ตลาดค้าปลีกไทย 2562 ถึงเวลาเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด พร้อมวิเคราะห์โอกาสและการเติบโต

ร้านค้า Modern Trade เมืองไทยกำลังพบเจอความท้าทายหลายอย่างให้ต้อง “คิดหนัก”

ทั้งกำลังซื้อของลูกค้าชะลอตัวในกลุ่มรายได้น้อยและปานกลางซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าหลัก โดยเหตุผลหลักมาจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น

จนถึงเทรนด์การซื้อสินค้าออนไลน์ที่คาดว่ากำลังแอบขโมยยอดขายจากร้านค้า Modern Trade ในเมืองไทย

แต่…แทนที่ร้านค้า Modern Trade เหล่านี้จะชะลอการขยายสาขากับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับเลือกที่จะยังเปิดสาขาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะโมเดลร้านสะดวกซื้อที่ทุกรายยังแข่งกันขยายสาขา โดยเฉพาะ 7-Eleven ที่นอกจากตอนนี้มีถึง 11,000 สาขาแล้วนั้น ยังมีแผนขยายสาขาให้ครบ 13,000 สาขา ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

เหตุผลก็คือร้านค้า Modern Trade ในเมืองไทยยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว เพราะหากลองเทียบค่าเฉลี่ยกับร้านค้าปลีกในประเทศ ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้

สถานการณ์ ตลาดค้าปลีกไทย …

จะพบว่าร้านค้า Modern Trade ในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

1 ร้าน Modern Trade ในประเทศเกาหลีใต้รองรับประชากร 1,206 คน

1 ร้าน Modern Trade ในประเทศญี่ปุ่นรองรับประชากร 1,403 คน

ขณะที่ประเทศไทย 1 ร้าน Modern Trade รองรับประชากร 4,901 คน

จะเห็นว่า 1 สาขาร้าน Modern Trade ในประเทศไทย รองรับประชากรมากกว่า 2 ประเทศนี้ถึง 4 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งนั่นแปลว่ายังมีโอกาสขยายสาขาได้อีกมากเช่นกัน

แต่ก็ใช่ว่าประตูโอกาสที่ยังเปิดกว้างจะทำให้บรรดาร้านค้า Modern Trade สบายใจและไม่คิดปรับเปลี่ยนตัวเอง

ตรงกันข้าม ตั้งแต่ไซส์ใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต จนถึงไซส์เล็กอย่างร้านสะดวกซื้อ ต่างปรับกระบวนความคิดในการทำธุรกิจใหม่หมด

ไฮเปอร์มาร์เก็ต: สิ่งที่เราคุ้นเคยกับการเดินช้อปปิ้ง เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี ก็คือมีสินค้าหลากหลายราคาขายที่ถูก

แต่ก็ต้องยอมแลกมาด้วยกำไรในการทำธุรกิจที่น้อยลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครเป็นเจ้าของธุรกิจก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง

แต่หาก “ตัวเองไม่ทำ คู่แข่งก็ทำ” และในที่สุดก็จะถูกแย่งชิงลูกค้าไปจากมือ

เพราะฉะนั้นหากคิดจะปรับราคาสินค้าขึ้น ลูกค้าก็พร้อมเปลี่ยนไปช้อปปิ้งห้างคู่แข่งทันที เช่นกัน

วิธีแก้เกมของเทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี ก็คือการเพิ่มจำนวนสินค้าที่ตัวเองเป็นผู้ผลิตหรือจ้างผลิต ที่เรียกว่า House brand โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัดเจน

เพราะ “จุดขาย” ของ House brand คือเป็นสินค้าที่มีต้นทุนในการผลิตต่ำและแทบจะไม่มีค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายด้านการตลาด

จึงทำให้สามารถทำราคาขายให้ถูกกว่าแบรนด์ชั้นนำที่วางขายในห้างตัวเองราวๆ 20-30% และแม้จะขายในราคาที่ถูกกว่า แต่ก็ยังมีกำไรที่ดีกว่า 

เมื่อเป็นเช่นนี้เป้าหมายสินค้า House brand ก็คือการนำมาถัวเฉลี่ยกำไรที่น้อยลงจากการขายสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่ต้องลดราคาอย่างหนักหน่วง

ความเปลี่ยนแปลงต่อมา คือการเปิดหน้าร้านออนไลน์กันอย่างคึกคักขับเคลื่อนด้วยโปรโมชั่นที่รุนแรงขึ้น

แม้เวลานี้ช่องทางออนไลน์จะน้อยนิดคิดเป็นสัดส่วนยอดขายประมาณ 2% จากยอดขายทั้งหมดก็ตามที แต่ทุกรายต่างเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ยอดขายช่องทางออนไลน์จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะที่นโยบายการขยายสาขานั้นจะชะลอการลงทุนสาขาขนาดใหญ่ไม่ได้เปิดสาขาจำนวนมากเหมือนในอดีตที่เป็นรูปแบบ “ห้าง”

แต่จะปรับเปลี่ยนมาเป็นการนำเงินมาลงทุนในการขยายสาขา “ร้านสะดวกซื้อ” และ “มินิ มาร์เก็ต”

เพราะเงินลงทุนต่อสาขาต่ำราวๆ 3-5 ล้านบาท ในขณะที่ในรูปแบบ “ห้าง” นั้นจะอยู่ที่ 150 ล้านบาท

แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพฤติกรรมลูกค้าได้เปลี่ยนไป เนื่องจากประชากรไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุและครอบครัวมีขนาดเล็กลงส่งผลพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไป

จากในอดีตนิยมซื้อสินค้าจำนวนมากๆ ก็หันมาซื้อสินค้าจำนวนน้อยลง แต่ความถี่ในการซื้อจะบ่อยขึ้น และซื้อร้านค้าที่ใกล้บ้าน

ร้านสะดวกซื้อจึงตอบโจทย์นี้พอดี และได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ร้อนแรงในยุคนี้ ที่ใครๆ ก็อยากจะขยายสาขาแข่งกับเจ้าตลาดอย่าง 7-Eleven

เมื่อการแข่งขันสูง ร้านสะดวกซื้อแต่ละร้านก็พยายามพัฒนาตัวเองให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง ซึ่งนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต

หลายร้านมีการเปิดโซนนั่งรับประทานอาหาร-ขนาดของร้านใหญ่ขึ้นหากเทียบกับในอดีต-มีบริการรับฝาก-ถอนเงิน-ขายกาแฟสด-บริการซัก อบ รีด เป็นต้น

“ร้านสะดวกซื้อ” ณ เวลานี้จึงแทบจะเป็นทุกอย่างในชีวิตประจำวันไปแล้ว

ส่วนใครจะชนะในเกมนี้ Point หลักยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

จำนวนสาขา และใครสามารถเข้าถึงพฤติกรรมการช้อปปิ้งของลูกค้าที่เวลานี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้ดีกว่ากัน 

ส่วนใครเลือกจะยืนอยู่ที่เดิม… ก็จะถูกลูกค้าหลงลืมไปช้อปร้านคู่แข่ง และถูกกลืนหายไปในที่สุด

ที่มา: EIC-สมาคมผู้ค้าปลีกไทย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer