Marketing Everything เรื่อง รวิศ หาญอุตสาหะ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมนั่งทำแผนของ Q2 รวมถึงปรับเป้าหมายและกลยุทธ์ของบริษัทแบบมองยาวๆ ไปอีกหลายๆ ปี เราตั้งเป้าหมายกันดุเดือดมาก แบบที่พออ่านตัวเลขที่อยากได้กันแลัวถึงกับต้องปาดเหงื่อเลยทีเดียว

ผมคิดต่อว่าถ้าถึงเป้าสามปีแล้วยังไงต่อ ถึงตอนนั้นถ้าเราทำได้ตัวเลขตามเป้าหมาย เราก็คงต้องตั้งเป้าหมายอีกที่ใหญ่กว่าเดิม ยากกว่าเดิมไปเรื่อยๆ

แล้วมันจะไปจบตอนไหน?

วันนี้มานั่งคิดๆ ดู เราผ่านกระบวนการทำนองนี้มาหลายรอบแล้วตั้งแต่เรายังเด็กๆ เพียงแต่ช่วงนี้ความไม่แน่นอนมันสูงมากจริงๆ โดยเฉพาะผลจาก technology disruption ทำให้การตั้งเป้าหมายเต็มไปด้วย unknown

เมื่อต้องตั้งเป้าหมายโดยมี unknown เยอะแยะเต็มไปหมด ความท้อใจมันต้องมีบ้างเป็นธรรมดา

แต่คำตอบที่ว่าเราจะตั้งเป้าหมายไปทำไม

บางทีมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขยอดขาย หรืออันดับของเราในอุตสาหกรรม

แต่ผมคิดว่าคำตอบอยู่ในเส้นทางที่เรากำลังเดินไปต่างหาก

พูดอีกอย่างคือเป้าหมายที่ยากๆ มันไม่ได้มีแต่ไว้ให้ไปถึง แต่มันมีไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า ณ ตอนนั้น ขณะนี้เลย เราต้องทำอะไร

ถ้ามองแบบนี้ เป้าหมายเป็นเพียงแค่ “ผลพลอยได้” เท่านั้นเอง

สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เราทำ ณ ปัจจุบันต่างหาก

เป้าหมายที่เราตั้งไว้จะช่วยให้เราตื่นมาแล้วรู้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร มันช่วยเป็นเครื่องเตือนใจว่าเราต้องทำสิ่งที่ถูกที่ควร เพราะถ้าเราขี้เกียจ มีข้ออ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ เราก็เท่ากับเดินถอยหลังทันที

เป้าหมายช่วยทำให้เรามีแรงที่จะไม่หยุดคิดแค่ “แค่นี้ก็ดีประมาณนึงแล้ว” แต่จะทำให้เราคิดว่า “จะทำยังไงให้ดีกว่านี้อีก”

เป้าหมายช่วยให้ทุกคนในทีมมีแรงบันดาลใจ หรือ แรงกดดัน หรือแรงผลัก ไม่ว่าเราจะเจอกับแรงอะไร มันก็เป็นแรงที่ “ดัน” เราไปข้างหน้าทั้งนั้น แต่การไม่มีแรงอะไรผลักเลยอาจจะน่ากลัวกว่าเพราะมันจะทำให้เราอยู่กับที่หรืออาจจะถอยหลังก็ได้

เป้าหมายจึงอาจจะไม่ได้มีจุดจบ เพราะว่าธรรมชาติของมันเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้นเอง

การลงมือทำทุกวันต่างหากที่ทำให้เป้าหมายยังมีชีวิตอยู่ได้

และเส้นทางแห่งการลงมือทำนี่แหละที่สร้างความหมายให้กับเป้าหมายจริงๆ

Ryan Holiday เคยกล่าวไว้ว่า

We all have goals: We want to matter. We want to be important. We want to have freedom and power to pursue our creative work. We want respect from our peers and recognition for our accomplishments. Not out of vanity or selfishness, but of an earnest desire to fulfill our personal potential.

ประโยคสุดท้ายนี่แหละครับที่สำคัญ

คำตอบของคำว่าเรามีเป้าหมายไว้ทำไม

สำหรับผมมันคือเพื่อให้เราสามารถเป็นที่สุดของศักยภาพที่เราเป็นได้

ไม่ว่าที่นั้นจะเป็นที่ไหนก็ตาม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer