เอปสันมั่นใจปีนี้เติบโต 7% แม้ตลาดไอทีทรงตัว

เอปสัน แถลงผลประกอบการณ์ และกลยุทธ์ปี 2018 ณ เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา  มั่นใจธุรกิจเติบโต 7% เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตนี้มาจากตลาดไทย 5% และตลาดเออีซี ได้แก่ ลาว เมียนมา ปากีสถาน และกัมพูชา 15% แม้ธุรกิจไอทีใยประเทศไทยตรงตัว
การเติบนี้มาจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1 อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ L-Series ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กัยเอปสันมากถึง 80% จากธุรกิจทั้งหมด และมีส่วนแบ่งตลาด 46% ในกลุ่มพรินเตอร์หมึกแทงก์
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไปด้านการขาย และการตลาด เอปสัน ประเทศไทย คาดการณ์ธุรกิจพรินเตอร์ของในปีนี้เติบโต 10% จากการรุกตลาดในกลุ่มองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครื่องพรินเตอร์ที่ใช้งทั่วๆไปในออฟฟิศ และพรินเตอร์ที่เข้ามาแทนเครื่องถ่ายเอกสาร จากประสิทธิภาพของอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่ให้ทั้งความเร็วที่สูงสุดถึง 100แผ่นต่อนาที และราคาประหยัด การมีสินค้าครบทุกไลน์อัพ และการสื่อสารการตลาดลบภาพความคิดเดิมๆ ที่มองว่าอิงค์เจ็ทมีปัญหาด้านหัวพิมพ์ตัน และการรับประกัน2ปี ทุกชิ้นส่วน
นอกจากนี้ ยรรยง ยังคาดการณ์ว่าภายใน3ปี สัดส่วนอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะเข้ามากินตลาดเลเซอร์อย่างต่อเนื่องด้วยสัดส่วนมากถึง 75% ของตลาดพรินเตอร์ทั้งหมด

2.โปรเจคเตอร์ เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับเอปสัน 20% ในปีที่ผ่านมาเอปสันเติบโต6% มีส่วนแบ่งในตลาดรวม 46% จากการทีเอปสันสามารถจำหน่ายเครื่องระดับกลางและระดับบนได้มากและมีผลิตภัณฑ์ใหม่และทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์พรินเตอร์ระดับมืออาชีพสามารถทำยอดขาย เพิ่มขึ้น 9% เนื่องจากธุรกิจโฟโต้แล็บมีการขยายตัวอย่างมากและนิยมใช้ระบบดิจิทัลกันมากขึ้น เพื่อรองรับทุก ประเภทงานพิมพ์ได้อย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 650 แล็บทั่วประเทศใช้พรินเตอร์ของเอปสันรวมมากกว่า 1,000 เครื่อง

3 หุ่นยนต์แขนกลในโรงงาน เป็นธุรกิจที่คาดการณ์เติบโต 30-50% ต่อเนื่องทุกปี โดยมีสัดส่วนรายได้ 1% ของรายได้รวมเอปสันทั้งหมด และคาดการณ์ภายในปี2020 จะมีสัดส่วนรายได้เป็น 3%

ทั้งนี้ในปี2017 เอปสันประเทศไทยเติบโตจาก
1. ผลิตภัณฑ์อิงค์แทงก์พรินเตอร์ L-Series สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ 7% และยังรักษาตำแหน่ง ผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 46% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้อิงค์เจ็ทพรินเตอร์แบบ ตลับหมึกและเลเซอร์พรินเตอร์ขาวดำรุ่นเล็กมาใช้อิงค์แทงก์พรินเตอร์แทน เพราะต้องการประหยัดต้นทุนการพิมพ์ ต่อแผ่น ต้องการพิมพ์สี และพิมพ์ในปริมาณที่สูงขึ้น โดยเอปสันเป็นแบรนด์ Top of Mind ของผู้บริโภค เนื่องจาก เป็นผู้ผลิตพรินเตอร์รายแรกที่ออกจำหน่ายอิงค์แทงก์พรินเตอร์ตั้งแต่ปี 2553 และเป็นผู้นำตลาดมาโดยตลอด
2. โปรเจคเตอร์ มียอดขายเติบโตขึ้น 6% และยังเป็นเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดรวมถึง 46% โดยมี ปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ สามารถจำหน่ายเครื่องระดับกลางและระดับบนได้มากขึ้น บวกกับมีการออก ผลิตภัณฑ์ใหม่และทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง
3. พรินเตอร์ระดับมืออาชีพสามารถทำยอดขาย เพิ่มขึ้น 9% เนื่องจากธุรกิจโฟโต้แล็บมีการขยายตัวอย่างมากและนิยมใช้ระบบดิจิทัลกันมากขึ้น เพื่อรองรับทุก ประเภทงานพิมพ์ได้อย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 650 แล็บทั่วประเทศใช้พรินเตอร์ของเอปสันรวมมากกว่า 1,000 เครื่อง”
ส่วนตลาดต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่เติบโตสูงสุดคืออิงค์แทงก์พรินเตอร์ที่ขยายตัวถึง 70% เนื่องจากตลาดเริ่มให้การยอมรับข้อได้เปรียบของอิงค์แทงก์พรินเตอร์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ตามมาด้วยโปรเจคเตอร์ที่เติบโตขึ้น 43% โดยมีตลาดสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจเป็นตลาดสำคัญที่เริ่มนำเครื่องระดับกลางและ ระดับบนไปใช้มากขึ้น นอกจากนี้ เอปสันยังเดินหน้าสร้างตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer