“IDE Ecosystem” เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุค Thailand 4.0

ในขณะที่ “สตาร์ทอัพ” ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 เห็นได้จากช่วงปีที่ผ่านมามีกิจกรรมของสตาร์ทอัพเกิดขึ้นมากมาย แต่มีคำถามที่น่าสนใจกว่าการสนับสนุนสตาร์ทอัพคือ จะทำอย่างไรให้สตาร์ทอัพอยู่รอดและยั่งยืน”

คำตอบอยู่ที่ ศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม (Innovation-Driven Entrepreneurship) โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ IDE Center by UTCC โดย ดร. ศักดิพล เจือศรีกุล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ  โดยการสร้างและสนับสนุนให้สตาร์ทอัพ หรือ เอสเอ็มอีต่างๆ อยู่รอด และเติบโตเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสู่ Thailand 4.0 ได้ ไม่ใช่แค่เพียงการผลักดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องอาศัยความร่วมมือในแต่ละภาคส่วนเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า IDE Ecosystem หรือ ระบบนิเวศทางการประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

ดร. ศักดิพล เจือศรีกุล ผู้อำนวยการ ศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม (Innovation-Driven Entrepreneurship)

InnovationDriven Entrepreneurship หรือ IDE หมายถึง การประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม หรือใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ธุรกิจรูปแบบใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยเริ่มจากการมีความคิดหรือไอเดียในการผลิตสินค้า หรือบริการที่ผู้บริโภคต้องการอย่างแท้จริง จากนั้นก็ต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนเงินทุนให้ผลิตสินค้าหรือบริการนั้น ๆ รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยพัฒนาสินค้าก่อนนำเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคต่อไป

IDE จะกลายเป็นที่รู้จักกันในนาม ผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ที่นำนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจจนตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริงและสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

IDE ถ้ามองว่าต่างกันกับ สตาร์ทอัพ หรือ เอสเอ็มอี อย่างไรนั้นไม่สำคัญ เพราะ IDE เป็นมายเซ็ท (Mindset) ในการประกอบการที่มุ่งเน้นการค้นหา (Explore) การทดลอง (Experiment) และ Execute (ทำจริง) ในสิ่งใหม่ที่สามารถสร้างคุณค่าผ่านตัวสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ซึ่งสามารถช่วยทำให้เกิดผลกระทบ (Impact) ในวงกว้าง แน่นอนว่านวัตกรรมจะเป็นส่วนประกอบการในการสิ่งใหม่ที่กล่าวมา แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ “มายเซ็ท (Mindset)” ที่จะตัวกำหนดพฤติกรรมของผู้ประกอบการในการประกอบธุรกิจมากกว่า

จะสตาร์ทอัพ หรือเอสเอ็มอี ก็คือผู้ประกอบการเหมือนกัน ต่างกันแค่ธุรกิจของเขาขับเคลื่อนด้วยอะไร เช่น ธุรกิจผลิตสินค้า/บริการ หรือซื้อมาขายไปนั้นคือ เอสเอ็มอี ซึ่งมีขีดจำกัดในการขยายตัว เช่นเดียวกันกับสตาร์ทอัพที่ต้องพยายามหารูปแบบธุรกิจที่สามารถทำซ้ำได้ และขยายตัวได้ ซึ่งกลไกสำคัญคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ และเอสเอ็มอีที่เริ่มธุรกิจในรูปแบบซื้อมาขายไป ก็สามารถปรับรูปแบบธุรกิจได้เช่นกัน

“สิ่งที่สำคัญ คือการทำธุรกิจอย่างไร รูปแบบอย่างไร และสามารถที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าหรือเปล่า ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากกว่าที่จะบอกว่าเป็นสตาร์ทอัพ หรือเอสเอ็มอี”

IDE Ecosystem คือ เครือข่ายภาคีพันธมิตรและพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรม เป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ ภาครัฐ, ภาคธุรกิจขนาดใหญ่, ภาคการศึกษา, ภาคเงินทุน และผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม หรือ IDE เพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจรูปแบบใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่โดยการนำนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อน

Ecosystem เป็นระบบนิเวศทางการประกอบการที่ประกอบด้วยด้วยกรอบแนวคิด 3S ได้แก่ Stakeholders, System และ Strategy ที่จะประสานและสรรสร้างบรรยากาศให้เกิดผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

สำหรับ IDE เป้าหมายการทำธุรกิจไม่ได้มุ่งเฉพาะภายในประเทศ หรือภายในภูมิภาคเท่านั้น หากแต่ยังมองไกลไปถึงตลาดโลก ตลอดจน โมเดลธุรกิจ (Business Model) ที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจจากแหล่งเงินทุนภายนอกประเทศ ก่อให้เกิดศักยภาพทางการแข่งขัน และเพื่อร่วมส่งเสริมนวัตกรรมหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจึงได้นำระบบการค้าอัจฉริยะ หรือ Smart Trade Platform ซึ่งประกอบด้วย Trade 4.0 และ Service 4.0

“เราไม่สามารถบังคับผู้ประกอบการให้ใช้นวัตกรรมในการประกอบธุรกิจได้ แต่สิ่งที่เราสร้างได้คือบรรยากาศเพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นเกิดแนวคิดในเรื่องการนำนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ของธุรกิจมาใช้ นั้นก็คือ การสร้าง Ecosystem ที่จะเอื้อกับผู้ประกอบการ โดยในการสร้าง Ecosystem ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) จากทั้ง 5 ภาคส่วน ที่จะมาสร้างสรรค์บรรยากาศในการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในธุรกิจเพื่อที่จะสามารถสร้างความเข้มแข็งและมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทยต่อไป”

IDE Center เดินหน้าช่วยขับเคลื่อนให้เกิด IDE Ecosystem Thailand 4.0

1.Out Of Center

ที่ผ่านมา IDC Center ได้ออกไปจัดกิจกรรมแค่ในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองต่างๆ แต่ในปี 2018 นี้ IDE Center จะขยายกิจกรรมต่างๆของออกไปในนส่วนภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าการทำอะไรก็ตาม เราไม่สามารถที่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างเดียวได้ เนื่องจากผู้ประกอบการในจังหวัดอื่นๆ ก็มีความต้องการที่จะเปิดประสบการณ์เช่นเดียวกัน

“ครั้งหนึ่ง IDE Center เคยไปจัด Boots Camp ที่ จ.ศรีษะเกษ เราได้เห็นว่าผู้ประกอบการที่มาเข้าร่วมมีความต้องการที่มาหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปสร้างโอกาสและปรับใช้ในการประกอบกิจการของตัวเอง รวมถึงการได้ Connection ของผู้ประกอบการรายอื่นใน จังหวัด อีกด้วย”

2.กระตุ้นให้เกิดการไปทำจริง

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดของผู้ประกอบการคือการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมของ IDC Center ไปใช้จริง เพราะถ้าเข้ามาฟังอบรมแล้วไม่นำไปใช้จริงก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย เช่นเดียวกับ IDE Center ที่ออกไปทำให้ผู้ประกอบการเห็นทุกๆปี ว่า IDE มีเงินทุน มีงบประมาณ และมีโปรเจคท์ต่างๆเข้ามาตลอด เช่น งาน IDE 2018 แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้ทำเพียงแค่ 1-2 โปรเจคท์แล้วจบไป แต่เราทำอย่างต่อเนื่องและมากมายโดยร่วมมือกับพันธมิตร

“ไม่ใช่เพียงแค่มาร่วมอบรมแล้วได้ความรู้กลับไป แต่ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้จริง ถ้ามาร่วมอบรมแล้วไม่ได้นำความรู้ที่ได้ไปทดลองใช้จริงก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของตัวเองเลย”

IDE 2018 ผลักดันผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรม และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ธุรกิจให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง IDE Center by UTCC จึงได้จัด “งาน IDE 2018”  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของภาคีพันธมิตร IDE Ecosystem ทั้ง 5 ภาคส่วน ประกอบด้วย “IDE 2018 Competition”  รายการแข่งขันประกวดแผนธุรกิจระดับภูมิภาค 3 รายการ ได้แก่ MIT Enterprise Forum การประกวดแผนธุรกิจที่การสร้างนวัตกรรมเพื่อผลกระทบที่ดี Global Social Venture Competition  การแข่งขันแผนธุรกิจสร้างผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ดียิ่งขึ้น และ กะเทาะเปลือก แผนธุรกิจภาษาไทยค้นหาความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดนวัตกรรม และ “Think Big Act Small Symposium” เวทีที่รวบรวมผู้นำทางความคิดและนักเปลี่ยนแปลงโลกที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังทุกคน ซึ่งเราหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะช่วยสร้างโมเดลธุรกิจนวัตกรรมในประเทศ และแสวงหาโอกาสที่ให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

 

ปีนี้จะได้เห็น Speaker ที่หลากหลายมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจไม่ควรพลาดในการร่วมงาน IDE 2018”

 

  • กิจกรรม IDE 2018 Competition จัดขึ้นในวันที่ 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2561เวลา 9.00 – 16.30 น. ณ โรงแรม เรดิสัน บลู ถ.สุขุมวิท 27
  • Think Big Act Small Symposium จัดในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 12.30 – 17.00 น. โรงภาพยนตร์ IMAX สยามพารากอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ http://go.eventpop.me/ideutcc

 


 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer