่างจากคนที่กลัวงานยาก ไม่เคยทำสิ่งท้าทายความสามารถ ที่อาจถูกลืมเพราะทำงานได้ไม่กี่อย่าง ต้องถูกปลดเพราะหมดประโยชน์กับองค์กร

ใครลำบากเข้าไปช่วย : มิตรภาพจำเป็นต่อการอยู่ร่วมกัน โดยกับสังคมคนทำงาน สามารถแสดงให้เห็นได้ด้วยการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมบริษัทตามกำลังความสามารถที่มี อย่างจริงใจและโดยไม่ต้องร้องขอ จริงอยู่อาจทำให้คุณเสียเวลาทำงานไปบ้าง แต่ดอกผลของกิจกรรมที่เปี่ยมน้ำใจนี้ คือความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในองค์กร การช่วยอย่างสมัครใจจากเพื่อนเมื่อเป็นเราบ้างที่ตกที่นั่งลำบาก และโอกาสทบทวนทักษะการทำงานที่มีอยู่เดิมหรือเพิ่มทักษะใหม่เข้าไป

ทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ : การบริหารจัดการเวลาเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน เพราะงานที่ดีต้องเสร็จทันเวลา และการมีงานค้างให้สะสางมากมาย คุณจะก้าวหน้าได้ลำบาก ไม่ต่างจากเจ้าหมูอุ้ยอ้ายที่มีดินพอกหางก้อนโตจนขยับตัวยาก วิธีนี้อาจเริ่มได้จากการบังคับตัวเองให้ทำงานที่เริ่มแล้วให้เสร็จ หรือจะไม่รับงานใหม่หากงานตรงหน้ายังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

ต้องปล่อยวางบ้างถ้าตันจริงๆ : เวลาเป็นทรัพยากรที่ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการ และเลี่ยงที่จะทุ่มลงไปกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจนเกินขอบเขต โดยที่เข้าข่ายนี้มากสุดคืองานที่ถึงทางตัน เช่นหมดไปหลายชั่วโมงแล้วแต่งานยังไม่ความคืบหน้าซักที หรืองานใดก็ตามที่คุณคิดว่ามาผิดทาง ที่ควรต้องปล่อยวางชั่วคราว เพราะเป็นไปได้ว่าระหว่างทำอีกงานอยู่ อาจมี Idea ดีๆ ของงานที่ค้างอยู่ผุดขึ้นมาและเมื่อเจอแล้วบันทึกไว้หรือกลับไปทำต่อทันที

ไม่ไปสุงสิงกับขาเม้าท์ : อวัยวะในร่างกายส่วนใหญ่มาเป็นคู่ ยกเว้นปาก ดังนั้นหากอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพ เราควรใช้แต่พอดี พูดเฉพาะกับเรื่องสำคัญและเลี่ยงให้ไกลการไปใช้ซุบซิบนินทา เพราะหากนำเวลาคุยกับขาเม้าท์มาใช้กับทำงาน คงสร้างความก้าวหน้าให้ตัวคุณ และบริษัทได้มากกว่าอย่างแน่นอน

หาช่วงเวลาลื่นไหลให้ได้ : จะหัวแล่นหรือ Idea บรรเจิดก็สามารถเรียกได้ว่าช่วงเวลาลื่นไหลได้ทั้งนั้น แต่ทุกคนมีวิธีเข้าถึงและคนพบช่วงเวลานี้ต่างกันไป บางคนอาจเป็นช่วงเช้า ส่วนบางคนเป็นกลางดึก ขณะที่อีกบางคนอาจต้องใช้ตัวช่วยอย่างการเปิดเพลงอัลบั้มโปรดคลอไประหว่างทำงาน โดยทันทีที่เข้าถึงช่วงเวลาลื่นไหลแล้วควรอยู่กับมันให้นานที่สุด เพื่อทำงานให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ / themuse