“เอไอเอส” ปรับลุค Serenade Club รับลูกค้า 6.3 ล้านรายในปี 2018

เอไอเอสทุมงบพิเศษ 680 ล้านบาท ปรับลุค Serenade Club ชู The Ultimate Service Experience ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 20 สาขา รองรับลูกค้าเซเรเนดที่มีอยู่ 4.5 ล้านราย และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 6.3 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ที่ผ่านมาเอไอเอสได้ปรับปรุงและพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดเอไอเอส ช้อปแฟล็กชิพสโตร์ เซ็นทรัลเวิลด์, เปิด AIS D.C. รวมไปถึงศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่โคราช

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (คนขวา)

สำหรับในปีนี้นั้นเอไอเอสได้เพิ่มงบประมาณพิเศษที่แยกออกมาจากงบพริวิเลจกว่า 680 ล้านบาท เพื่อขยาย Serenade Club ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Service Experience – ที่สุดของบริการเหนือระดับด้วย 5-Sense Experience เป็น 20 สาขา จากเดิมที่มี 6 สาขา

เพื่อทำให้ครอบคลุมกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ได้แก่เชียงใหม่ชลบุรีระยองและหาดใหญ่นอกเหนือจาก Serenade Room ที่อยู่ภายใน เอไอเอส ช้อป ซึ่งหากรวมกันแล้ว จะมีพื้นที่ Exclusive ที่พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าเซเรเนดกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ โดยคาดว่าปรับโฉมใหม่จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 และทำให้มียอดทราฟฟิคเพิ่ม 20-30%

การปรับปรุงนี้เพื่อรองรับกับลูกค้าเซเรเนดที่มีอยู่ 4.5 ล้านราย แบ่งเป็นแพลทนัม 2 แสนราย, โกลด์ 1.2 ล้านราย, เอ็มเมอรัลด์ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% เป็น 6.3 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

กลุ่มลูกค้าเซเรเนดแม้จะมีสัดส่วนเพียง 10% ของฐานลูกค้าทั้งหมด แต่เมื่อมองจากรายได้จะคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% เพราะมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 800 บาทต่อราย โดยปีนี้นั้นคาดว่าลูกค้าจะเพิ่มมากกว่าปีก่อนๆเนื่องจาก 1.มีโปรดักส์ใหม่อย่างเอไอเอสไฟเบอร์ ซึ่งฐานลูกค้า 5.5 แสนราย เป็นเซเรเนดราว 1 แสนราย, 2.การเปิดให้รวมบิลภายใต้ชื่อเดียวกัน และ 3.แพ็คเกจพิเศษที่ทำให้ได้สิทธิ์เซเรเนด

อย่างไรก็ตามการเกิดดิจิทัลดิสรัปชั่นในฝั่งของธนาคารที่มีแผนลดคนและจำนวนสาขาในมุมมองของบุษยาเชื่อว่ายังไม่กระทบกับเอไอเอสที่ยังคงเดินหน้าขยาย Serenade Club เนื่องจากมีรูปแบบการให้บริการที่ต่างกัน

โดยสำหรับธนาคารนั้นการเกิดขึ้นของโมบายแบงกิ้งและอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องไปที่สาขาสามารถจัดการธุรกรรมได้ด้วยตนเองส่วนของเอไอเอสนั้นลูกค้ายังคงต้องมาที่สาขาเนื่องจากต้องเข้ามาขอรับคำแนะนำรวมไปถึงลองใช้สมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตต่างๆ