ชาสมุรไพรกระป๋องแดงที่เราคุ้นหน้ากันดีในร้านหมอไฟอย่าง หวังเหล่าจี๋ (Wanglaoji) มีจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1828 ตรงกับรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวงแห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นยุคที่จีนเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทั้งทางวัฒนธรรมและการขยายตัวของอิทธิพลจากตะวันตก

โดยสถานที่เกิดของแบรนด์เริ่มขึ้นในพื้นที่มณฑลกวางตุ้งที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นสูง ด้วยสภาพภูมิอากาศจึงเกิดแนวคิดการปรุงชาสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นในการดับร้อน โดยนายหวาง เจ๋อปัง ได้คิดค้นสูตรชาจากสมุนไพรพื้นถิ่น ซึ่งในสมัยนั้นเชื่อกันว่ามีส่วนช่วยปรับสมดุลร่างกายและคลายความร้อนจากภายใน

ความสำเร็จของหวังเหล่าจี๋ไม่ได้มาจากสูตรสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้อานิสงส์จากทำเลของเมืองกวางโจวที่เป็นเมืองท่าสำคัญ ทำให้ชื่อเสียงของชาชนิดนี้แพร่กระจายไปพร้อมกับกลุ่มนักเดินทางและพ่อค้าอย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จของแบรนด์เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1995 เมื่อบริษัท GPHL (เจ้าของเครื่องหมายการค้าในจีน) ได้ลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing Agreement) กับ Hung To Group จากฮ่องกง ซึ่งต่อมาได้จัดตั้งบริษัท JDB Group (Jiaduobao) เพื่อผลิตและจำหน่ายหวังเหล่าจี๋ในรูปแบบ “กระป๋องสีแดง”

JDB Group พลิกโฉมหวังเหล่าจี๋จากเครื่องดื่มสมุนไพรรสขม ให้กลายเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ ที่ทันสมัยผ่านกลยุทธ์การตลาดดังนี้:

  • อัตลักษณ์สีแดง-ทอง: การเลือกใช้สีแดงเป็นพื้นหลักและตัวอักษรสีทอง ไม่เพียงแต่สร้างการจดจำที่โดดเด่น แต่ยังเชื่อมโยงกับความหมายของความเป็นมงคลและความมั่งคั่งตามวัฒนธรรมจีน

  • สโลแกนที่ชัด: การตอกย้ำข้อความในการช่วยให้คนดื่มรู้สึกสดชื่น ดับความร้อนได้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดภาพจำว่าควรดื่มชานี้ควบคู่กับการกินหม้อไฟหรืออาหารรสจัด เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายตัวจากอาการร้อนในตามความเชื่อดั้งเดิม

  • การรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง: JDB ขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ร้านอาหารและร้านค้าปลีกอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ในปี ค.ศ. 2008 ยอดขายพุ่งสูงถึง 1 หมื่นล้านหยวน จนสามารถแซงหน้ายอดขายของโคคา-โคล่าในบางพื้นที่ของประเทศจีนได้สำเร็จ

ในยุคปัจจุบัน หวังเหล่าจี๋ได้ยกระดับการรุกตลาดโลกผ่านแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า “WALOVI” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการปรับภาพลักษณ์จากการเป็นเพียง “น้ำสมุนไพรจีน” ไปสู่การเป็น “เครื่องดื่มจากธรรมชาติระดับสากล” (Global Plant-based Beverage)

การเปิดตัว WALOVI ในเมืองสำคัญอย่าง มิลาน, ลอสแอนเจลิส, ปารีส รวมถึงกรุงเทพฯ มาพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายเพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพโลก เช่น การเปิดตัว สูตรอัดก๊าซ (Sparkling) เพิ่มความสดชื่น และ สูตรไม่ใส่น้ำตาล (No Sugar) สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องแคลอรี

ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่แบรนด์ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากวัฒนธรรมการบริโภคที่มีความคล้ายคลึงกันและความนิยมในอาหารจีนที่พุ่งสูงขึ้น หวังเหล่าจี๋จึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเครื่องดื่มแก้กระหาย แต่กลายเป็นเครื่องเคียงคู่ใจ สำหรับการรับประทานหม้อไฟหม่าล่า โดยผู้บริโภคจำนวนมากรู้สึกว่ารสชาติที่สดชื่น มีส่วนช่วยลดอาการเผ็ดชาที่ลิ้น และช่วยให้รู้สึกสบายท้องมากขึ้นเมื่อต้องรับประทานเครื่องเทศรสจัด

ในช่วงปี ค.ศ. 2024–2025 การจัดจำหน่ายในไทยเริ่มมีความเป็นระบบมากขึ้นจากการแต่งตั้ง บริษัท บริบูรณ์ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้แบรนด์สามารถขยายตัวจากร้านอาหารจีนเฉพาะทาง ไปสู่ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วไป


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer