Marketeer ลัดฟ้าพาชมงาน Samsung Forum 2018 เปิดนวัตกรรมซัมซุงกลางกรุงโรม

หลังจากจบงาน CES 2018 ก็ถึงคิวงาน Samsung Forum 2018 งานโชว์นวัตกรรมล่าสุดจากค่ายซัมซุงที่จัดโดยซัมซุงภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย

Marketeer ลัดฟ้ามากรุงโรม ประเทศอิตาลี ตามคำเชิญชวนของ วรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด โดยแต่ละปีจะวนเวียนไปจัดตามประเทศต่างๆในอาเซียนและโอเชียเนีย

ทว่าปีนี้เป็นปีแรกที่จัดข้ามทวีป และเลือกปักหมุด ณ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอารยธรรมแห่งยุโรป โดยเฉพาะยุคเรเนซองส์ที่ถือว่าเป็นที่สุดของยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ

 

แน่นอนว่านี่เป็นการส่งสัญญาณเชิงรุกจากซัมซุง จากยุคโรมันที่เจริญสุดขีดสู่ยุค IOTในปัจจุบัน

เรานำทุกท่านมาที่ ศูนย์ประชุม Palazzo Del Congressi กรุงโรม ประเทศอิตาลี ท่ามกลางดีลเลอร์ พาร์ตเนอร์และสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ที่แน่นขนัดห้องประชุมเพื่อร่วมฟังวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของซัมซุง รวมทั้งนวัตกรรมล่าสุดของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (HA : Home Appliance)ที่จะรุกตลาดในปีนี้

 

มร. ซังชุล ลี (สตีฟ) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มต้นเล่าแบ็คกราวด์ในปีที่ผ่านมาซึ่งซัมซุงยังคงเป็นท็อปแบรนด์เบอร์หนึ่ง มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด 34.8% ในอาเซียนและโอเชียเนีย และเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อใจมากที่สุด

มร. ซังชุล ลี (สตีฟ) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แน่นอนว่าไฮไลต์ที่ทุกคนจับตาคือการต่อยอดแนวคิด IOT (Internet of Things) ล่าสุดของซัมซุงจะเป็นอย่างไร ถ้าพูดถึงเทรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า IOT จริงๆแล้วเราคงได้ยินกันมานานแล้วว่าต่อไปเราจะได้เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบอัจฉริยะ ที่แต่ละประเภทไม่ได้ทำหน้าที่แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มีฟีเจอร์เพิ่มขึ้น

และอย่างที่ทราบว่าสำหรับแบรนด์ผู้นำเกาหลีได้ลงทุนไปกับเรื่องนี้มาก ทั้งงบ R&D ของตัวเอง รวมทั้งการซื้อกิจการ SmartThings ซึ่งเป็นบริษัท Startup ที่ทำเกี่ยวกับ Smart Home หรือ บ้านอัจฉริยะ ตั้งแต่ปี 2014 ด้วยมูลค่ากว่า 200 ล้านเหรียญสิ่งที่ซัมซุงได้คือนวัตกรรมการเชื่อมต่อระหว่าง ฮับ (hub) ที่ควบคุมการเชื่อมต่อระบบต่างๆในบ้าน ให้เข้ากับอุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านของบริษัทแม่อย่าง Samsung

นั่นเป็นสปริงบอร์ดให้ซัมซุงพัฒนามาเรื่อยๆ กระทั่งในปี2018นี้ โดยผู้บริหารเกาหลีเล่าถึงแนวคิด “One Samsung” ซึ่งเป็น Core Idea ของซัมซุงระดับโกลบอล คือการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (Convergence)ในแบบที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ซึ่งปีนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะสินค้าไฮไลต์อย่าง โทรทัศน์สมาร์ททีวี ซึ่งมาพร้อมกับแอปพลิเคชัน SmartThings ที่จะปฏิวัติทีวีให้กลายเป็น Dashboard หรือศูนย์กลางสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ และตู้เย็นที่บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ตู้เย็นแต่เป็นแฟมิลี่ ฮับ (Family Hub) แม่ทำกับข้าวอยู่ห้องครัว ก็รู้ได้ว่ามีใครมาหน้าบ้าน ทุกอย่างสามารถซิงค์ถึงกันได้หมด แม้แต่เครื่องดูดฝุ่นยังเป็นกล้องวงจรปิดส่งภาพถึงมือถือได้

เดี๋ยวจะพาเดินดูงาน มีไฮไลต์เด็ดๆหลายอย่าง ต้องแนะนำ

บรรยากาศรวมภายในงาน

โปรดอย่าเรียกตู้เย็น ให้เรียก Family Hub

เริ่มจากพระเอกของงานนี้  Family Hub

หลายคนสงสัยจริงๆ ที่เห็นเรียกตู้เย็นไม่ใช่หรือ จริงๆแล้วมันก็คือตู้เย็นนั่นล่ะ แต่ด้วยนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้น กับการใส่ฟีเจอร์ใหม่เข้าไปที่ทำให้ตู้เย็นไม่ได้มีไว้แค่การแช่ของเท่านั้น แต่กลายเป็น Hub เชื่อมต่ออุปกรณ์ตัวอื่นๆในบ้าน สามารถคอนโทรลสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ หรือข้อมูลจากเครื่องอื่นๆก็สามารถส่งมาที่จอภาพตู้เย็นได้ ซึ่งการเป็นศูนย์กลางทั้งการใช้งานและความบันเทิงของบ้าน ที่ทำให้มันได้ชืือใหม่ ว่า Family Hub นั่นเอง

ตู้เย็นแฟมิลี่ ฮับ (Family Hub) เจนเนอเรชั่นใหม่ สั่งงานได้ด้วยเสียงผ่าน Bixby ซึ่งควบคุมดีไวซ์ต่างๆ ผ่านสมาร์ทธิงส์ภายใต้ไอโอทีอีโค่ซิสเต็มส์ของซัมซุง เปลี่ยนตู้เย็นธรรมดาให้กลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจากงานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (2018 CES Best of Innovation Award)

ฟีเจอร์เด่นๆ ได้แก่ความสามารถในการซิงค์ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บอาหารเข้ากับการจัดเตรียมมื้ออาหาร ซึ่งมันจะบอกเราเลยว่าตอนนี้ในตู้เย็นเหลืออะไรบ้าง ช่วยให้เราวางแผนในการจับจ่ายกับข้าว หรือถ้าคุณภรรยาหรือคุณแม่บ้านกำลังจะหาเมนูใหม่ๆทำอาหารก็สามารถค้นกูเกิลที่บานประตูได้ ทำอาหารไปด้วย มองหน้าจอที่ตู้เย็นได้เลย หรือจะทำอาหารไปด้วย ฟังเพลงยูทูบ ดูละครออนไลน์ไปด้วยก็ไม่เสียอารมณ์ ไม่ต้องมาแย่งหน้าจอโทรทัศน์ห้องรับแขก นี่มันสวรรค์ของเธอชัดๆ

ด้วยการเชื่อมติดแบบไร้รอยต่อนี่เองที่เป็นไฮไลต์การพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้า IOT ในปีนี้ของซัมซุง โดยมีเจ้า Family Hub นี้เป็นรูปธรรม

ว่าแต่ทำไมต้องเอาตู้เย็นเป็น Family Hub อันนี้น่าสนใจ เหตุผลก็คือลักษณะของตู้เย็นที่เอื้ออำนวยต่อการเป็นฮับของครอบครัวมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวอื่นนั่นเอง

1 ผนังของตู้เย็นมีไซส์เป็นหน้าจอได้ โดยสามารถมองเห็นหน้าจอง่ายเพราะอยู่ในระดับสายตา

2 ตำแหน่งตู้เย็นส่วนใหญ่ตั้งในห้องครัวซึ่งอยู่หลังบ้าน ถ้ามีใครมากดกริ่งหน้าบ้าน กล้องหน้าบ้านก็จะส่งภาพมาที่ตู้เย็นได้ เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

และที่สำคัญตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเดียวที่มีเรื่องการ Input-Output (ของเข้าออกตู้เย็น)ซึ่งต้องใส่นวัตกรรมที่ช่วยเรื่องการบริหารจัดการได้

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเรียก Family Hub ซึ่งต่อไปถ้าใครจะ “ล้างตู้เย็น” ต้องพูดใหม่ว่า”ล้างFamily Hub”

 

