เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักการตลาดว่าการสร้าง Brand Loyalty นั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จทางการตลาด และเป็นที่ทราบกันดีว่าหนทางในการสร้าง Brand Loyalty เองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน นั่นทำให้เราเห็นความหลากหลายของกระบวนยุทธ์ที่แบรนด์ต่างๆ งัดออกมาใช้ เพื่อหวังสร้างความภักดีต่อแบรนด์กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย

หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจและไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ Naming Sponsor ที่มีผู้เชี่ยวชาญอย่างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป วาดลวดลายและสร้างความสำเร็จให้เห็นกันบ่อยๆ โดยล่าสุดจับมือ 2 พาร์ตเนอร์ชิปชื่อดังอย่าง ลาซาด้า ประเทศไทย (Lazada Thailand) และ โคโดโม (KODOMO) มอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้ากลุ่มแฟมิลี่แบบเต็มๆ ด้วยการเปิดตัวโรงหนัง Kids Cinema

ที่มาของ Kids Cinema เป็นอย่างไร ตลาดนี้มีศักยภาพแค่ไหน ทำไมลาซาด้าและโคโดโมถึงอยากทำโรงภาพยนตร์ แล้วที่บอกว่ากลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์เต็มๆ นั้นเป็นอย่างไร มาค้นหาคำตอบกับ 3 ผู้บริหารจาก 3 องค์กรไปพร้อมๆ กัน

Kids Cinema ตลาดที่มีทั้ง ‘โอกาส’ และ ‘ศักยภาพ’

เริ่มต้นจากการที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มองเห็นโอกาสเติบโตของตลาดโรงภาพยนตร์เด็กจากการขยายตัวของฐานลูกค้ากลุ่ม M Gen Kids และพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มแฟมิลี่ที่มีแนวโน้มออกมาทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงวันหยุดมากขึ้น

นรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

นรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เล่าถึงภาพรวมตลาด Kids Cinema ให้ฟังว่า “เราลงพื้นที่ทำ Research ค้นพบว่า การดูหนัง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กลุ่ม Kids and Family ต้องการทำร่วมกัน แต่มีอุปสรรคคือ เด็กๆ ไม่ชอบเสียงดัง คอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม และผู้ปกครองกลัวบุตรหลานรบกวนคนดูท่านอื่น โจทย์ของเราคือจะทำอย่างไรให้ Pain point เหล่านี้หายไป และ Kids Cinema คือคำตอบ ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์ผู้ปกครองในแง่ของคลีนคอนเทนต์ ที่อยู่ใน G Rate ไม่มีเนื้อหารุนแรงเหมาะกับเด็ก ถัดมาคือการดีไซน์พื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เป็น Kids Friendly ทั้งแสงที่สว่างขึ้น เสียงที่เบาลง ที่นั่งสำหรับครอบครัว และสไลเดอร์ บ่อบอล และบริการพี่เลี้ยงประจำโรงภาพยนตร์”

“หลังจากเปิดตัวครั้งแรกเมื่อต้นปี 2561 Kids Cinema ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ที่เห็นชัดคือการเติบโตของ Occupancy ที่สูงถึง 40% ขณะที่โรงธรรมดาเฉลี่ยประมาณ 30% แล้วเราพบว่าอีกหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว” เป็นคุณค่าที่เพิ่มขึ้นมาในแง่ของการส่งเสริมคุณภาพครอบครัว ปัจจุบันเรามี Kids Cinema 10 สาขา และจะขยายให้ครบ 20 สาขาในหัวเมืองต่างๆ ภายในปีนี้ พร้อมกับขยายฐาน M Gen Kids ให้ก้าวสู่หลักแสนจากเดิมอยู่ที่หลักพัน ซึ่ง Database ตรงนี้เองที่จะช่วยซัปพอร์ตพาร์ตเนอร์ชิปของเรา”

ด้านการพัฒนาธุรกิจร่วมกันกับพาร์ตเนอร์ชิป เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เองได้สร้างแพลตฟอร์มใหม่ๆ สำหรับการทำ Partnership Cinema Marketing เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับคู่ค้าอยู่เสมอ

“นอกจากการทำ Naming Sponsor เรายังมีการจัดกิจกรรม Experience on side เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับที่ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืน และต่อยอดการสร้างโอกาส Leverage ขยายฐานลูกค้าของกันและกันระหว่างลูกค้าโคโดโม, ลูกค้าลาซาด้า และรวมถึงลูกค้าของเมเจอร์ฯ เอง”

ลาซาด้า โอกาสขยายตลาดแบบ O2O (Online to Offline)

ทางฝั่งของลาซาด้าเองจากที่แข็งแกร่งบนตลาดออนไลน์อยู่แล้ว ในฐานะผู้นำต้องสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการในโลกออนไลน์เข้าไปอยู่กับผู้บริโภคในโลกออฟไลน์ รูปแบบ O2O (Online to Offline)

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด

“หนึ่งในกลยุทธ์หลักของเราปีนี้คือ การขยายตลาดแบบ O2O (Online to Offline) เราอยากเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าแบรนด์ลาซาด้าใกล้ชิดกับพวกเขา ถ้าทำการตลาดบนออนไลน์อย่างเดียวการสร้าง Brand Association จะเป็นเรื่องยาก ซึ่งความร่วมมือกับเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ครั้งนี้ นอกจากจะได้ใกล้ชิดและสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคแล้ว โรงหนัง LAZADA Kids Cinema จะช่วยขยายแบรนด์เราเจาะกลุ่มแม่และเด็กและครอบครัวคนรุ่นใหม่มากขึ้น” ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด เล่าให้เราฟัง

นอกจาก LAZADA Kids Cinema ณ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ที่เป็น Naming Sponsor แล้ว ลาซาด้ายังมี LAZADA Cinema ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ที่เป็น Naming Rights อีกด้วย

“ความร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ในอนาคตยังคงมีเรื่อยๆ อย่างแน่นอน ด้วย Segment ของกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันทั้งคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัว เราสามารถนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน”

KODOMO Kids Cinema โรงภาพยนตร์เด็กแห่งแรกในเมืองไทย

ถ้าพูดถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าชื่อแรกที่นึกถึงต้องเป็น “โคโดโม” ด้วยความที่แบรนด์อยู่คู่กับคนไทยมานาน การสร้าง Brand Awareness ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่แล้วทำไมโคโดโมเลือกที่จะจับมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สร้างนวัตกรรมบริการใหม่อย่าง KODOMO Kids Cinema

ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เบบี้แคร์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด

ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เบบี้แคร์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำตอบกับเราว่า “จุดยืนของ ‘โคโดโม’ คือการเป็นแบรนด์สินค้าที่เข้าใจลึกซึ้งทุกพัฒนาการของเด็ก เพราฉะนั้นสิ่งที่เราโฟกัสนอกจากการพัฒนาสินค้าแล้ว ยังสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย ซึ่งการดูหนังในโรงภาพยนตร์เองเป็นการฝึกทักษะมารยาททางสังคมและการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นของเด็กที่พ่อแม่สามารถส่งเสริมลูกได้ แต่เมื่อก่อนจะติดปัญหาตรงความคิดที่ว่า พ่อแม่ไม่สามารถพาลูกเล็กเข้าโรงภาพยนตร์เพราะอาจรบกวนคนอื่น การร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดตัว KODOMO Kids Cinema มี 2 สาขา ที่ เมกา ซีนีเพล็กซ์ และ เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์ เปรียบเสมือนการต่อยอดสิ่งที่เราพยายามสื่อสารมาตลอดว่า เราอยากเห็นเด็กไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นและเหมาะสมตามวัย”

ขณะที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เองก็พยายามสร้างวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ที่ดีของลูกค้าตั้งแต่วัยเด็กผ่านกลุ่มแฟมิลี่ “เมื่อเด็กๆ เกิดความคุ้นชินกับโรงภาพยนตร์มากพอ เมื่อโตขึ้นก็จะมีวัฒนธรรมชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์มากขึ้น นับเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของเรา” นรุตม์กล่าวเพิ่มเติม

แน่นอนว่า KODOMO Kids Cinema เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการจับมือร่วมกันเท่านั้น ระหว่างทางที่ผ่านมาโคโดโมได้จัดกิจกรรมพิเศษร่วมกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์มาตลอด ล่าสุดกับกิจกรรม Toy Town ระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายนนี้ที่ ICONSIAM เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 24 ปี ของภาพยนตร์การ์ตูน Toy Story ที่มีกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุก

 

สิ่งที่ชัดเจนในการทำ Naming Sponsor ครั้งนี้ คือฐานลูกค้าของทั้ง 3 แบรนด์เป็นกลุ่มเดียวกัน แน่นอนว่าโอกาสในการสร้างสิทธิประโยชน์ร่วมกันระหว่างแบรนด์ในอนาคตให้กับผู้บริโภคนั้นยังมีอีกมาก ขณะเดียวกันแบรนด์เองก็ได้ใกล้ชิดและสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคมากขึ้น นับเป็นการปูเส้นทางสู่การสร้าง Brand Loyalty อย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากกิจกรรมที่ผ่านมา ก้าวต่อไป เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ยังมีแผนการตลาดระยะยาวร่วมกันกับลาซาด้าและโคโดโม เพื่อมอบประสบการณ์และสิทธิพิเศษสูงสุดให้กับผู้บริโภค ในอนาคตเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จะเน้นการทำ Partnership กับบริษัทใหม่ๆ ในหลากหลายรูปแบบ โดยสามารถติดต่อทีม Sponsorship เพื่อนำเสนอได้ที่ คุณชานนท์ 09-8258-8617, 08-8224-6868 คุณนรุตม์กล่าวทิ้งท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer