King Power ปฏิวัติตัวเองก้าวสู่ Global Brand อย่างเต็มตัว ด้วย Global Marketing ที่ได้ ฟ่าน ปิงปิง มาเป็นพรีเซนเตอร์

อุตสาหกรรมสินค้าปลอดภาษีกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย และถ้าพูดถึงคนที่ทำธุรกิจสินค้าปลอดภาษีของไทยคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก King Power

ตลอดเส้นทางกว่า 29 ปี King Power ไม่ได้เป็นแค่จุดหมายปลายทางของนักช้อปที่ต้องการสินค้า Duty Free เท่านั้น แต่ยังคอยพัฒนาตัวเองให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างรอบด้านอยู่ตลอดเวลา เพิ่มประสบการณ์ในการช้อปให้ผู้บริโภคได้ว้าวววผ่านโปรโมชั่นและแคมเปญมากมาย ที่ล่าสุดได้ตัดสินใจปฏิวัติตัวเองให้ก้าวเข้าสู่ Global Brand อย่างเต็มตัว พร้อมทุ่มงบ 2,500 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่กว่า 22,000 ตารางเมตร บริเวณKing Power รางน้ำเพื่อให้นักเดินทางทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ แบบ “EXPLORE ENDLESSLY”

ส่วน Global Marketing ที่จะทำให้ King Power กลายเป็น Global Brand อย่างที่ตั้งใจไว้จะเป็นอย่างไร

หาคำตอบได้จากด้านล่างนี้

ที่จะ Go Global เพราะลูกค้า King Power ไม่ได้มีแค่คนไทย

อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ King Power หันมาปฏิวัติเพื่อปรับองค์กรก้าวสู้ Global Brand อย่างเต็มตัว เพราะที่ผ่านมาลูกค้าของ King Power ไม่ได้มีแค่คนไทยแต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติทั่วโลก สะท้อนได้จากการที่อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปซื้อสโมสรเลสเตอร์ซิตี้เพื่อนำแบรนด์ไทยไปสู่สายตาของชาวต่างชาติ

จากเดิมที่เคยเป็นดิวตี้ฟรีคอมเพล็กซ์ใจกลางเมืองมายาวนาน ก็ปรับโฉมให้ King Power รางน้ำกลายเป็น Destination แห่งใหม่ ที่มีน้ำพุทรง The Mattrix ซึ่งถือเป็นน้ำพุที่มีความสูงมากที่สุดในอาเซียน รวมไปถึงสินค้าใหม่ ๆ ทั้งของไทยรวมไปถึงสินค้าระดับ Hi-End ของต่างประเทศ

ผ่านกลยุทธ์หลัก ๆ ที่จะพา King Power ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเลาจ์ King Power ให้พรีเมี่ยมขึ้นไปกว่าเดิม การหา Partnership ที่จะช่วยสนับสนุนกันในด้านของการค้าโดยจะเน้น Partnership ที่อยู่ในเอเชียก่อนเป็นหลัก พร้อมทั้งการจัดอีเวนต์มากมายตลอดทั้งปี เพื่อสร้างประสบการณ์ในการช้อปให้ผู้บริโภคได้ตื่นเต้นกันอยู่ตลอดเวลา

ให้ฟ่าน ปิง ปิง เป็น Global Ambassador ที่บอกเล่าความเป็น King Power สู่ระดับโลก

เมื่อต้องการจะพา King Power ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก รวมถึงกลยุทธ์ที่ต้องการหา Partnership ในเอเชียก่อนเป็นหลัก ผู้ถ่ายทอดความเป็น King Power สู่สายตาของผู้คนในระดับโลก ก็ต้องเป็นอะไรที่รู้จักในระดับโลกด้วยเช่นกัน

