ตลาดร้านกาแฟ ถึงจุดเดือด ! วิเคราะห์จุดแข็งของผู้เล่นหลัก Café Amazon กับ Starbucks ใครเจ๋งกว่ากัน
ข่าว Starbucks ประเทศไทย ได้ไทยเบฟเป็นผู้ดูแลคนใหม่แทนบริษัทแม่นั้น น่าติดตามอย่างมากว่าจะสร้างแรงสะเทือนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟในเมืองไทยอย่างไรบ้าง

สงคราม ตลาดร้านกาแฟ นอกบ้านที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 20,000 ล้านบาทในปีที่ผ่าน จะยิ่งทวีองศาความเดือดเพิ่มขึ้นแค่ไหน
และเบอร์ 1 ที่เป็นผู้นำเรื่องส่วนแบ่งตลาดอย่าง Café Amazon ต้องเตรียมรับมืออย่างไร

ต้องยอมรับว่า วันนี้ในบ้านเราเมื่อพูดถึงร้านกาแฟจะนึกถึง Starbucks เป็นอันดับแรก แต่เมื่อถามว่าเข้าไปซื้อกาแฟร้านไหนบ่อยที่สุด คนส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า Café Amazon

ด้วยเหตุผลสำคัญในเรื่องราคา เพราะ Starbucks คือแบรนด์พรีเมียมที่ราคาสูงกว่า Café Amazon โดยเฉลี่ยเกือบ 2 เท่าตัว

ในขณะเดียวกัน Starbucks มีเพียง 372 สาขา เน้นทำเลในห้างสรรพสินค้าและออฟฟิศบิลดิ้ง เป็นทางเลือกของเหล่ามนุษย์ทำงานในเมือง แต่ในปีที่ผ่านมาพยายามใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น โดยวางแผนเข้าไปอยู่ในปั๊มเอสโซ่เป็นครั้งแรก

ส่วน Café Amazon สาขาส่วนใหญ่อยู่ตามปั๊มน้ำมัน แต่ในปีหลังๆ พยายามขยายสาขาออกมานอกปั๊มให้มากขึ้น เลยโฟกัสไปยังห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศบิลดิ้ง หรือแม้แต่อาคารพาณิชย์ที่มีทราฟฟิกหนาแน่นเป็นหลัก

จำนวนสาขาล่าสุดในเมืองไทยเมื่อเดือนเมษายน 62 มีมากถึง 2,564 สาขา บวกกับราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ Café Amazon กลายเป็นป๊อปปูล่าแบรนด์ของคนไทย

ผู้บริหาร Starbucks เคยให้สัมภาษณ์ Marketeer ว่าภายในปี 2562 นี้จะขยายให้ครบ 400 สาขา

ส่วน Café Amazon บอกว่าภายในปี 2565 จะต้องมีประมาณ 3,500 สาขา โดยทุกวันนี้มีคนเข้าคิวขอเป็นแฟรนไชส์มากกว่าพันรายต่อปี

เป็นจุดอ่อน จุดแข็ง ที่แต่ละแบรนด์ทราบดี
แต่ทั้ง 2 แบรนด์ ก็กำลังทำรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเบอร์ 1 เบอร์ 2 ที่ยังคงแข็งแรงท่ามกลางแบรนด์คู่แข่งในบ้านและอินเตอร์แบรนด์ รวมทั้งกาแฟอินดี้ ที่ผุดขึ้นมาอย่างมากมาย

ทำไมไทยเบฟสนใจซื้อ

เรื่องเงินกำไรปีละประมาณ 1,000 ล้าน ของ Starbucks บาทอาจจะเป็นเพียงส่วนเดียวที่ทำให้ไทยเบฟสนใจซื้อ แต่การได้กาแฟแบรนด์ดังเข้ามาเสริมในพอร์ตอาหารและเครื่องดื่มมันน่าสนใจยิ่งกว่า

และที่สำคัญที่ผ่านมากลุ่มนี้ก็พยายามเข้ามาในตลาดกาแฟมานาน แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จ นอกจากมีไร่กาแฟเกือบ 2 หมื่นไร่ ที่เมืองปากซอง สปป. ลาว ซึ่งเป็นฐานผลิตวัตถุดิบขนาดใหญ่ และส่งขายเมล็ดกาแฟมานานเกือบ 10 ปี

ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เข้ามาเรียนรู้โนว์ฮาวจากแบรนด์กาแฟระดับโลกอย่างจริงจังอีกด้วย

ดังนั้น ภายใต้การดูแลของไทยเบฟ รับประกันความมั่นคงจากกลุ่ม เจริญ สิริวัฒนภักดี ที่นอกจากเป็นเจ้าของโครงการที่อยู่อาศัย ออฟฟิศบิลดิ้ง ธุรกิจค้าปลีก และพอร์ตร้านอาหารเครื่องดื่่มอย่างมากมายในเมืองไทยแล้ว ยังเป็นกลุ่มที่มีฐานการเงินแน่นปึ้ก จะลงไปปักหลักตรงไหนไม่ใช่เรื่องยาก

สิ่งที่ตามมาหลังจากดีลกับบริษัทแม่ Starbucks สิ้นสุดลง การรุกเปิดสาขาใหม่ๆ ในทำเลทองต่างๆ ของย่านร้านค้า ออฟฟิศบิลดิ้ง น่าจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

เป็นโจทย์ใหม่ที่ Café Amazon อาจจะต้องคิดหนัก เพราะสาขาส่วนใหญ่ 80% เป็นของแฟรนไชส์ที่เป็นเอสเอ็มอีรายเล็ก โอกาสที่จะไปแข่งเรื่องทำเลได้ยาก

เมื่อถึงวันที่ “ช้าง” เสียงดัง “นกแก้ว” คงต้องหลบ

แผนการก้าวข้ามไปสู่สงครามกาแฟโลก และตั้งเป้ารายได้จากต่างประเทศไว้ถึง 70% ในอีก 10 ปีข้างหน้าของ Café Amazon อาจจะต้องมาเร็วกว่าที่คิด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer