การ์ทเนอร์ (Gartner) เผยยอดจัดส่งพีซีทั่วโลก โต 9.1% แตะ 270 ล้านเครื่อง รับอานิสงส์รอบการอัปเกรด Windows 11 และกระแส AI PC ด้านคอมมาร์ตประเมินตลาดพีซีไทยก็สอดคล้องไปตามตลาดโลก พร้อมประเมินปีนี้ ยอดส่งมอบทั่วโลกของพีซีชิป AI ขยับสัดส่วนแตะ 55% ท่ามกลางความท้าทายเรื่องราคาฮาร์ดแวร์ที่ปรับตัวสูง พร้อมจับตาสงครามแย่งฐานลูกค้าครั้งใหญ่รับต้นปี หลัง Apple จ่อเปิดตัว MacBook รุ่นราคาย่อมเยาที่สุดเท่าที่เคยมีมา
การ์ทเนอร์ (Gartner) รายงานยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี อย่างเดสก์ท็อป และโน้ตบุ๊กทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่ราว 270 ล้านเครื่อง ซึ่งเติบโตขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการที่องค์กรและธุรกิจต่าง ๆ ทยอยอัปเกรดระบบเพื่อรองรับ Windows 11 หลังไมโครซอฟท์ยุติการสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ไปตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2025 รวมถึงการกระตุ้นตลาดของฝั่งผู้ผลิตด้วยสินค้ากลุ่ม AI PC
| Windows 11 – AI PC ดันตลาดพีซีส่งมอบทะลุ 270 ล้านเครื่อง
จับตา Apple จ่อคลอด MacBook ราคาย่อมเยา กวาดผู้ใช้ ‘ย้ายค่าย’ |
||||
| แบรนด์ | ยอดจัดส่งโน้ตบุ๊ก | ยอดจัดส่งเดสก์ท็อป | ยอดจัดส่งรวม | การเติบโตเทียบปีก่อน |
| Lenovo | 58.12 | 15.45 | 73.57 | 17.6% |
| HP Inc. | 45.39 | 12.07 | 57.46 | 8.3% |
| Dell | 32.70 | 8.69 | 41.39 | 4.9% |
| Apple | 19.62 | 5.21 | 24.83 | 10.3% |
| ASUS | 14.62 | 3.89 | 18.51 | 6.7% |
| Acer | 13.40 | 3.56 | 16.96 | 0.2% |
| อื่น ๆ | 29.62 | 7.88 | 37.50 | 4.6% |
| รวมทั้งหมด | 213.47 | 56.75 | 270.22 | 9.1% |
| หน่วย : ล้านเครื่อง | ||||
| ที่มา : การ์ทเนอร์ (Gartner), กุมภาพันธ์ 2026 | ||||
คุณบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เออาร์ไอพี บริษัทผู้จัดงานคอมมาร์ต ร่วมอัปเดตข้อมูลตลาดพีซีไทย
ตลาดพีซีไทยมีความสอดคล้องกับตลาดโลก โดยเฉพาะสัดส่วนการเติบโตของพีซีที่ติดตั้งชิปรุ่นใหม่ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI
ในปี 2024 ซึ่งตลาดพีซีโลกอยู่ในช่วงสร้างการรับรู้ AI คาดว่ายอดส่งมอบพีซีที่มีชิป AI สัดส่วนอยู่ที่ 20% ของตลาดพีซีรวม จากนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025 อยู่ที่ 31% และมีแนวโน้มขยับขึ้นไปถึง 55% ในปี 2026
สำหรับเทรนด์ผลิตภัณฑ์พีซีหลังจากนี้ จะมุ่งเน้นไปที่ชิปประมวลผลที่รองรับ AI เต็มตัว อย่างโน้ตบุ๊กจะเน้นความบางและมีหน้าจอแยก รวมถึงอุปกรณ์ DIY PC ที่มี AI ในตัวเพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกทั้งพัฒนาการของเทคโนโลยี AI ถือเป็นปัจจัยหลักที่เข้ามาเปลี่ยนเจนเนอเรชันคอมพิวเตอร์ และกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคให้เปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วขึ้นกว่ารอบปกติที่มักจะเปลี่ยนทุก 3 ปี
ทั้งส่งผลให้ผู้ประกอบการมีการนำพีซีกลุ่ม Non-AI มาจัดโปรโมชันลดราคาเพื่อเคลียร์สต๊อก ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคกลุ่มเริ่มต้น และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในภาพรวมของตลาดพีซี
ส่วนในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ ประเด็นที่น่าจับตามองของตลาดพีซี คือการที่ Apple เตรียมเปิดตัว MacBook ราคาย่อมเยาที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ และผู้ใช้ที่อยากเริ่มต้นเข้าสู่ Apple ecosystem ในราคาที่เอื้อมถึง
แต่การเคลื่อนไหวนี้ คาดว่าจะไม่ได้ทำให้ขนาดของตลาดโน้ตบุ๊กโดยรวมขยายตัวขึ้นมากนัก เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลกต่างได้ซื้อพีซีเพื่อใช้งานกันไปจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด
และการทำโปรโมชั่นราคาในกลุ่ม MacBook เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา หลัง Apple มีการปรับราคา MacBook Air ชิป M1 ลงมาในระดับ 20,000 กว่าบาท เพื่อโฟกัสไปที่กลุ่มผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น
แต่การเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ที่จะวางตำแหน่งราคาย่อมเยามากกว่ารุ่น Air และ Pro ครั้งนี้ มองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดสงครามการแย่งชิงฐานผู้ใช้หรือการ ‘ย้ายค่าย’ อย่างดุเดือด ผู้ใช้โน้ตบุ๊กแบรนด์อื่นอาจเกิดความลังเลและตัดสินใจสลับค่ายมาใช้ Apple ได้ง่ายขึ้น
ส่งผลให้ยอดขายของฝั่งพีซีหรือโน้ตบุ๊กแบรนด์ทั่วไปอาจลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม MacBook ราคาย่อมเยา ย่อมแลกมากับการที่ฟีเจอร์บางอย่างอาจถูกตัดทอนออกไปเช่นกัน
อีกหนึ่งความท้าทายของตลาดพีซีในปัจจุบันคือ สถานการณ์ราคาฮาร์ดแวร์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหน่วยความจำ (RAM) และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage)
สาเหตุหลักมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ที่ทำให้ทรัพยากรการผลิตส่วนใหญ่ถูกดึงไปใช้กับกลุ่ม AI Data Center ขนาดใหญ่ ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มผู้บริโภคเริ่มขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า
สำหรับผู้บริโภคทั่วไปในช่วงนี้ มองว่าการเลือกซื้อโน้ตบุ๊กหรือเดสก์ท็อปแบบประกอบสำเร็จรูป จะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนค่าอะไหล่ ทำให้สามารถซื้อสินค้าในราคาที่รับได้และคุ้มค่ากว่าการเดินไปหาซื้อชิ้นส่วนแยกทีละชิ้น
ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำเทรนด์พีซีในยุคปัจจุบัน งานคอมมาร์ตรอบต้นปี 2026 จึงถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Commart Gameforce’ ออกแบบงานให้เป็นมากกว่าแค่งานจำหน่ายสินค้าไอที แต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพเทคโนโลยีแห่งอนาคตและนำประสบการณ์เกมมิ่งระดับโลกมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
งานจะจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 5 – 8 มีนาคม 2026 ณ ฮอลล์ 98 – 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยมีการตั้งเป้ายอดเงินสะพัดจากการใช้จ่ายภายในงานไว้ราว 3,000 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมงานสะสม 400,000 คน