และคนที่ King Power เลือกมาเป็น Brand Ambassdor ก็คือ ‘ ฟ่าน ปิง ปิง ‘ ดาราเอเชียระดับฮอลลีวูด ที่มีภาพลักษณ์ดีและมีความพรีเมี่ยม สามารถถ่ายทอดความเป็น King Power ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ซึ่งสำหรับตัวฟ่าน ปิง ปิง เองก็ยังมองว่า King Power โฉมใหม่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงอย่างเธอได้อย่างรอบด้าน เพราะไม่ว่าจะช้อปปิ้ง เดินเล่น หรือทานข้าว ก็ครบครันทุกอย่างที่ King Power ในมุมมองของคนต่างชาติ ที่นี่คงเป็น Destination แห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อมาที่ประเทศไทย

ไม่ใช่แค่แหล่งช้อปสินค้า Duty Free แต่ King Power รางน้ำจะเป็น Destination แห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คน

อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนก็คงอยากจะรู้กันแล้วว่าความใหม่ของ King Power รางน้ำใหม่จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

บนพื้นที่กว่า 22,000 ตารางเมตรนี้แบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ ชั้นที่ 12 เป็นแหล่งศูนย์รวมแฟชั่นล้ำสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยและคนต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาช็อปปิ้ง ที่นี่เต็มไปด้วยสินค้าดิวตี้ฟรีที่ครอบคลุมทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสินค้า Luxury Brandname, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, นาฬิกา, แว่นตากันแดด

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์รวมร้านอาหารชั้นนำ ทั้งสตรีทฟู๊ดชื่อดัง และร้านอาหารนาชาติมากมายเช่น กุ้งเผาอยุธยา, ข้าวขาหมูจุฬา, ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี, ห่านท่าดินแดง, ละมัยหอยทอด, ไทยสกาล่าหูฉลาม, รองเมืองเกาเหลา, Nantsuttei Ramen, Pablo, El Gaucho, Nara, Pinkberry ฯลฯ ที่อร่อยเลิศล้ำทุกร้าน รวมถึงของฝากที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และสินค้าภูมิปัญญาไทยฝีมือประณีตที่ได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก

งานเปิดตัวใหญ่อลังการ จนได้ Free Media ไปจากหลายสื่อ

หลังจากเปิดตัว King Power ภายใต้คอนเซปต์ “EXPLORE ENDLESSLY” ไปเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่านี่คืองานอีเวนต์ที่ได้ Free Media จากสื่อหลายสำนักหลายแขนงไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสายบันเทิง เพราะนอกจากฟ่าน ปิงปิง ภายในงานนี้ยังมาดาราอีกมากมายตบเท้าเข้ามากันอย่างคับคั่ง ทั้งปอย-ตรีชฎา, ก้อย-รัชวิน, ติ๊ก-เจษฎาภรณ์, เต๋อ-ฉันทวิชช์ รวมถึงดาราไทยขวัญใจชาวจีนอย่างป้อง-ณวัฒน์ และนน-ชานนท์

หรือแม้แต่กับสายธุรกิจ เพราะนี่คืออีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจใหญ่ระดับประเทศอย่าง King Power งานในครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับจ้องของสื่อมวลชนสายธุรกิจด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่แค่กับสื่อหลัก แต่นี่ยังเป็นอีเวนต์ที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากมายในโลกออนไลน์ เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ฟ่าน ปิงปิง จะมาไทย รวมถึงโชว์มากมายสุดตระการตา จึงทำให้ผู้คนพากันสนใจว่า การปฏิวัติตัวเองในครั้งนี้ King Power จะมีอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอีกบ้าง

อีกไฮไลท์สำคัญ ก็คือการจับรางวัลให้กับผู้โชคดี และรางวัลที่ว่านี้ก็คือรถยนต์ BMW i8 มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท !!!

เล่นใหญ่กว่านี้ มีอีกไหม !

ซื้อสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ก็แล้ว ปฏิวัติตัวเองสู่ Global Brand อย่างเต็มตัวก็แล้ว คงต้องมาดูกันต่อไปว่ากลยุทธ์ของ Global Brand ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทยอย่าง King Power จะก้าว Go Inter ไปทางไหนต่อ

แล้วจะทำอะไรใหญ่ ๆ ใหม่ ๆ ให้เราได้ว้าวกันอีก