ตลาดยา 1.7 แสนล้าน หรือประมาณ 5 พันล้านเหรียญในไทย เติบโตติดลบ เพราะคู่แข่งมากขึ้น ด้าน “เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์” เลี่ยงตลาดไทย ขอเดินตลาดนอก ประกาศรายได้ไตรมาส 1/62 กำไรโต 19.4% เร่งลงทุนเพิ่ม อัดงบ 1,200 ล้านบาท สร้างโรงงานในเมียนมา ตั้งศูนย์ R&D ในไทย เล็งบุกตลาดอินโดนีเซีย ตั้งเป้าเติบโต 2 เท่าภายในปี 2568

วิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA กล่าวว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้เติบโตจากตลาดต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 80% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา

โดย MEGA ดำเนินธุรกิจเป็นเวลากว่า 36 ปี แบ่งเป็น 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจสินค้าบำรุงสุขภาพ ยา และยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ วางจำหน่าย 33 ประเทศทั่วโลก และธุรกิจโลจิสติกส์สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCGs) ในประเทศเมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา

สำหรับปี 2553-2561 บริษัทมีรายได้เติบโต 12.1% และในไตรมาส 1/62 มีกำไรเพิ่มขึ้น 19.4%

วิเวกกล่าวอีกว่า กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทคือ ผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลาง และประเทศกำลังพัฒนา

MEGA จึงมีแผนจะขยายตลาดในประเทศเนปาล โคลัมเบีย รวมถึงประเทศแถบแอฟริกา อาทิ เอธิโอเปีย นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกากลางและลาตินอเมริกา แอฟริกาใต้เขตตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา และประเทศในเครือรัฐเอกราช (CIS) เนื่องจากตลาดเหล่านี้จะมีการเติบโตในอีก 5-7 ปี

คิดเป็นงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นงบก่อสร้างโรงงานในเมียนมา 600 ล้านบาท งบก่อสร้างสำนักงานในเมียนมา 100 ล้านบาท และอีก 500 ล้านบาท สำหรับลงทุนขยายโรงงานใหม่ที่บางปู

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนเข้าซื้อกิจการในรูปแบบการร่วมทุน (Joint Venture) ในประเทศอินโดนีเซีย  โดยวิเวกให้เหตุผลว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพเติบโตสูงมาก ขณะที่มูลค่าตลาดยายังอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่จำนวนประชากรมีมากกว่าไทยประมาณ 2-3 เท่า

“เราหวังจะได้เห็นผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยไม่ต้องใช้ยาหรือลดการใช้ยาเป็นเวลานาน ความมุ่งมั่นนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้เราในฐานะองค์กรเพื่อการมีสุขภาพดี” วิเวกกล่าว

วิเวกกล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็น 2 เท่าตามเป้าหมายภายในปี 2568 เป็นผลมาจากการขยายโรงงานและกำลังการผลิตในต่างประเทศทำให้บริษัทสามารถผลิตยาได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ปี 2561 ตลาดยาในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.7 แสนล้านบาท โดย ‘มูลค่า’ ตลาดลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา ขณะที่ ‘ยูนิต’ กลับเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้ยามากขึ้นในกลุ่มบำรุงสุขภาพ เช่น วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำมันปลา เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม ตลาดยาไทยรองแค่อินโดฯ

– ผลประกอบการ MEGA ปี 2561

รายได้ 10,342 ล้านบาท / กำไร 1,206 ล้านบาท

สัดส่วนรายได้: ธุรกิจยา 52% 5,700 ล้านบาท แบรนด์เมก้าวีแคร​์ + รับจ้างผลิต, 5,417 + 283 = 5,700 ล้านบาท

ธุรกิจโลจิสติกส์ 48% 4,642 ล้านบาท แบรนด์แม๊กซ์แคร์

– ผลประกอบการไตรมาส 1/62

รายได้ 2,586 ล้านบาท เติบโต (YoY) 15.1%

กำไร 261 ล้านบาท เติบโต (YoY) 19.4%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน