นาทีนี้คงไม่พูดถึง “ไข่เค็ม” คงไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มักจะเห็นสินค้า หรือผลิตภัณฑ์รสชาติไข่เค็มกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จากสาหร่าย มันฝรั่ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือแม้แต่เครื่องดื่มอย่างกาแฟ และของหวานอย่างบิงซู

ล่าสุด “เถ้าแก่น้อย” แตกไลน์รุกตลาดสแน็ก “ปลาหมึกไข่เค็ม” รายแรกในเมืองไทย พร้อมคว้า 6 สาว BNK48 นั่งพรีเซ็นเตอร์ “ทินเท็น”

เพิ่ม Vision ใหม่ มุ่ง Food Innovation

อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เปิดเผยว่า เมื่อก่อนเถ้าแก่น้อยจะมุ่งพัฒนาสินค้าสู่ตลาดโลก แต่ตอนนี้บริษัทมีวิสัยทัศน์ใหม่ด้วยการมุ่งการเป็นบริษัทนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation company) ที่ขยายไปในตลาดโลก

คำว่า Food Innovation ของเถ้าแก่น้อยคือ New Formula x Business Model โดยต่อจากนี้เถ้าแก่น้อยจะไม่ยึดติดกับ Business Model แบบเดิมๆ แต่จะพัฒนา New Business ขึ้นมาใหม่ ที่ล่าสุดเถ้าแก่น้อยได้พัฒนาสูตรไข่เค็มจากสิงคโปร์ นำมาอยู่ในผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายและปลาหมึก

รุกตลาดแตกไลน์สินค้า “ปลาหมึกไข่เค็ม”

“Tinten” เป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวประเภทปลาหมึก (Cuttlefish) ที่มีความแตกต่างจากสแน็กปลาหมึกที่วางจำหน่ายทั่วไป

โดยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ “ปลาหมึกไข่เค็ม” นี้อยู่ภายใต้สโลแกน “หมึกเต็มแผ่น ไข่เค็มเต็มคำ” ที่มีความอร่อยของปลาหมึกผสมผสานความเข้มข้นของไข่แดงแท้ๆ ที่ถูกปรุงแต่งเป็นซอสไข่เค็มรายแรกของประเทศไทย ทำให้มีรสชาติเข้มข้น หอม อร่อย

และนอกจากทินเท็น ปลาหมึกแผ่นไข่เค็มแล้ว ยังมีเถ้าแก่น้อยทินเท็น โรล (Tinten Roll) ปลาม้วนปรุงรส รสหมึกย่าง ที่กรอบ อร่อย ไม่เหมือนใคร รับประทานสะดวก

ดึง 6 สาว BNK48 นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์

บริษัทใช้งบการตลาดกว่า 25 ล้านบาท สำหรับทำตลาดแบบ 360 องศา เพื่อสร้างการรับรู้ในทุกช่องทาง ผ่านกลยุทธ์ “ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง” และเป็นที่ชัดเจนว่าการตลาดของผลิตภัณฑ์เถ้าแก่น้อยนั้นส่วนใหญ่จะใช้พรีเซ็นเตอร์จากบอยแบรนด์เป็นหลัก แต่มาคราวนี้ เถ้าแก่น้อยเลือก 6 สาว BNK48 (วี, จูเน่, ฟ้อนด์, มายยู, นิว และมิวนิค) เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มีกลุ่มแฟนคลับที่ใหญ่ และมีศักยภาพเพื่อช่วยสร้างการรับรู้และจดจำผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของเถ้าแก่น้อยยังเป็นกลุ่มเดิมคือ นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น และพนักงานออฟฟิศ

แยกแบรนด์เป็น “ทินเท็น” ให้ลูกค้าจำง่าย

อิทธิพัทธ์เล่าต่อว่า การแยกแบรนด์ออกมาเป็น “ทินเท็น” เลยนั้น เพราะต้องการให้ผู้บริโภคจำง่ายขึ้น เพราะชื่อของ “เถ้าแก่น้อย” เข้าถึงผู้บริโภคว่าคือผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากสาหร่าย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีโลโก้และชื่อ “เถ้าแก่น้อย” ติดอยู่บนผลิตภัณฑ์

ตั้งเป้าภายใน 2 ปี ชิงเค้กในตลาด 10%

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทปลาหมึกนี้ เถ้าแก่น้อยตั้งเป้ามีส่วนแบ่งในตลาด 10 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2 ปี ขณะที่ในปีที่ผ่านมาตลาดสแน็กประเภทปลาหมึกมีมูลค่าตลาดรวม 1,693 ล้านบาท มีการเติบโต 2.2 เปอร์เซ็นต์

ตลาดสแน็กยังโตได้อีก

หากพูดถึงภาพรวมของตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยในปีนี้นั้น อิทธิพัทธ์ ยืนยันว่า ตลาดในประเทศไทยยังมีศักยภาพโตได้อีก โดยคาดว่าปีนี้จะโตจากปีที่ผ่านมา 5-7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของเถ้าแก่น้อยเองโต 2 ดิจิ


Marketeer FYI

– อิทธิพัทธ์ยังทิ้งท้ายว่าภายในปีนี้เถ้าแก่น้อยจะมีอีก 2 โปรเจ็กต์ใหญ่ และผลิตภัณฑ์ “ทินเท็น” จะมีรสชาติออกมาใหม่อีกในเร็วๆ นี้ พร้อมกับมีการทำผลิตภัณฑ์โคกับแบรนด์อื่นโดยคาดว่าจะลอนช์ในไตรมาส 3

– เถ้าแก่น้อยเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ทำผลิตภัณฑ์สาหร่ายรสไข่เค็ม รวมถึงเป็นแบรนด์แรกที่ทำในผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวประเภทปลาหมึกด้วย

– ปี’61 ผลิตภัณฑ์แบรนด์เถ้าแก่น้อยมีรายได้รวม 5,700 ล้าน ตั้งเป้าปี’67 รายได้แตะ 1 หมื่นล้าน

3 อันดับแรกกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่มีการเติบโตมากที่สุด

กลุ่มมันฝรั่ง โต 13%

กลุ่มปลา โต 13%

กลุ่มสาหร่าย โต 5.2%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer