แสนสิริ ปี 2569 กับ The Strategic Move เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน บทบาทของผู้นำไม่ได้อยู่ที่การ “รอจังหวะ” แต่คือการ “ออกแบบจังหวะ” ให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างมั่นคง
และปี 2569 คืออีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจไทยยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กำลังซื้อหดตัว ความเชื่อมั่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังต้องอาศัย “ผู้นำที่คิดเป็นระบบ” มากกว่าการขับเคลื่อนด้วยแรงส่งระยะสั้น ยักษ์ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” เลือกประกาศทิศทางธุรกิจด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนว่า การเติบโตในวันนี้ ต้องตั้งอยู่บนรากฐานที่แข็งแรงและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ
ผลประกอบการปี 2568 ที่ผ่านมา คือหลักฐานของความแข็งแกร่งนั้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยอดขายและยอดโอนที่ยืนหนึ่งในอุตสาหกรรม กำไรสูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ การจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และการครองตำแหน่งองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า แสนสิริกำลังยืนอยู่บนตำแหน่งของผู้นำตลาดที่พร้อมขยับเกมต่อไปอย่างมีระบบ ด้วยรากฐานที่มั่นคงและวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ชัดเจน

“The Strategic Move”
เดินหน้าเน้นการเติบโตและกำไรมั่นคง
อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) อัปเดตภาพรวมผลประกอบการปี 2568 ให้เห็นว่าสามารถ ทำยอดขายทะลุ 51,000 ล้านบาท ยอดโอน 36,700 ล้านบาท Sold Out รวม 29 โครงการ มูลค่า 28,800 ล้านบาท และครองแชมป์กำไรสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม อยู่ที่ 3,029 ล้านบาท (งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 68) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และมี Dividend Yield ในระดับสูง (ราว 10%) มีสินทรัพย์สูงถึง 148,426 ล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้ และเพิ่มความสามารถในการรับมือความผันผวน และรองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท นอกจากนี้แสนสิริยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการออกหุ้นกู้ (ส่วนใหญ่จะ over subscribe)

ส่วนแผนธุรกิจปี 2569 ถูกออกแบบบนสมมติฐานสำคัญว่า ตลาดอสังหาฯ จะไม่กลับมาเติบโตแบบหวือหวาในระยะสั้น กลยุทธ์จึงมุ่งไปที่การสร้างรายได้และกำไรอย่างมั่นคง โดย เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อเนื่องในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท (แนวราบ 17 โครงการใหม่ แนวสูง 16 โครงการใหม่) โดยวางน้ำหนักกว่า 80% ไว้ที่ตลาดระดับ Medium ถึง Premium เพื่อจับกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพที่ยังมี Real Demand ชัดเจน (โครงการที่จะเปิดขายในปีนี้มีที่ดินครบหมดแล้ว)
แนวราบ มุ่งพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และช่วงวัยที่หลากหลาย ผ่านการปรับกลยุทธ์และดีไซน์ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ พร้อมยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยด้วย Sansiri Community แห่งใหม่บนทำเลกรุงเทพกรีฑา พื้นที่กว่า 142 ไร่ เน้น Health and Wellness ขณะที่ แนวสูง รับคอนโดมิเนียมฟื้นตัวด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่ พร้อมขยายตลาดทุกเซ็กเมนต์ และชูโปรดักต์ Pet-friendly และ Well-being
ขณะเดียวกัน การบาลานซ์พอร์ตระหว่างแนวราบและคอนโดมิเนียมถูกคำนวณอย่างละเอียด ตั้งแต่การบริหารสต็อกพร้อมโอน ไปจนถึงการเลือกทำเลที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคจริง นี่คือการวางกลยุทธ์ที่ “แม่นยำ” และ “ยืดหยุ่น” เพื่อสร้างโอกาสและการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ
4 กลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต
ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในโหมดประคับประคองต่อเนื่อง สำหรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจปี 2569 จะมุ่งสร้างการเติบโต ผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ โดยกำหนด 4 กลยุทธ์หลักเป็นแกนขับเคลื่อนองค์กร

- รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium) สูงถึง 80%
- ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1 เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว
- สร้าง New S-Curve ขยายธุรกิจใหม่ที่หลากหลาย
- ขยายการร่วมทุน (Joint Venture) เสริมความแกร่งโครงสร้างทางการเงิน
ในเชิงผลลัพธ์ แสนสิริมี Backlog แข็งแกร่งกว่า 19,700 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้กว่า 10,000 ล้านบาท เสริมด้วยคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 10 โครงการ มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท และสต็อกพร้อมขายอีกกว่า 14,000 ล้านบาท รวมถึงการรุกโครงการรูปแบบ Ready to Move ซึ่งช่วยเร่งการรับรู้รายได้หลังการโอน และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

“ดีไซน์” คือ หัวใจของการสร้างมูลค่าและคุณค่าที่ยั่งยืน
ความแข็งแกร่งของผลประกอบการในวันนี้ คือผลลัพธ์จากการคิดล่วงหน้าและการออกแบบเกมธุรกิจอย่างเป็นระบบ ในงานแถลงทิศทางปี 2569 ครั้งนี้ จึงเลือกเปิด Sansiri Insight Talk “Design as a Value Creator” เพื่อสะท้อนหนึ่งในกลไกสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จ นั่นคือการใช้ “ดีไซน์” เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความแตกต่าง และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าในระยะยาว

แกนของเวทีนี้ คือการตั้งคำถามใหม่ต่อบทบาทของดีไซน์ ในวันที่สินค้าและทำเลของตลาดเริ่มเข้าใกล้กันมากขึ้น คำตอบของแสนสิริคือ “ดีไซน์” ที่ไม่ใช่การตกแต่งให้โดดเด่นและไม่ได้เริ่มต้นจากความสวยงาม แต่เริ่มจากความเข้าใจชีวิตจริงของผู้คน ปรัชญา “Constructing Life, Not Just Building” จึงไม่ใช่เพียงถ้อยคำสื่อสารแบรนด์ หากคือกรอบความคิดที่ถูกฝังอยู่ในกระบวนการพัฒนาโครงการมาตลอดกว่า 40 ปี ผ่านประสบการณ์การพัฒนาโครงการกว่า 500 โครงการ 130,000 ยูนิต และการดูแลลูกบ้านกว่า 130,000 ครอบครัว
สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ชัดว่า “บ้าน” ในมุมมองของแสนสิริ คือการสร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งในมิติของสินทรัพย์ที่เติบโตตามกาลเวลา และคุณภาพชีวิตที่ส่งผลต่อความสุขในทุกวัน นี่คือ Key Differentiation ที่ทำให้แบรนด์สามารถครองพื้นที่ Brand Love ในใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน และตอกย้ำสถานะผู้นำของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย



“Best-in-Class” มาตรฐานที่ไม่ประนีประนอมในทุกระดับราคา
เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเวที Insight Talk “Design as a Value Creator” วทัญญู ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Aesthetics & Interior Design บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มาอธิบายถึงเรื่องดีไซน์ให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบของคำว่า “Best-in-Class” มาตรฐานที่ไม่ประนีประนอมในทุกระดับราคา
แสนสิริ ตีความคำว่า Best-in-Class ในมุมมอง ที่ไม่ยึดติดเพียงแค่ความหรูหราของระดับราคา แต่คือ การสร้างมาตรฐานการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบไม่ประนีประนอม เพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านทุกกลุ่ม
ด้วย DNA ที่มุ่งเน้นความใส่ใจในทุกรายละเอียด (Attention to Detail) แสนสิริให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ตั้งแต่วันแรกของการพัฒนาโครงการ จากการลงลึกทำความเข้าใจชีวิตจริงของผู้คน ผ่านรีเสิร์ชและการถอดอินไซต์เชิงไลฟ์สไตล์ ก่อนจะแปลงออกมาเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวที่แตกต่างในทุกเซกเมนต์
และเมื่อคุณภาพคือสิ่งที่ไม่ควรถูกต่อรอง แนวคิด “Best-in-Class” ของแสนสิริจึงไม่ได้ผูกอยู่กับระดับราคา แต่คือการไม่ประนีประนอมกับคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการระดับ Affordable, Medium หรือ Premium


ในโครงการระดับ Affordable ดีไซน์ถูกใช้เพื่อเพิ่มคุณค่าของพื้นที่ ผ่าน Space Optimization และฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง พร้อมการตกแต่งแบบ Fully Furnished ที่ช่วยลดภาระการตัดสินใจของผู้ซื้อ ขณะที่โครงการระดับ Medium ถูกยกระดับด้วยเรื่องราวของการออกแบบและพื้นที่ส่วนกลางที่โดดเด่นเกินราคา ส่วนกลุ่ม Premium และ Luxury ดีไซน์กลายเป็นเวทีของงานระดับเวิลด์คลาส การร่วมมือกับแบรนด์และดีไซเนอร์ระดับโลก และมาตรฐานบริการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาว
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ดีไซน์ของแสนสิริไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่อสร้าง Value-added Design ซึ่งล้วนกลั่นกรองมาจากความเข้าใจในตัวตนของลูกค้าในทุกทำเลและทุกระดับราคาอย่างลึกซึ้ง ที่พร้อมเพิ่มมูลค่าให้สินทรัพย์และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน
“Landscape & Interior” งานศิลปะที่เติบโตและสร้างมูลค่าไปพร้อมกับชีวิต
“เพราะต้นไม้ที่เติบโตขึ้น คือมูลค่าและคุณค่าที่เพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน”
ปัทมาวดี ดีซอน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงมุมมองต่อบทบาทของ Landscape และ Interior ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างภาพสวยงามในวันแรก แต่ค่อย ๆ แสดงคุณค่าออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้างคุณภาพชีวิตและมูลค่าในระยะยาว
Landscape ถูกออกแบบให้ทำงานไปพร้อมกับชีวิต ตั้งแต่การวางผังโครงการ การสร้างประสบการณ์ตั้งแต่ Main Gate ไปจนถึงการเลือกพรรณไม้ที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล พื้นที่สีเขียวจึงไม่ใช่ภาพนิ่ง แต่เป็นบรรยากาศที่มีชีวิต ช่วยเติมทั้งความร่มรื่น ความสบายใจ และภาพจำของโครงการในระยะยาว
ขณะที่ Interior ออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตจริง ผ่านฟังก์ชันที่คิดมาแล้ว การเลือกใช้วัสดุที่คงคุณค่า และการดึงแสงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ บ้านจึงไม่ใช่แค่สวยในวันโอน แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่สบาย ใช้งานได้จริง และเติบโตไปพร้อมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
ทั้งหมดนี้สะท้อนการลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าได้มากกว่าความสวยงาม ทั้งในมิติของมูลค่าสินทรัพย์ คุณภาพชีวิต และการสร้างคอมมูนิตี้ของการอยู่อาศัย พื้นที่สีเขียว พื้นที่กิจกรรม และระบบความปลอดภัย จึงถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันเป็นระบบ เพื่อให้โครงการยังคง “ดูดี ใช้งานได้ และน่าอยู่” ในทุกช่วงเวลา
ซึ่งการสร้าง Quality of Life ที่ยั่งยืนจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้โครงการในระยะยาวผ่าน 3 มิติสำคัญ สร้าง Lifetime Asset Value พื้นที่สีเขียวและการบริหารจัดการที่ดี ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายต่อและผลตอบแทนในอนาคต สร้าง Sansiri Community เชื่อมโยงทุกแบรนด์และทุกฟังก์ชันการใช้งาน ทุกพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว รองรับการใช้งานของคนทุกวัย (Universal Design) สร้าง Community & Culture เปลี่ยนพื้นที่ส่วนกลาง ให้เป็นพื้นที่กิจกรรมสร้างรอยยิ้มและความผูกพันที่ยั่งยืนให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน



Sansiri Future-Proof Living Design
เมื่อการออกแบบพร้อมเติบโตและโอบกอดทุกชีวิต
การออกแบบจะทำหน้าที่ได้จริง ก็ต่อเมื่อสามารถรองรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปได้ในระยะยาว ดีไซน์ของแสนสิริในปี 2569 จึงยกระดับการอยู่อาศัยด้วยแนวคิด “Future-Proof Living Design” ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหา (Solution-based) มากกว่าเพียงความสวยงาม โดยออกแบบบ้านให้พร้อมรับมือ กับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยโฟกัสในเรื่อง Health and Well-being Design รวมถึงการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Materials) เพื่อรองรับในเรื่องสภาพอากาศ สังคมสูงวัย และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป
หัวใจสำคัญคือการให้ Nature as Co-Designer หรือการให้ธรรมชาติทำงานร่วมกับงานดีไซน์ เพื่อเยียวยาจิตใจและเพิ่มคุณค่าให้กับการอยู่อาศัย ควบคู่ไปกับหลักการ Inclusivity Design ที่เชื่อว่า งานออกแบบที่ดีต้องเข้าถึงและใช้งานได้จริงสำหรับทุกคน (Design for All) ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางด้านวัย ร่างกาย หรือไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างพื้นที่ที่มอบความสงบทางใจ (Peace of Mind) และความสบายกายในทุกช่วงจังหวะของชีวิต
ขอบเขตของการออกแบบในมุมของแสนสิริ ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตอบโจทย์มนุษย์ แต่ขยายไปสู่แนวคิด “Multi-Species Living” ที่มองการอยู่อาศัยเป็นระบบนิเวศร่วมกันของ “คน สัตว์ และธรรมชาติ” ความสุขจึงไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่เกิดจากความสมดุลของทั้งระบบ
แนวคิด Biodiversity ถูกนำมาใช้เป็นแกนสำคัญของการออกแบบ ผ่าน Sustainable Design ที่เชื่อมพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำเข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ (Blue & Green) ตั้งแต่การคัดสรรพรรณไม้ที่แข็งแรงเหมาะกับสภาพแวดล้อม ไปจนถึงระบบกักเก็บน้ำที่ช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่ในระยะยาว เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์
ความสมดุลทางธรรมชาตินี้สะท้อนกลับมาที่ผู้อยู่อาศัยโดยตรง ทั้งในมิติของสุขภาพกายและสุขภาพใจ ให้ผู้อยู่อาศัยมีร่างกายที่แข็งแรงและมีอายุยืนยาวอย่างมีความสุขในสังคมที่ยั่งยืน และแนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน Sansiri Community แห่งใหม่บนทำเลกรุงเทพกรีฑา พื้นที่กว่า 142 ไร่ ที่ Health & Well-being กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

“Design as a Value Creator” ยุทธศาสตร์เชื่อมธุรกิจกับชีวิตในระยะยาว
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นชัดว่า “Design as a Value Creator” ไม่ใช่เพียงธีมของเวทีเสวนา แต่คือแกนกลางของยุทธศาสตร์ของแสนสิริ ในวันที่ตลาดต้องการมากกว่าบ้านหลังใหม่ และมองหา “ความมั่นใจ” ในการอยู่อาศัยระยะยาว
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ แสนสิริเลือกใช้ดีไซน์เป็นภาษาหลักในการสื่อสารคุณค่า สร้างความแตกต่างและต่อยอดความเชื่อมั่น นี่คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อธุรกิจเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง การออกแบบจึงทำหน้าที่มากกว่าความสวยงาม และกลายเป็นพลังขับเคลื่อนคุณค่าและมูลค่าอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการอยู่อาศัย เพื่อให้บ้านของแสนสิริ “Every day, Life is good” สำหรับทุกคน…
ร่วมพิสูจน์นิยามแห่งความสมบูรณ์แบบที่มากกว่าการอยู่อาศัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในทุกระดับราคาได้ที่ แสนสิริ ทุกโครงการ
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