เปลี่ยน Pain Point ให้กลายเป็นดีไซน์

เดินไปแล้วก็สะดุดตากับโทรทัศน์ The Frame ดูเผินเหมือนเป็นกรอบรูป แต่จริงๆแล้วมันคือโทรทัศน์ที่ถูกดีไซน์ให้กลายเป็นกรอบรูปประดับบ้าน

 

แนวคิดนี้มาจากการตั้งคำถามว่าทำไมโทรทัศน์เวลาที่ปิดต้องเป็นจอดำ จะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าจอโทรทัศน์ในยามที่ไม่ใช้งานสามารถทำอย่างอื่นได้ด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการดีไซน์โทรทัศน์ให้เป็นกรอบรูปนั่นเอง โดยเราสามารถเลือกรูปของเรา จะเป็นรูปเดี่ยวหรือรูปครอบครัวใส่ลงไปก็ได้ พอไม่ได้ดูปุ๊บ หน้าจอก็จะเปลี่ยนเป็นรูปที่เราเซ็ตไว้ ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ด้วยว่าจะเอารูปไหนตอนไหนอย่างไร อันนี้นี่น่าจะถูกใจคนชอบแต่งบ้าน

คำถามที่น่าสนใจ แล้วแบบนี้ต้องเสียบปลั๊กทิ้งไว้รึเปล่า? กินไฟแค่ไหน? ผู้บริหารซัมซุงบอกว่าต้องเสียบแน่นอน แต่รุ่นนี้ออกแบบให้กินไฟน้อยมากๆ และที่สำคัญเป็นความเข้าใจผิดของคนไทยที่พอไม่ใช้โทรทัศน์แล้วต้องถอดเพราะประหยัดไฟ ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ควรถอดเข้าถอดออกบ่อยๆ เพราะจะทำให้เสียง่าย โดยถูกต้องถ้าบ้านที่มีระบบสายดินหรือเซฟทีคัทกันลัดวงจรอบู่แล้ว ปลั๊กโทรทัศน์ไม่ต้องถอดจะดีกว่า

 

4K ยังไม่ทันซื้อ 8K มาแล้วจ้า 

แน่นอนว่าบู๊ธโทรทัศน์เป็นที่จับตาของสื่ออยู่แล้ว ต้องบอกว่าสมาร์ททีวีที่เป็นเรือธงในปีนี้ จะมีแอพสมาร์ทธิงส์ (SmartThings App) ที่จะปฏิวัติทีวีให้กลายเป็นศูนย์กลางหรือแดชบอร์ด (Dashboard) สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านสมาร์ทธิงส์ภายใต้ไอโอทีอีโค่ซิสเต็มส์ของซัมซุง โดยผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมดีไวซ์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านที่เชื่อมต่อถึงกันได้ผ่านทางจอภาพขนาดใหญ่ และยังสามารถซิงค์หลากหลายอุปกรณ์เข้าถึงกันได้เพื่อการแชร์คอนเท้นต์และการแจ้งเตือนต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและไร้การสะดุด

สำหรับปีที่ผ่านมาซัมซุงยังคงครองแชมป์ในกลุ่มโทรทัศน์อัจฉริยะ ทั้งยอดขายและนวัตกรรมล้ำสุดๆ ล่าสุดเปิดตัวโทรทัศน์ 8k Q picture สุดยอดสมาร์ททีวีพรีเมียมคมชัดระดับสุดยอด ขนาดตอนนี้ 4K ยังไม่มีคอนเทนต์เสิร์ฟเท่าไร นี่ยก 8Kมาขายแล้ว บอกเลยว่าภาพเนียบกริ๊บ ในรูปอาจจะถ่ายไม่ชัดเท่าไร แต่ของจริง ภาพวัตถุที่เห็นนี้ชัดจนเหมือนเป็นสามมิติหลุดออกมา เอาใจคนชอบของแรงๆ

แน่นอนว่ากลุ่ม Super Big TV ก็เป็นอีกนิชมาร์เก็ตที่ซัมซุงครองเจ้าตลาด ซึ่งในงานก็ได้นำตัวใหญ่ที่สุดขนาด 86 นิ้วมาโชว์ กับราคาค่าตัวไม่เท่าไหร่ เกือบๆล้านเท่านั้นเอง!

 

นอกจากนี้ ซัมซุงยังเปิดตัวไลฟ์สไตล์ซาวด์บาร์ระดับพรีเมียมรุ่นใหม่เพื่อเปิดประสบการณ์การใช้งานทีวีที่ล้ำไปอีกขั้น โดยซาวด์บาร์แบบแขวนติดผนังรุ่น “NW700 Sound+” เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น “MS650 Sound+” ที่ได้รับรางวัลการันตี ซาวด์บาร์รุ่นใหม่จากซัมซุงเพียบพร้อมด้วยฟีเจอร์เพิ่มคุณภาพเสียง อาทิ การลดความผิดเพี้ยนของเสียง (Distortion-Cancelling) ลำโพงทวีตเตอร์ที่ให้เสียงกว้าง และระบบเสียงมัลติสปีกเกอร์ โดดเด่นด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกที่เพรียวบางและโฉบเฉี่ยว เหมาะสำหรับการแขวนติดผนังคู่กับโทรทัศน์ที่มีขนาดบางเป็นพิเศษจากซัมซุง ผู้ใช้งานจึงสามารถควบคุมการตกแต่งภายในได้อย่างกลมกลืนในทุกพื้นที่

 

ดีไซน์เฉียบ ไม่ต้องมีซับบุฟเฟอร์ให้เกะกะ เห็นตัวเล็กๆแบบนี้แต่เปิดที กระหึ่มนะจ๊ะ
ทดสอบระบบ Panoramic Sound Experience เมื่อภาพและเสียงมิกซ์แอนด์แมตช์กัน ความมันจึงเกิดขึ้น

 

ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ทำไมมันโค้งขนาดนี้ ได้สักเครื่องจะตั้งใจเรียน

 

โรบอททำความสะอาด มาพร้อมกับดีไซน์ลิขสิทธิ์สตาร์วอลล์
อยากได้สตรอมทูปเปอร์ไปประจำการที่บ้านบ้างไหมล่ะ

 

POWERstick PRO™ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงด้วยพลังดูดระดับที่สูงที่สุดในตลาด มาพร้อมการออกแบบที่ทันสมัย เหมาะสมต่อการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้ใช้งาน
Marketeer เปรย Pain Point ตัวเองไปว่า ตอนทำความสะอาดพื้นก็คงง่าย แต่ตอนทำความสะอาดตัวเครื่องนี่ล่ะที่ยาก ทีมงานก็เลยโชว์ให้ดูว่ามันทำความสะอาดตัวมันเองง่ายมาก แค่ถอดแล้วก็เทฝุ่นออกมาเลย

 

เดินมาโซนเครื่องซักผ้า ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์  กับการเปิดตัว QuickDrive™ เทคโนโลยีเครื่องซักผ้าที่มุ่งปฏิวัติที่ช่วยลดระยะเวลาการซักผ้าปริมาณมากของผู้บริโภคลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง นอกจากเทคโนโลยี QuickDrive™ แล้ว เจ้าเครื่องซักผ้า WW7800M ยังรองรับเทคโนโลยีไอโอทีและระบบผู้ช่วยการซักผ้าเทคโนโลยีปัญญาเอไอ (AI) Q-rator ซึ่งเป็นฟีเจอร์สุดชาญฉลาดที่ช่วยบริหารจัดการ การซักผ้าให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น

QuickDrive™ คือการหมุนแบบสองระบบ รูปซ้ายมือทำให้ผ้าขึ้นบน-ลงล่าง ซึ่งโดยทั่วไปเครื่องซักผ้าปกติจะเป็นระบบนี้ แต่เครื่องซักผ้าซัมซุงรุ่นใหม่ เพิ่มอีกระบบเข้าไป ดูรูปตรงกลาง ทำให้ผ้าเคลื่อนไปข้างหน้า-หลัง ด้วย ซึ่งการมีสองระบบจึงทำให้ได้เวลากลับมาครึ่งหนึ่งโดยที่ความสะอาดยังเหมือนเดิม
และที่ชอบมากๆคือออกแบบให้เปิดฝาได้ทั้งช่องใหญ่ปกติ และมีช่องเล็ก เอาไว้หยิบสิ่งแปลกปลอม เหมาะมากสำหรับคนเลี้ยงแมวที่อาจจะแอบเข้าไปไม่รู้ตัว ถ้าเห็นแมวหมุนๆอยู่ ก็กดหยุด และล้วงหยิบออกมาได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเซ็ตใหม่

 

ในขณะที่เทรนด์เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์เติบโตขึ้นปีละ 30 -40% สมรภูมิแอร์จึงเป็นตลาดที่ทุกคนพยายามพัฒนานวัตกรรมมาแย่งชิง ไม่ใช่แค่ประหยัดไฟอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความเย็นของเจ้าใด ที่ทำได้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด

ซัมซุงที่เปิดตัวนวัตกรรมความเย็น WIND-FREE‎ ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้ต่อยอดด้วยการเพิ่ม BTU 18000-24000 สำหรับใช้ในห้องที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเริ่มจำหน่ายแล้วต้นปีนี้

 

“Do What You Can’t”

 

จากการเดินดูผลิตภัณฑ์ต่างๆ สิ่งที่เราเห็นผลิตภัณฑ์เกือบทุกประเภท มีคำว่า Solution ต่อท้ายคำว่า เทคโนโลยี

Solution ที่ว่าเริ่มต้นจากการหา Pain point หรือหาจุดปัญหาที่แท้จริงของผู้บริโภค หาจนเจอและพัฒนาสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหานั้น ตามแนวคิด Technology +Solution =  Innovation

ดังนั้นสิ่งที่แตกต่างของซัมซุงคือไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่เป็นเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาได้จริง ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการสร้างนวัตกรรมจากซัมซุงตามสโลแกน “Do What You Can’t” ทำในสิ่งที่คุณทำไม่ได้

 

และก็ต้องออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน เหมือนกับที่ผู้บริหารเกาหลีเน้นย้ำ

ทิศทางการสร้างIOT ซัมซุงเชื่อมั่นว่าการใช้งานไอโอทีควรจะเป็นเรื่องง่ายแค่เหมือนการเปิดสวิทช์ ด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่และหลากหลายนวัตกรรมอันโดดเด่นที่ได้ประกาศเปิดตัวในวันนี้ เป็นการยกระดับการใช้งานไอโอทีให้มีความสะดวกง่ายดายและสามารถเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่นกว่าเดิม โดยเราให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและส่งมอบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ให้สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายและมีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม

 

นั่นคือในมุมของผู้ผลิตดีไวซ์ อย่างไรก็ตาม ภาพที่เราจะได้เห็นทุกบ้านจะมีนวัตกรรมอัจฉริยะคงไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องของความร่วมมือทั้งภาครัฐกับเอกชน รวมทั้งเอกชนกับเอกชน เริ่มตั้งแต่โครงสร้างโทรคมนาคม ความเร็วอินเทอร์เน็ต ที่บ้านเราวันนี้ยังไม่พอ เราอาจจะมี 4G แต่นวัตกรรมIOT ต้องระดับ 5G ถึงจะเสถียร

ที่ดูใกล้เคียงคืออินเทอร์เน็ตในบ้าน ซึ่งโอเปอเรเตอร์กับผู้ผลิตดีไวซ์ก็ต้องทำงานร่วมกันด้วย

แม้พฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ตอนนี้ จะยังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่นั่นคงเพราะราคาสินค้า IOT ยังอยู่ในระดับพรีเมียม สุดท้ายถ้าโครงสร้างพร้อม ภาษีได้ ราคาโดน ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะเข้าถึงได้ในระดับแมส

เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนากันต่อทุกภาคส่วน คงระบุไม่ได้ชัดว่ากี่ปีพร้อม แต่ที่แน่ๆ ถ้าพร้อมเมื่อไร มันตอบโจทย์ชีวิตแน่ๆ นี่เดินดูในงานแล้วก็อยากได้ไปใช้ที่บ้านทุกอัน

วันหนึ่งที่โครงสร้างทุกอย่างพร้อม สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างต้องเป็น IOT เท่านั้น และการแข่งขันจะสนุกขึ้นแน่นอน

ซึ่งด้วยการพัฒนามาก่อนใคร มีไลน์อัพสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ซัมซุงมีแต้มต่อเหนือกว่าคู่แข่ง

แต่ไม่ว่าการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้บริโภคคือผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด