ร้านค้าปลีกไทย ทางรอดยังมี ? กรณีศึกษา ตั้งงี่สุน, ซุปเปอร์ ชีป, ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส และ ธนพิริยะ

ในวันที่ “ร้านสะดวกซื้อ” ปักหมุดครอบคลุมทั่วประเทศ แถม Big C และ Tesco Lotus ก็เปิดห้างตัวเองได้เกือบครบทุกจังหวัด และมี “จุดขาย” คือราคาสินค้าที่ถูก

อีกทั้งการมาของเทรนด์ “ช้อปออนไลน์” ที่บรรดายักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีก กำลังขับเคลื่อนอย่างหนักด้วยการใช้เม็ดเงินมหาศาล เพราะต่างรู้ดีว่าโลกของธุรกิจค้าปลีก กำลังจะเปลี่ยนแปลง

หลายคนมักจะคิดว่าน่าจะถึงเวลา “อวสาน” ของร้านค้าปลีก Local เมืองไทยรวมไปถึงบรรดาโชห่วย

Marketeer เลยนำข้อมูลมาท้าพิสูจน์ความจริงว่าร้านค้าปลีก Local ไทยมีถึง 4 รายที่โดดเด่น แถม ณ วันนี้ก็ยังมีรายได้มหาศาลและมีกำไรในการทำธุรกิจเป็นกอบเป็นกำ

* ตั้งงี่สุน ซุปเปอร์สโตร์ ห้างที่ขายทั้งแบบค้าส่งและค้าปลีก มีขนาดใหญ่เหมือน makro โดยปัจจุบันมี 2 สาขาในจังหวัดอุดรธานี 

* ซุปเปอร์ ชีป มีทั้งขนาดใหญ่เหมือน Big C และ Tesco Lotus และขนาดเล็กเหมือน 7-eleven รวมๆ กันแล้วเวลานี้มีประมาณ 50 สาขา

* ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส ถึงจะบอกว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ มาร์เก็ต แต่ด้วยขนาดของร้านส่วนใหญ่เทียบเท่ากับร้านสะดวกซื้อ

สุดท้ายคือ ธนพิริยะ ที่มี 19 สาขาแล้วจะมีขนาดใหญ่เหมือนซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมี 1 สาขาที่ทำธุรกิจค้าส่ง

ถึงรูปแบบของแต่ละร้านจะแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่หากมองภาพรวมวิธีการทำธุรกิจจะมีความใกล้เคียงกัน

ด้วยวิธีทำตลาดที่บรรดาบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ต่างชาติทิ้ง “ช่องว่าง” เอาไว้ หรือไม่สามารถลอกเลียนแบบร้านกลุ่ม Local ได้นั้นเอง

และนี่คือ 3 วิธีการตลาดพื้นฐานที่กลุ่มร้านค้าปลีก Local ใช้ “มัดใจ” ลูกค้าตัวเอง

1. พลังสายสัมพันธ์ที่ลูกค้าในชุมชนท้องถิ่นมีให้ เพราะร้านค้าปลีก Local เหล่านี้ มีหลายร้านอายุมากกว่า 50 ปี สืบทอดมาถึงรุ่นลูก บางร้านก้าวสู่ ทายาทรุ่นที่ 4 อย่างตั้งงี่สุน ซุปเปอร์สโตร์ เป็นต้น

และเวลาเกิดปัญหาชุมชนหรืองานประเพณีต่างๆ ในจังหวัด กลุ่มร้านค้าเหล่านี้ก็จะเข้ามามีส่วนรวมเกือบทุกครั้ง

การอยู่ในพื้นที่มานาน และการมีส่วนร่วมกับชุมชนก็ย่อม “ได้ใจ” ลูกค้าในจังหวัดและในพื้นที่นั้น 

จนเกิดการบอกปากต่อปาก ทำให้มีลูกค้าจำนวนมากหมางเมิน ร้านค้าปลีกต่างชาติสมัยใหม่ ช่วยกันอุดหนุนร้านค้า Local ในพื้นที่ตัวเอง

และนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่สาขาของร้านค้าปลีก Local เหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแค่จังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียง ไม่กล้าขยายสาขาไปไกลกว่านี้ เพราะอาจไม่มีแฟนคลับมาอุดหนุน

2. Rare item ต้องตามหาในร้านค้าปลีก Local เพราะหากเราเข้าไปร้านค้าเหล่านี้ อาจพบเจอสินค้าที่ไม่มีขายในร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น น้ำพริกท้องถิ่น, สินค้าพื้นบ้าน เป็นต้น

รวมไปถึงหมวดสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จะมีแบรนด์แปลกใหม่ที่เราอาจไม่รู้จักเพราะไม่มีขายในร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่

และบรรดาแบรนด์แปลกหน้าเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะมีราคาขายที่ถูกกว่าแบรนด์สินค้าชั้นนำที่วางขายทั่วประเทศ

3. เคยได้ยินกันไหมว่าเกมของธุรกิจใครสามารถกำหนด “ต้นทุน” ตัวเองให้ถูกกว่า “คู่แข่ง” คนนั้นย่อมได้เปรียบ

และบรรดาร้านค้าปลีก Local เหล่านี้ก็ดูจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ถึงแม้ Economies of scale หรือการสั่งสินค้าเข้ามาขายในร้านจะน้อยกว่าและไม่สามารถเทียบชั้น Big C, Tesco Lotus หรือแม้ 7-Eleven 

เพราะ ร้านค้าปลีกไทย ทุกรายที่กล่าวมานั้นต่างมีสาขาไว้ขายสินค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ

เมื่อยอดสั่งสินค้าน้อยกว่าอำนาจต่อรองกับ Supplier และแบรนด์สินค้าก็ย่อมน้อยกว่าร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ผลลัพธ์ก็คือ ต้นทุนสินค้าต่อชิ้นของบรรดาร้าน Local เหล่านี้ ก็ย่อมแพงกว่า

แต่ก็ยังมีมุมได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการบริหารร้านค้าปลีก Local จะถูกกว่าเกือบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนและจำนวนพนักงาน, งบการตลาด, จนไปถึงการตกแต่งร้านเพราะเชื่อหรือไม่ว่าหลายสาขาของร้านค้าปลีก Local ไม่ติดแอร์ 

จนไปถึงสารพัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ร้านค้าปลีกต่างชาติยักษ์ใหญ่ต้องจ่าย แต่ร้าน Local ไม่ต้องจ่าย 

เมื่อนำมาหักลบแล้วร้านค้าปลีก Local น่าจะมีต้นทุนในการบริหารต่อ 1 สาขาถูกกว่าอยู่มากพอสมควร

จึงไม่ต้องแปลกใจที่หลายต่อหลายครั้งจะเห็นกลุ่มร้านค้าปลีก Local เหล่านี้จัดโปรโมชั่นได้ “ล่อตา ล่อใจ” ไม่แพ้ร้านค้าปลีกต่างชาติยักษ์ใหญ่ แถมลูกค้าที่เข้าร้านก็ตัดสินใจซื้อได้ง่าย

ที่ Marketeer ยกกรณีศึกษานี้มาเล่าให้ฟัง ก็เพื่อให้แง่คิดอย่างหนึ่งว่าถึงเราจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างที่รายล้อมไปด้วยคู่แข่งที่มีเงินทุนหนากว่า, มีจำนวนพนักงานเยอะกว่า, และมีเทคโนโลยีเหนือชั้นกว่า

แต่…ใช่ว่าจะแพ้หมดทางสู้ เพราะทุกการแข่งขันต่อให้คู่แข่งตัวโตมากแค่ไหน ก็ย่อมมีช่องว่างเล็กๆ ที่คู่แข่งทำไม่ได้ 

ขึ้นอยู่กับว่า คุณมองเห็น แล้วฉกฉวยโอกาสนั้นมาต่อยอดให้ธุรกิจตัวเองได้ดีแค่ไหน?

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer